รัฐธรรมนูญอ่านให้เข้าใจ • จำให้ใช้ได้

รัฐสภา: สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และเส้นทางของกฎหมาย

เมื่อรัฐสภาประชุมร่วมกันเต็มสภา จะมีคนนั่งอยู่ในห้องประชุมเดียวกันได้ถึง 700 คน คือ ส.ส. 500 คนที่ประชาชนเลือกตั้ง และ ส.ว. 200 คนที่เลือกกันเองตามกลุ่มอาชีพ หมวด 7 คือกติกาที่บอกว่าคนทั้ง 700 คนนี้มาจากไหน ทำอะไรได้บ้าง ใครถ่วงใคร และร่างกฎหมายหนึ่งฉบับต้องเดินผ่านด่านอะไรบ้างกว่าจะประกาศใช้

ในบทนี้
  1. สองสภา หนึ่งรัฐสภา
  2. ทำไมต้องมีสองสภา และใครถ่วงใคร
  3. ตัวเลขที่ต้องรู้ในหมวดรัฐสภา
  4. สภาผู้แทนราษฎร: 400 เขต 100 บัญชีรายชื่อ
  5. สูตรปี 2562 กับสูตรปี 2566 ต่างกันตรงไหน
  6. 2562: สูตรปัดเศษ และ ส.ส. พรรคเล็ก
  7. 2564: แก้รัฐธรรมนูญกลับไปใช้บัตรสองใบ
  8. 2565: หาร 100 หรือหาร 500
  9. จำระบบเลือกตั้งด้วยเลข 4-1-2
  10. ใครเลือกได้ ใครลงสมัครได้
  11. ลักษณะต้องห้าม 18 ข้อ (มาตรา 98) จัดเป็นกลุ่ม
  12. ทำไมห้ามถือหุ้นสื่อ
  13. ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับหุ้นวี-ลัค มีเดีย
  14. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับหุ้นไอทีวี
  15. สมาชิกภาพสิ้นสุดเมื่อไร และวินัยพรรค
  16. หกสิบวันหลังพรรคถูกยุบ: อนาคตใหม่ 2563 และก้าวไกล 2567
  17. วุฒิสภา 200 คน เลือกกันเองตามกลุ่ม
  18. ทำไมให้เลือกกันเอง แทนให้ประชาชนเลือกตั้ง
  19. การเลือก ส.ว. ปี 2567
  20. ถกเถียงเรื่องวุฒิสภาแบบเลือกกันเอง
  21. สมัยประชุม องค์ประชุม และคณะกรรมาธิการ
  22. เสียบบัตรแทนกัน กับงบประมาณปี 2563
  23. เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน
  24. เส้นทางของร่าง พ.ร.บ. หนึ่งฉบับ
  25. เส้นตายในการออกกฎหมาย: เงินรอไม่ได้
  26. ร่างการเงินและงบประมาณ
  27. มาตรา 144: ปิดประตูงบแปรญัตติเข้ากระเป๋า
  28. การตรวจสอบรัฐบาล: กระทู้ อภิปราย และผู้นำฝ่ายค้าน
  29. สี่ศึกซักฟอกของรัฐบาลประยุทธ์
  30. สัดส่วนเข้าชื่อ: อาวุธยิ่งหนัก ยิ่งต้องใช้คนมาก
  31. ระบบเลือกตั้งที่ดี คือระบบที่ใครได้ประโยชน์
  32. ทดสอบตัวเอง

สองสภา หนึ่งรัฐสภา

รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และคนคนเดียวจะเป็นทั้ง ส.ส. และ ส.ว. พร้อมกันไม่ได้ (มาตรา 79 รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รัฐสภาจะประชุมร่วมกันหรือแยกกัน ย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ บุคคลจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาในขณะเดียวกันมิได้) ทั้งสองสภาประชุมแยกกันเป็นหลัก และประชุมร่วมกันเฉพาะเรื่องที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งรวบรวมไว้ในมาตรา 156 ในกรณีต่อไปนี้ ให้รัฐสภาประชุมร่วมกัน (๑) การให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๗ (๒) การปฏิญาณตนของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาตามมาตรา ๑๙ (๓) การรับทราบการแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ ตามมาตรา ๒๐ (๔) กา… เช่น การพิจารณาร่าง พ.ร.ป. การแถลงนโยบาย การให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญาบางประเภท และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา ส่วนประธานวุฒิสภาเป็นรองประธานรัฐสภา (มาตรา 80 ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาเป็นรองประธาน รัฐสภา ในกรณีที่ไม่มีประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่อยู่หรือไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้ ให้ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภาแทน ในระหว่างที่ประธานวุฒิสภาต้องทำหน้าที่ประธานรัฐสภาตามวรรคส…) เหตุผลไม่ซับซ้อน สภาที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงได้นั่งหัวโต๊ะ ประธานทุกคนต้องวางตนเป็นกลาง (มาตรา 80 ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาเป็นรองประธาน รัฐสภา ในกรณีที่ไม่มีประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่อยู่หรือไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้ ให้ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภาแทน ในระหว่างที่ประธานวุฒิสภาต้องทำหน้าที่ประธานรัฐสภาตามวรรคส… และมาตรา 119 ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจดำเนินกิจการ ของสภานั้น ๆ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ รองประธานสภามีหน้าที่และอำนาจตามที่ประธานสภามอบหมาย และปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาเมื่อประธานสภาไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และผู้ทำหน้…) และประธานกับรองประธานสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นกรรมการบริหารหรือดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองระหว่างดำรงตำแหน่งไม่ได้ (มาตรา 116 สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแต่ละสภา มีประธานสภาคนหนึ่งและรองประธานสภา คนหนึ่งหรือสองคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ ตามมติของสภา ในระหว่างการดำรงตำแหน่ง ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นกรรมการบริหาร หรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองขณะเดียวกันมิได้)

สิ่งที่ผูกทุกคนไว้ด้วยกันอยู่ในมาตรา 114 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกัน แห่งผลประโยชน์ คือ ส.ส. และ ส.ว. เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ตัวแทนของจังหวัด พรรค หรือนายทุนคนใด และไม่อยู่ใต้อาณัติมอบหมายหรือการครอบงำใด ๆ ก่อนเข้ารับหน้าที่ทุกคนต้องปฏิญาณตนในที่ประชุม (มาตรา 115 ก่อนเข้ารับหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องปฏิญาณตน ในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้ “ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรร…)

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

ทำไมต้องมีสองสภา และใครถ่วงใคร

ลองไล่เป็นโซ่ทีละข้อ

  • สภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีหรือทั้งคณะได้ (มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ…) วุฒิสภาทำไม่ได้
  • เมื่อสภาล้มรัฐบาลได้ รัฐบาลจึงต้องมีเสียงสนับสนุนในสภา
  • จึงสมเหตุสมผลที่นายกรัฐมนตรีต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร (มาตรา 159 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ และเป็นผู้มีชื่ออยู่ ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิก ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภ…) และต้องมาจากรายชื่อที่พรรคประกาศไว้ก่อนเลือกตั้ง (มาตรา 88 ในการเลือกตั้งทั่วไป ให้พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแจ้งรายชื่อบุคคล ซึ่งพรรคการเมืองนั้นมีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่เกินสามรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง และให้คณะกรรมการ การเลือกต…)
  • ฝ่ายบริหารก็ถ่วงกลับได้ ด้วยการยุบสภา (มาตรา 103 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป การยุบสภาผู้แทนราษฎรให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา และให้กระทำได้เพียงครั้งเดียว ในเหตุการณ์เดียวกัน ภายในห้าวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งใช้บังคับ …) แต่ถ้ามีญัตติไม่ไว้วางใจยื่นแล้ว จะยุบสภาหนีไม่ได้ (มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ… วรรคสอง)

แล้ววุฒิสภามีไว้ทำไม คำตอบคือเป็นเบรก ไม่ใช่กำแพง วุฒิสภากลั่นกรองร่างกฎหมายได้ภายใน 60 วัน (มาตรา 136 เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติและลงมติเห็นชอบแล้ว ให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้นต่อวุฒิสภา วุฒิสภาต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอมานั้นให้เสร็จภายในหกสิบวัน แต่ถ้าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน…) ยับยั้งได้ แต่สภาผู้แทนราษฎรยืนยันกลับได้เมื่อพ้น 180 วันด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง (มาตรา 138 สภาผู้แทนราษฎรจะยกร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๓๗ ขึ้นพิจารณาใหม่ได้เมื่อพ้นหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่ (๑) วันที่วุฒิสภาส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นคืนไปยังสภาผู้แทนราษฎรสำหรับกรณีการยับยั้ง ตามมาตรา ๑๓๗ (๒) (๒) วันที่สภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วย สำหรับกรณีการยับยั้งตามมา…) งานที่วุฒิสภามีอำนาจตัดสินจริงคือการให้ความเห็นชอบบุคคลในตำแหน่งสำคัญ เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (มาตรา 204 ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของวุฒิสภา ในกรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกรายใด ให้ดำเนินการสรรหา หรือคั…) และกรรมการองค์กรอิสระ

เปรียบง่าย ๆ สภาผู้แทนราษฎรคือคนขับรถที่ผู้โดยสารเลือกมา วุฒิสภาคือเพื่อนที่นั่งข้างคนขับ เตือนได้ ชะลอได้ แต่ไม่ได้ถือพวงมาลัย

ตัวเลขที่ต้องรู้

ตัวเลขที่ต้องรู้ในหมวดรัฐสภา

ส.ส. ทั้งหมด (เขต + บัญชีรายชื่อ) มาตรา 83 สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน สี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนน โดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู…500 = 400 + 100
บัตรเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 83 สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน สี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนน โดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู…2 ใบ / 2 ballots
ส.ว. มาตรา 107 วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยคน ซึ่งมาจากการเลือกกันเอง ของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงาน หรือเคยทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคม โดยในการแบ่งกลุ่มต้องแบ่งในลักษณะที่ทำให้ประชาชน ซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคนสามารถอ…200
อายุสภาผู้แทนราษฎร / วุฒิสภา มาตรา 99 อายุของสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร จะมีการควบรวมพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรมิได้ · มาตรา 109 อายุของวุฒิสภามีกำหนดคราวละห้าปีนับแต่วันประกาศผลการเลือก สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาเริ่มตั้งแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือก เมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลง ให้สมาชิกวุฒิสภาอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี สมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่4 ปี / 5 ปี (4 / 5 years)
อายุขั้นต่ำ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง / ส.ส. / ส.ว. มาตรา 95 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (๑) มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้ว ไม่น้อยกว่าห้าปี (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีในวันเลือกตั้ง (๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงว… · มาตรา 97 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีนับถึงวันเลือกตั้ง (๓) เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลา ติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึง… · มาตรา 108 สมาชิกวุฒิสภาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ก. คุณสมบัติ (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีในวันสมัครรับเลือก (๓) มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบปี หรือเป็นผู้มีลักษณะตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่บัญ…18 / 25 / 40
สมัยประชุมสามัญต่อปี และความยาวแต่ละสมัย มาตรา 121 ภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก ในปีหนึ่งให้มีสมัยประชุมสามัญของรัฐสภาสองสมัย ๆ หนึ่งให้มีกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมใ…2 สมัย × 120 วัน
องค์ประชุม มาตรา 120 การประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมวุฒิสภาต้องมีสมาชิกมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา จึงจะเป็นองค์ประชุม เว้นแต่ ในกรณีการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาจะกำหนดองค์ประชุมไว้ในข้อบังคับ เป็นอย่างอื่นก็ได้ การลงมติวินิจ…≥ 1/2
เข้าชื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ…≥ 1/5 ของ ส.ส.
เสียงที่ใช้ลงมติไม่ไว้วางใจ มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ…> 1/2 ของ ส.ส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
วุฒิสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ทั่วไป / การเงิน มาตรา 136 เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติและลงมติเห็นชอบแล้ว ให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้นต่อวุฒิสภา วุฒิสภาต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอมานั้นให้เสร็จภายในหกสิบวัน แต่ถ้าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน…60 / 30 วัน (+30)
ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ: สภาผู้แทนราษฎร / วุฒิสภา มาตรา 143 ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สภาผู้แทนราษฎรจะต้อง พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าวันนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาถึงสภาผู้แทนราษฎร ถ้าสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระรา…105 / 20 วัน
ร่าง พ.ร.ป.: รัฐสภาต้องพิจารณาให้เสร็จ มาตรา 132 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นอกจากที่บัญญัติไว้ดังต่อไปนี้ ให้กระทำเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติ (๑) การเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้เสนอต่อรัฐสภา และให้รัฐสภา ประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวัน โดยการออก…180 วัน
พระราชบัญญัติ 10 ฉบับที่ต้องตราเป็น พ.ร.ป. มาตรา 130 ให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้ (๑) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (๒) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (๓) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (๔) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมน…10

สภาผู้แทนราษฎร: 400 เขต 100 บัญชีรายชื่อ

มาตรา 83 สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน สี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนน โดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู… ฉบับปัจจุบัน (หลังการแก้ไขปี 2564) กำหนดให้มี ส.ส. 500 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 400 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ลงคะแนนโดยตรงและลับ และใช้บัตรเลือกตั้งแบบละหนึ่งใบ คือบัตรเลือกคนหนึ่งใบ บัตรเลือกพรรคหนึ่งใบ

แบบแบ่งเขต: เขตละหนึ่งคน ใครได้คะแนนสูงสุดชนะ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องได้คะแนนมากกว่าช่อง 'ไม่เลือกผู้ใด' ด้วย (มาตรา 85 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ใช้วิธี ออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัคร รับเลือกตั้งผู้ใด หรือ…) ถ้าช่องไม่เลือกผู้ใดชนะ ต้องเลือกตั้งใหม่ และผู้สมัครเดิมทุกคนห้ามลงซ้ำ (มาตรา 92 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งมากกว่า คะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ และมิให้นับคะแนนที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละคนได้รับไปใช้ในการคำนวณตามมาตรา ๙๑ ในกรณีเช่นนี้ ให้คณะกรรมกา…) กติกานี้ให้ประชาชนมีวิธีบอกว่า 'ไม่เอาใครเลยในชุดนี้' แบบที่มีผลจริง

แบ่ง 400 เขตอย่างไร: มาตรา 86 การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ แต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ดำเนินการตามวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียน ราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จำนวนที่ได้รับให้ถือ… ใช้วิธีเลขคณิตตรงไปตรงมา เอาจำนวนราษฎรทั้งประเทศตามทะเบียนราษฎรปีสุดท้ายก่อนเลือกตั้งหารด้วย 400 ได้ 'ราษฎรต่อ ส.ส. หนึ่งคน' จังหวัดที่ราษฎรไม่ถึงเกณฑ์ได้ 1 คนเสมอ จังหวัดที่เกินได้เพิ่มตามจำนวนเท่าที่ถึงเกณฑ์ ถ้ายังไม่ครบ 400 ให้จังหวัดที่มีเศษเหลือมากที่สุดได้เพิ่มทีละคนจนครบ จากนั้นแบ่งเขตในจังหวัดให้พื้นที่ติดต่อกันและจำนวนราษฎรใกล้เคียงกัน

แบบบัญชีรายชื่อ: แต่ละพรรคยื่นบัญชีเดียวทั่วประเทศ พรรคจะส่งบัญชีได้ต้องส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตด้วย (มาตรา 90 พรรคการเมืองใดส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว ให้มีสิทธิ ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อได้ การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ให้พรรคการเมืองจัดทำบัญชีรายชื่อพรรคละหนึ่งบัญชี โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งของแต่ละพรรคการเมืองต้องไม่ซ้ำกัน และไม่ซ้ำกับรายชื่…) และต้องคำนึงถึงผู้สมัครจากภูมิภาคต่าง ๆ และความเท่าเทียมระหว่างชายหญิง ที่นั่งคำนวณจากคะแนนบัตรพรรคที่รวมทั่วประเทศ ให้ได้สัดส่วนสัมพันธ์โดยตรงกับคะแนนที่ได้ แล้วไล่ตามลำดับในบัญชี (มาตรา 91 การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชี รายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองที่จะได้รับเลือกตั้ง ให้นำคะแนนที่แต่ละ พรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกันทั้งประเทศแล้วคำนวณเพื่อแบ่ง จำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กัน โดยตรงกับจำนวนคะแนนรวมข้างต้น โ…) รายละเอียดวิธีคำนวณอยู่ใน พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ผู้สมัครแบบแบ่งเขตต้องเป็นคนที่พรรคส่ง ลงได้เขตเดียว (มาตรา 87 ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต้องเป็นผู้ซึ่ง พรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิกส่งสมัครรับเลือกตั้ง และจะสมัครรับเลือกตั้งเกินหนึ่งเขตมิได้ เมื่อมีการสมัครรับเลือกตั้งแล้ว ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองจะถอนการสมัครรับเลือกตั้ง หรือเปลี่ยนแปลงผู้สมัค…) ส่วนพรรคเสนอชื่อบุคคลที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีได้ไม่เกิน 3 ชื่อ ก่อนปิดรับสมัคร (มาตรา 88 ในการเลือกตั้งทั่วไป ให้พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแจ้งรายชื่อบุคคล ซึ่งพรรคการเมืองนั้นมีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่เกินสามรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง และให้คณะกรรมการ การเลือกต… และมาตรา 89 การเสนอชื่อบุคคลตามมาตรา ๘๘ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งได้รับการเสนอชื่อ โดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการ การเลือกตั้งกำหนด (๒) ผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๖๐ และไม่เคยทำหนัง…)

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

สูตรปี 2562 กับสูตรปี 2566 ต่างกันตรงไหน

การเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ใช้มาตรา 83 สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน สี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนน โดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู… และ 91 ฉบับเดิม คือ ส.ส. เขต 350 คน บัญชีรายชื่อ 150 คน และบัตรใบเดียว กาเลือกผู้สมัครเขตแล้วคะแนนนั้นนับให้พรรคไปพร้อมกัน วิธีคิดที่นั่งเป็นแบบ 'จัดสรรปันส่วนผสม' คือ

  • เอาคะแนนทุกพรรคทั่วประเทศหารด้วย 500 ได้ 'จำนวน ส.ส. พึงมี' ของแต่ละพรรค
  • ลบด้วยจำนวน ส.ส. เขตที่พรรคชนะ ส่วนต่างที่เหลือคือ ส.ส. บัญชีรายชื่อที่พรรคได้
  • พรรคที่ชนะเขตมากจนเกินจำนวนพึงมี ไม่ได้บัญชีรายชื่อเลย

เป้าหมายคือทุกคะแนนมีความหมาย คะแนนของผู้สมัครที่แพ้ในเขตยังไปช่วยพรรค ผลข้างเคียงคือ ผู้ชนะเขตจำนวนมากทำให้พรรคใหญ่ได้บัญชีรายชื่อน้อยหรือไม่ได้เลย และพรรคเล็กมากมีโอกาสได้ที่นั่ง

การเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 ใช้มาตรา 83 สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน สี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนน โดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู… และ 91 ที่แก้ไขแล้ว เป็นระบบ 'คู่ขนาน' บัตรสองใบนับแยกกันสนิท

  • 400 เขต ใครชนะเขตก็ได้ที่นั่งนั้น
  • 100 ที่นั่งบัญชีรายชื่อ แบ่งตามสัดส่วนคะแนนบัตรพรรคล้วน ๆ ไม่สนว่าพรรคชนะเขตไปกี่เขต

ตัวอย่างสมมุติ ถ้าพรรค ก. ได้คะแนนบัตรพรรค 20% ภายใต้สูตรคู่ขนาน พรรค ก. ได้ประมาณ 20 ที่นั่งบัญชีรายชื่อ บวกกับเขตที่ชนะ ภายใต้สูตรปี 2562 พรรค ก. มีที่นั่งพึงมีราว 100 ที่นั่ง ถ้าชนะเขตไปแล้ว 100 เขต ก็จะไม่ได้บัญชีรายชื่อเพิ่ม

บทเรียนที่ใช้ได้ทั่วไป: สูตรแบบปันส่วนผสมทำให้สภาสะท้อนคะแนนนิยมทั่วประเทศใกล้เคียงกว่า สูตรคู่ขนานให้รางวัลพรรคที่ชนะเขตเยอะ ทั้งสองแบบมีเหตุผลรองรับ และทั้งสองแบบมีผู้ได้และผู้เสีย

คดีและเหตุการณ์จริง · 2019

2562: สูตรปัดเศษ และ ส.ส. พรรคเล็ก

หลังการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 เกิดคำถามใหญ่ว่าจะคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 150 ที่นั่งอย่างไร คะแนนรวมทั่วประเทศหาร 500 ได้ราว 71,000 คะแนนต่อ ส.ส. หนึ่งคน วิธีหนึ่งให้ที่นั่งเฉพาะพรรคที่คะแนนถึงเกณฑ์นี้ อีกวิธีหนึ่งให้ที่นั่งเต็มก่อนแล้วปัดเศษแจกที่นั่งที่เหลือ ซึ่งทำให้พรรคที่คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ได้ที่นั่งด้วย

ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ และเมื่อ 8 พฤษภาคม 2562 ศาลวินิจฉัยว่าบทบัญญัติเรื่องการคำนวณใน พ.ร.ป. เลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงคำนวณตามวิธีของตน ผลคือมี 26 พรรคได้ที่นั่งในสภา โดยพรรคเล็กจำนวนมากได้พรรคละหนึ่งที่นั่ง แม้คะแนนจะต่ำกว่าเกณฑ์ 71,000 อยู่มาก ขณะที่พรรคเพื่อไทยชนะ ส.ส. เขต 136 ที่นั่ง แต่ไม่ได้บัญชีรายชื่อเลย

ฝ่ายที่เห็นด้วยบอกว่าวิธีนี้ทำตามเจตนารมณ์ให้ทุกคะแนนมีค่า ฝ่ายที่ค้าน เช่น พรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ บอกว่าเป็นการบิดคณิตศาสตร์ให้พรรคเล็กได้ที่นั่งเกินคะแนน และพรรคเล็กเหล่านี้หลายพรรคไปสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล เรื่องนี้กลายเป็นเชื้อเพลิงสำคัญของการแก้รัฐธรรมนูญในปี 2564

คดีและเหตุการณ์จริง · 2021

2564: แก้รัฐธรรมนูญกลับไปใช้บัตรสองใบ

ปี 2564 รัฐสภามีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายฉบับ ฉบับที่ผ่านครบทั้งสามวาระคือฉบับที่แก้ระบบเลือกตั้ง แก้มาตรา 83 สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน สี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนน โดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู…, 86 และ 91 เปลี่ยนเป็น ส.ส. เขต 400 บัญชีรายชื่อ 100 บัตรสองใบ และคิดบัญชีรายชื่อแยกจากเขต รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2564 มีผลใช้บังคับในเดือนพฤศจิกายน 2564 และเป็นการแก้ไขเพียงครั้งเดียวที่รวมอยู่ในตัวบทที่ใช้ในแอปนี้

ทำไมผ่าน ทั้งที่การแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยากมาก เหตุผลเชิงโครงสร้างคือพรรคใหญ่ทั้งฝั่งรัฐบาลและฝั่งค้านมีผลประโยชน์ตรงกันว่าระบบคู่ขนานให้ประโยชน์แก่พรรคที่ชนะเขตเยอะ และเรื่องนี้ไม่เข้ากลุ่มเรื่องที่ต้องทำประชามติตามมาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… (8) จึงไม่ต้องผ่านด่านประชามติ แต่ยังต้องได้เสียง ส.ว. ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามตามมาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ…

เหตุผลที่ผู้เสนออธิบาย: ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรเลือกคนกับพรรคแยกกันได้ ระบบบัตรใบเดียวบังคับให้คนที่ชอบผู้สมัครแต่ไม่ชอบพรรคต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง และสูตรปี 2562 คำนวณยาก ประชาชนตรวจสอบเองไม่ได้ ข้อโต้แย้งจากพรรคเล็กคือระบบใหม่ทำให้สภาสะท้อนคะแนนนิยมน้อยลงและกีดกันพรรคเล็ก ระบบบัตรสองใบไม่ใช่ของใหม่ ประเทศไทยเคยใช้ในการเลือกตั้งช่วงปี 2544 ถึง 2554 มาแล้ว

คดีและเหตุการณ์จริง · 2022

2565: หาร 100 หรือหาร 500

เมื่อรัฐธรรมนูญเปลี่ยน กฎหมายลูกต้องเปลี่ยนตาม รัฐสภาถกกันว่าที่นั่งบัญชีรายชื่อควรหารคะแนนด้วย 100 (จำนวนที่นั่งบัญชีรายชื่อ) หรือ 500 (จำนวน ส.ส. ทั้งสภา) ซึ่งจะทำให้กลับไปคล้ายระบบปันส่วนผสม ที่ประชุมรัฐสภาเคยลงมติเลือกหาร 500 ในวาระสอง แต่สุดท้ายการประชุมล่มซ้ำ ๆ จนพ้นกำหนด 180 วันตามมาตรา 132 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นอกจากที่บัญญัติไว้ดังต่อไปนี้ ให้กระทำเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติ (๑) การเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้เสนอต่อรัฐสภา และให้รัฐสภา ประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวัน โดยการออก… (1) ผลตามรัฐธรรมนูญคือถือว่ารัฐสภาเห็นชอบตามร่างที่เสนอไว้แต่แรก ซึ่งใช้หาร 100 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปลายปี 2565 ว่าร่างนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งปี 2566 จึงใช้หาร 100 รายละเอียดเชิงกฎหมายลูกอยู่ในบทถัดไป

ทางลัดช่วยจำ

จำระบบเลือกตั้งด้วยเลข 4-1-2

4-1-2 = เขตสี่ร้อย รายชื่อหนึ่งร้อย บัตรสองใบ

จำว่า 'สี่ร้อยหน้าที่คุณรู้จัก หนึ่งร้อยชื่อที่คุณเลือกผ่านพรรค' บัตรใบแรกเลือกคนในเขต บัตรใบที่สองเลือกพรรค

ส่วนการแบ่งเขต (มาตรา 86 การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ แต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ดำเนินการตามวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียน ราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จำนวนที่ได้รับให้ถือ…) จำเป็นสามจังหวะ: หาร-ปัด-แบ่ง - หาร: ราษฎรทั้งประเทศหาร 400 - ปัด: จังหวัดเล็กได้อย่างน้อย 1 ที่นั่งที่เหลือแจกตามเศษมากที่สุด - แบ่ง: เขตติดกัน คนใกล้เคียงกัน

ถ้าข้อสอบถามถึง 350 + 150 หรือบัตรใบเดียว นั่นคือฉบับก่อนแก้ไขปี 2564

ใครเลือกได้ ใครลงสมัครได้

ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (มาตรา 95 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (๑) มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้ว ไม่น้อยกว่าห้าปี (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีในวันเลือกตั้ง (๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงว…): สัญชาติไทย ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง และมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตไม่น้อยกว่า 90 วัน ผู้อยู่นอกเขตหรืออยู่ต่างประเทศลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตได้ คนที่ไม่ไปเลือกตั้งโดยไม่แจ้งเหตุอาจถูกจำกัดสิทธิบางอย่าง เพราะรัฐธรรมนูญถือว่าการไปเลือกตั้งเป็นหน้าที่ด้วย

ผู้ต้องห้ามใช้สิทธิเลือกตั้ง (มาตรา 96 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้ง เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง (๑) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช (๒) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ (๓) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย (๔) วิกลจริตหรือจิตฟั…): ภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ผู้ถูกคุมขังโดยหมายศาลหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

ผู้สมัคร ส.ส. (มาตรา 97 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีนับถึงวันเลือกตั้ง (๓) เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลา ติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึง…): สัญชาติไทยโดยการเกิด อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี เป็นสมาชิกพรรคเดียวติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน (ลดเหลือ 30 วันถ้าเป็นการเลือกตั้งเพราะยุบสภา) และผู้สมัครแบบแบ่งเขตต้องผูกพันกับจังหวัดอย่างใดอย่างหนึ่ง: มีชื่อในทะเบียนบ้าน 5 ปีติดต่อกัน เกิดในจังหวัด เคยเรียนในจังหวัด 5 ปีการศึกษาติดต่อกัน หรือเคยรับราชการหรือมีชื่อในทะเบียนบ้านในจังหวัด 5 ปีติดต่อกัน

ทำไมต้องสังกัดพรรค 90 วัน ตรรกะคือกันการย้ายพรรคนาทีสุดท้ายแบบซื้อตัว ส่วนเหตุที่ลดเป็น 30 วันเมื่อยุบสภา ก็เพราะการยุบสภาเกิดได้กะทันหัน ถ้าใช้ 90 วัน คนที่เพิ่งเข้าพรรคจะเสียสิทธิโดยไม่ได้ทำผิดอะไร

ลักษณะต้องห้าม 18 ข้อ (มาตรา 98) จัดเป็นกลุ่ม

มาตรา 98 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (๑) ติดยาเสพติดให้โทษ (๒) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๓) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ (๔) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใ… ยาว แต่ถ้าจัดกลุ่มตามเหตุผลจะจำง่าย

  • สภาพตัวบุคคลที่ไม่พร้อม: ติดยาเสพติด ล้มละลายหรือเคยล้มละลายทุจริต ต้องห้ามใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 96 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้ง เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง (๑) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช (๒) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ (๓) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย (๔) วิกลจริตหรือจิตฟั… (ยกเว้นกรณีถูกคุมขัง ซึ่งมีข้ออื่นรองรับ) (98 (1) (2) (4))
  • ผลประโยชน์ทับซ้อน: เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ (98 (3))
  • ประวัติคดีและความซื่อสัตย์: ถูกจำคุกอยู่ พ้นโทษจำคุกยังไม่ถึง 10 ปี (เว้นความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ) เคยถูกไล่ออกเพราะทุจริต เคยถูกยึดทรัพย์เพราะร่ำรวยผิดปกติ เคยต้องคำพิพากษาในความผิดร้ายแรงบางประเภท เช่น ค้ายาเสพติด ฟอกเงิน ค้ามนุษย์ หรือทุจริตเลือกตั้ง (98 (6) ถึง (11))
  • ตำแหน่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง: ข้าราชการประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐ สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ส.ว. หรือเพิ่งพ้นจาก ส.ว. ไม่ถึง 2 ปี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ (98 (12) ถึง (16))
  • ถูกตัดสิทธิทางการเมืองหรือเคยพ้นตำแหน่งเพราะทำผิดร้ายแรง: อยู่ระหว่างถูกระงับหรือเพิกถอนสิทธิสมัคร ต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเคยพ้นตำแหน่งเพราะมาตรา 144 ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะแปรญัตติเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือจำนวนในรายการมิได้ แต่อาจแปรญัตติในทางลดหรือตัดทอนรายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ… (ยุ่งกับงบประมาณ) หรือมาตรา 235 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๓๖ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือมีการกล่าวหาว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเฉพาะที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ใดมีพฤติการณ์ตามมา… วรรคสาม (ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงหรือทุจริต) (98 (5) (17) (18))

ข้อสังเกตที่ชอบออกข้อสอบ: ส.ว. ใช้ลักษณะต้องห้ามชุดนี้เกือบทั้งหมด (มาตรา 108 สมาชิกวุฒิสภาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ก. คุณสมบัติ (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีในวันสมัครรับเลือก (๓) มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบปี หรือเป็นผู้มีลักษณะตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่บัญ… ข. (1)) และรัฐมนตรีก็ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (๑) ติดยาเสพติดให้โทษ (๒) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๓) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ (๔) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใ… (มาตรา 160 รัฐมนตรีต้อง (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี (๓) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (๔) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (๕) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง (๖) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙๘ … (6)) เรื่องหุ้นสื่อจึงตามไปถึงทุกตำแหน่ง

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

ทำไมห้ามถือหุ้นสื่อ

ปัญหาที่กฎข้อนี้ต้องการแก้คือ นักการเมืองที่เป็นเจ้าของโทรโข่ง ถ้าคนที่ออกกฎหมายและคุมรัฐบาลถือหุ้นหนังสือพิมพ์หรือสถานีโทรทัศน์ด้วย เขาใช้สื่อของตัวเองหาเสียง ปิดข่าวที่ไม่เป็นคุณ หรือออกกฎหมายเอื้อธุรกิจสื่อของตัวเองได้

แต่ถ้อยคำในมาตรา 98 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (๑) ติดยาเสพติดให้โทษ (๒) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๓) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ (๔) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใ… (3) กว้างมาก 'เจ้าของหรือผู้ถือหุ้น' ในกิจการสื่อมวลชน 'ใด ๆ' ไม่ได้กำหนดจำนวนหุ้นขั้นต่ำ คำถามจึงตามมาเป็นชุด ถือหุ้นนิดเดียวผิดไหม บริษัทที่จดวัตถุประสงค์ว่าทำสื่อแต่ไม่ได้ทำจริงนับไหม บริษัทที่เลิกทำสื่อไปแล้วนับไหม ศาลรัฐธรรมนูญต้องเป็นคนตอบทีละคดี และคำตอบออกมาต่างกันตามข้อเท็จจริง สองคดีถัดไปแสดงให้เห็นว่ากฎข้อเดียวกันให้ผลต่างกันได้อย่างไร

เส้นทางคดี: ส.ส. หรือ ส.ว. ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของสภาเข้าชื่อร้องต่อประธานสภาของตน ซึ่งต้องส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หรือ กกต. ส่งเรื่องไปยังศาลเอง ถ้ามีเหตุอันควรสงสัย ศาลต้องสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะวินิจฉัย และถ้าวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพสิ้นสุด ให้พ้นตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ (มาตรา 82 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๒) หรือมาตรา ๑๑๑ …)

คดีและเหตุการณ์จริง · 2019

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับหุ้นวี-ลัค มีเดีย

กกต. ร้องว่านายธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย ในวันสมัครรับเลือกตั้ง นายธนาธรสู้ว่าโอนหุ้นให้มารดาไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 ก่อนวันสมัคร 6 กุมภาพันธ์ 2562 ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่พฤษภาคม 2562 และเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2562 วินิจฉัย 7 ต่อ 2 ว่าสมาชิกภาพสิ้นสุดลง

เหตุผลของศาลโดยสรุปคือ หลักฐานการโอนไม่น่าเชื่อว่าเกิดขึ้นจริงก่อนวันสมัคร เช่น การแจ้งเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นต่อทางราชการเกิดขึ้นภายหลัง และเช็คค่าหุ้นถูกนำไปขึ้นเงินหลังการเลือกตั้ง ฝ่ายนายธนาธรโต้ว่าศาลตัดสินจากการอนุมาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริง และบริษัทหยุดกิจการสื่อไปแล้ว

บทเรียนเชิงระบบ: ในคดีลักษณะต้องห้าม ภาระพิสูจน์เรื่องวันเวลาของเอกสารสำคัญมาก และผลของคดีไม่ได้หยุดแค่ตัวบุคคล แต่กระทบจำนวนที่นั่งของพรรคและเสียงในสภาด้วย

คดีและเหตุการณ์จริง · 2024

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับหุ้นไอทีวี

หลังการเลือกตั้งปี 2566 นายพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกลซึ่งได้ที่นั่งมากที่สุด ถูกร้องว่าถือหุ้นบริษัท ไอทีวี 42,000 หุ้น ซึ่งเป็นหุ้นที่อยู่ในกองมรดกของบิดาและเขาถือในฐานะผู้จัดการมรดก ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อ 19 กรกฎาคม 2566 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่รัฐสภาลงมติไม่ให้เสนอชื่อเขาเป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำ

วันที่ 24 มกราคม 2567 ศาลวินิจฉัย 8 ต่อ 1 ว่าสมาชิกภาพไม่สิ้นสุด เหตุผลหลักคือ ในวันที่พรรคส่งชื่อเขาสมัคร ไอทีวีไม่ได้ประกอบกิจการสื่อมวลชนแล้ว เพราะถูกยกเลิกสัญญาสัมปทานตั้งแต่ปี 2550 และไม่มีรายได้จากกิจการสื่อ

เทียบกับคดีธนาธร: ศาลดูว่า 'บริษัททำสื่อจริงหรือไม่ในวันที่สำคัญ' ไม่ได้ดูแค่ชื่อหรือวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียน นี่คือวิธีอ่านมาตรา 98 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (๑) ติดยาเสพติดให้โทษ (๒) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๓) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ (๔) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใ… (3) ที่นักเรียนควรจำ ฝ่ายวิจารณ์ตั้งข้อสังเกตว่า การสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นานหกเดือนในช่วงที่สำคัญทางการเมืองที่สุดมีผลทางการเมืองไปแล้ว ไม่ว่าคำวินิจฉัยสุดท้ายจะออกมาทางใด

สมาชิกภาพสิ้นสุดเมื่อไร และวินัยพรรค

มาตรา 101 สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เมื่อ (๑) ถึงคราวออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร หรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร (๒) ตาย (๓) ลาออก (๔) พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๙๓ (๕) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๙๗ (๖) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙๘ (๗) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๘๔ หรือมาตรา ๑๘๕ (๘… รวมเหตุที่ ส.ส. พ้นตำแหน่งไว้ 13 ข้อ ที่สำคัญคือ สภาครบวาระหรือถูกยุบ ตาย ลาออก ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ทำผิดเรื่องผลประโยชน์ขัดกันตามมาตรา 184 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้อง (๑) ไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (๒) ไม่รับหรือแทรกแซงหรือก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเข้าเป็นคู… หรือ 185 ขาดประชุมเกินหนึ่งในสี่ของวันประชุมในสมัยประชุม 120 วันโดยไม่ได้รับอนุญาต และต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้รอลงอาญา (เว้นความผิดโดยประมาท ลหุโทษ หรือหมิ่นประมาท)

สามข้อที่ผูก ส.ส. ไว้กับพรรค - ลาออกจากพรรค: พ้นจาก ส.ส. ทันที (101 (8)) - พรรคมีมติขับออก: ต้องเป็นมติไม่น้อยกว่าสามในสี่ของที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารพรรคกับ ส.ส. ของพรรค แล้ว ส.ส. คนนั้นมีเวลา 30 วันหาพรรคใหม่ ถ้าหาได้ก็ยังเป็น ส.ส. ต่อ (101 (9)) - พรรคถูกยุบ: มีเวลา 60 วันย้ายเข้าพรรคอื่น ไม่เช่นนั้นพ้นสมาชิกภาพ (101 (10))

เหตุผลเบื้องหลังคือความสมดุลสองด้าน ด้านหนึ่งกันไม่ให้ ส.ส. ย้ายพรรคกลางสภาเพื่อแลกผลประโยชน์ อีกด้านหนึ่งกันไม่ให้ผู้บริหารพรรคใช้การขับออกเป็นอาวุธปิดปาก ส.ส. ที่เห็นต่าง เกณฑ์สามในสี่และสิทธิหาพรรคใหม่ใน 30 วันจึงเป็นตัวกันชน ทั้งนี้ระหว่างอายุสภาห้ามควบรวมพรรคที่มี ส.ส. (มาตรา 99 อายุของสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร จะมีการควบรวมพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรมิได้)

เมื่อตำแหน่งว่าง: ส.ส. เขตว่างต้องเลือกตั้งซ่อม เว้นแต่อายุสภาเหลือไม่ถึง 180 วัน ส.ส. บัญชีรายชื่อว่าง ให้ผู้มีชื่อลำดับถัดไปเลื่อนขึ้นมา โดยประธานสภาประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน 7 วัน (มาตรา 105 เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงเพราะเหตุอื่นใด นอกจากถึงคราว ออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร หรือเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่เป็นตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ดำเนินการตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดให้มีกา…)

คดีและเหตุการณ์จริง · 2024

หกสิบวันหลังพรรคถูกยุบ: อนาคตใหม่ 2563 และก้าวไกล 2567

มาตรา 101 สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เมื่อ (๑) ถึงคราวออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร หรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร (๒) ตาย (๓) ลาออก (๔) พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๙๓ (๕) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๙๗ (๖) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙๘ (๗) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๘๔ หรือมาตรา ๑๘๕ (๘… (10) เคยถูกใช้จริงในเหตุการณ์ใหญ่สองครั้ง

กุมภาพันธ์ 2563 ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ เหตุผลเกี่ยวกับเงินกู้ที่พรรคกู้จากหัวหน้าพรรค ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นประโยชน์อื่นใดที่เกินกว่าที่กฎหมายพรรคการเมืองอนุญาต ส.ส. ที่ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรคส่วนใหญ่ย้ายเข้าพรรคก้าวไกลภายในกรอบ 60 วัน

7 สิงหาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคก้าวไกล จากการรณรงค์แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม. 112 ซึ่งศาลเคยวินิจฉัยไว้ก่อนหน้าว่าเป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองฯ ส.ส. ที่เหลือย้ายเข้าพรรคประชาชนภายในไม่กี่วัน

กฎ 60 วันทำให้ 'ที่นั่ง' อยู่รอดได้แม้ 'พรรค' ไม่รอด รายละเอียดเหตุยุบพรรคและข้อวิจารณ์อยู่ในบทกฎหมายลูก (พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง)

วุฒิสภา 200 คน เลือกกันเองตามกลุ่ม

มาตรา 107 วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยคน ซึ่งมาจากการเลือกกันเอง ของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงาน หรือเคยทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคม โดยในการแบ่งกลุ่มต้องแบ่งในลักษณะที่ทำให้ประชาชน ซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคนสามารถอ… กำหนดให้วุฒิสภามี 200 คน มาจาก 'การเลือกกันเอง' ของบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกันในด้านต่าง ๆ ของสังคม การแบ่งกลุ่มต้องทำให้ทุกคนที่มีสิทธิสมัครอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ กฎหมายลูกจะกำหนดไม่ให้ผู้สมัครเลือกคนในกลุ่มเดียวกัน หรือให้คัดกรองด้วยวิธีอื่นก็ได้ และต้องดำเนินการตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด จนถึงประเทศ รายละเอียดจริงอยู่ใน พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งแบ่งเป็น 20 กลุ่ม

คุณสมบัติ (มาตรา 108 สมาชิกวุฒิสภาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ก. คุณสมบัติ (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีในวันสมัครรับเลือก (๓) มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบปี หรือเป็นผู้มีลักษณะตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่บัญ… ก.): สัญชาติไทยโดยการเกิด อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีในวันสมัคร มีความรู้หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี และผูกพันกับพื้นที่ที่สมัคร

ลักษณะต้องห้าม (มาตรา 108 สมาชิกวุฒิสภาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ก. คุณสมบัติ (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีในวันสมัครรับเลือก (๓) มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบปี หรือเป็นผู้มีลักษณะตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่บัญ… ข.): นอกจากชุดเดียวกับ ส.ส. ยังห้ามเป็นข้าราชการ ห้ามเป็นสมาชิกพรรค และห้ามเป็นหรือเคยเป็น ส.ส. ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรค รัฐมนตรี หรือนักการเมืองท้องถิ่น เว้นแต่พ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ห้ามเป็นพ่อแม่ คู่สมรส หรือลูกของนักการเมืองหรือของผู้สมัคร ส.ว. ในคราวเดียวกัน และห้ามเคยเป็น ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญนี้มาก่อน แปลว่า ส.ว. เป็นได้สมัยเดียว

วาระ 5 ปีนับแต่วันประกาศผล และเมื่อหมดวาระให้อยู่ต่อจนกว่าจะมี ส.ว. ชุดใหม่ (มาตรา 109 อายุของวุฒิสภามีกำหนดคราวละห้าปีนับแต่วันประกาศผลการเลือก สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาเริ่มตั้งแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือก เมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลง ให้สมาชิกวุฒิสภาอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี สมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่) ส.ว. ต้องไม่ฝักใฝ่หรือยอมอยู่ใต้อาณัติพรรคใด (มาตรา 113 สมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ฝักใฝ่หรือยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใด ๆ) และเมื่อพ้นตำแหน่งแล้ว 2 ปีจึงเป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ (มาตรา 112 บุคคลผู้เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงมาแล้ว ยังไม่เกินสองปี จะเป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมิได้ เว้นแต่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น)

หมายเหตุ: ช่วงห้าปีแรก ประเทศไทยมีวุฒิสภาเฉพาะกาล 250 คนที่มาจากการแต่งตั้งตามบทเฉพาะกาล (มาตรา 269 ในวาระเริ่มแรก ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยห้าสิบคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวายคำแนะนำ โดยในการสรรหา และแต่งตั้งให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาคณะหนึ่งซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่… ถึง 272) เรื่องนั้นอยู่ในบทเฉพาะกาล บทนี้พูดถึงวุฒิสภาตามระบบปกติ

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

ทำไมให้เลือกกันเอง แทนให้ประชาชนเลือกตั้ง

ผู้ร่างรัฐธรรมนูญมีโจทย์สองข้อที่ขัดกันเอง

  • ไม่อยากให้วุฒิสภาเป็น 'สภาผัวเมีย' หรือสภาสาขาของพรรค อย่างที่เคยวิจารณ์วุฒิสภาเลือกตั้งในอดีต
  • ไม่อยากให้วุฒิสภามาจากการแต่งตั้งล้วน ๆ เพราะจะขาดความชอบธรรม

คำตอบคือให้คนจากหลายอาชีพมาเลือกกันเอง ห้ามสังกัดพรรค ห้ามญาตินักการเมือง และให้มีการเลือกไขว้ข้ามกลุ่มเพื่อให้ฮั้วยาก ตรรกะคือ ถ้าไม่มีการหาเสียงกับประชาชนทั่วไป ระบบหัวคะแนนของพรรคก็ใช้ไม่ได้

แต่ตรรกะเดียวกันก็สร้างจุดอ่อนใหม่ เมื่อคนที่ลงคะแนนมีแค่ผู้สมัครด้วยกัน จำนวนผู้ลงคะแนนก็น้อยมาก กลุ่มที่จัดตั้งมาดีสามารถส่งคนมาสมัครจำนวนมากเพื่อลงคะแนนให้กันได้ และประชาชนทั่วไปไม่มีส่วนเลือก ดังนั้นสิ่งที่ออกแบบมาเพื่อกันการครอบงำของพรรค อาจเปิดช่องให้การจัดตั้งแบบอื่นเข้ามาแทน

สำหรับข้อสอบ ให้จำอำนาจของวุฒิสภาเป็นสามกอง: กลั่นกรองกฎหมาย ให้ความเห็นชอบบุคคลในตำแหน่งสำคัญ และตรวจสอบรัฐบาลแบบไม่ลงมติ (ตั้งกระทู้ถามตามมาตรา 150 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภามีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่โดยจะถามเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้ ตามข้อบังคับการประชุม แห่งสภานั้น ๆ ซึ่งอย่างน้อยต้องกำหนดให้มีการตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าไว้ด้วย รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะไม่ตอ… และเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 153 สมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของวุฒิสภา มีสิทธิเข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจง ปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ) วุฒิสภาไม่มีอำนาจลงมติไม่ไว้วางใจ และหลังบทเฉพาะกาลมาตรา 272 ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๕๙ เว้นแต่ การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และ มติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นน… สิ้นผลแล้ว ไม่มีอำนาจร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี

คดีและเหตุการณ์จริง · 2024

การเลือก ส.ว. ปี 2567

มิถุนายน 2567 เป็นครั้งแรกที่ใช้ระบบเลือกกันเองตามมาตรา 107 วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยคน ซึ่งมาจากการเลือกกันเอง ของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงาน หรือเคยทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคม โดยในการแบ่งกลุ่มต้องแบ่งในลักษณะที่ทำให้ประชาชน ซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคนสามารถอ… จริง ผู้สมัครหลายหมื่นคนจ่ายค่าธรรมเนียม สมัครใน 1 จาก 20 กลุ่ม แล้วเลือกกันเป็นสามระดับ: อำเภอ (9 มิถุนายน) จังหวัด (16 มิถุนายน) และประเทศ (26 มิถุนายน) ในแต่ละระดับ ผู้สมัครเลือกกันเองในกลุ่มก่อน แล้วจึงเลือกไขว้ไปยังกลุ่มอื่น ระดับประเทศได้ ส.ว. กลุ่มละ 10 คน รวม 200 คน และบัญชีสำรองกลุ่มละ 5 คน

ก่อนรอบระดับประเทศ มีผู้ร้องว่าบทบัญญัติวิธีเลือกใน พ.ร.ป. ขัดมาตรา 107 วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยคน ซึ่งมาจากการเลือกกันเอง ของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงาน หรือเคยทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคม โดยในการแบ่งกลุ่มต้องแบ่งในลักษณะที่ทำให้ประชาชน ซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคนสามารถอ… วันที่ 18 มิถุนายน 2567 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ขัด กระบวนการจึงเดินต่อ กกต. รับรองผล ส.ว. 200 คน เมื่อ 10 กรกฎาคม 2567 ท่ามกลางคำร้องเรื่องคุณสมบัติและการฮั้ว

หลังจากนั้นมีข้อกล่าวหาว่ามีการจัดตั้งลงคะแนนเป็นกลุ่มก้อน ปี 2568 คณะกรรมการคดีพิเศษให้ดีเอสไอสอบสวนในมิติฟอกเงินและความผิดอื่น และ กกต. ตั้งคณะทำงานร่วมไต่สวน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเห็นไม่ตรงกันหลายช่วง จนเมื่อ 14 กันยายน 2569 กกต. มีมติส่งเรื่องบุคคล 77 คน ในจำนวนนี้เป็น ส.ว. ที่ยังดำรงตำแหน่ง 26 คน ไปยังศาลฎีกา ผลทางคดียังไม่ยุติ ณ เวลาที่เขียน ผู้เรียนควรตามข่าวจากแหล่งทางการเพื่อดูผลล่าสุด

ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร กรณีนี้คือการทดสอบจริงครั้งแรกของคำถามในบล็อกก่อนหน้า: ระบบที่ออกแบบให้ฮั้วยาก กันการจัดตั้งได้จริงหรือไม่

ข้อวิจารณ์

ถกเถียงเรื่องวุฒิสภาแบบเลือกกันเอง

เหตุผลที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญให้ไว้: วุฒิสภาควรเป็นที่รวมของผู้รู้หลายสาขา เป็นอิสระจากพรรค และไม่ต้องใช้เงินหาเสียงกับประชาชน การเลือกไขว้ข้ามกลุ่มและการคัดกรองหลายระดับมีไว้เพื่อให้การซื้อเสียงทำได้ยาก

ข้อวิจารณ์จากกลุ่มเฝ้าระวังอย่าง iLaw และผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง: กระบวนการนี้ไม่ควรเรียกว่าการเลือกตั้ง เพราะประชาชนทั่วไปไม่ได้ลงคะแนน ค่าสมัครและกติกาที่ซับซ้อนกีดกันคนทั่วไป การห้ามแนะนำตัวในวงกว้างทำให้ผู้สมัครไม่รู้จักกัน และระบบที่ผู้ลงคะแนนมีจำนวนน้อยเปิดช่องให้การจัดตั้ง ผลปี 2567 ที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายชี้ว่า ส.ว. จำนวนมากมีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองบางพรรค ถูกยกเป็นหลักฐานว่าเป้าหมาย 'อิสระจากพรรค' อาจไม่สำเร็จ

คำถามที่ยังเปิดอยู่: วุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากประชาชนโดยตรงควรมีอำนาจให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระมากแค่ไหน

— Constitution Drafting Commission (stated rationale); iLaw and election observers (criticism)

สมัยประชุม องค์ประชุม และคณะกรรมาธิการ

ภายใน 15 วันหลังประกาศผลเลือกตั้งทั่วไป ต้องเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก ปีหนึ่งมีสมัยประชุมสามัญ 2 สมัย สมัยละ 120 วัน ขยายได้ แต่ปิดก่อนครบต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา (มาตรา 121 ภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก ในปีหนึ่งให้มีสมัยประชุมสามัญของรัฐสภาสองสมัย ๆ หนึ่งให้มีกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมใ…) พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุม ทรงเปิดและทรงปิดประชุม การเรียกประชุม การขยายเวลา และการปิดประชุมทำโดยพระราชกฤษฎีกา และอาจเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำรัฐพิธีเปิดประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งแรกด้วยพระองค์เอง หรือโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์มาทำแทน (มาตรา 122 พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา ทรงเปิดและทรงปิดประชุม พระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำรัฐพิธีเปิดประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งแรกด้วยพระองค์เอง หรือจะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระรัชทายาทซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว หรือผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นผู้แทนพระองค์ มาทำรัฐพิธีก็ได้ …) สมัยวิสามัญเรียกได้เมื่อจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ และ ส.ส. หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกัน จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภา เข้าชื่อขอได้ (มาตรา 123 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาทั้งสองสภารวมกัน หรือสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานรัฐสภาให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศเรียก ประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสาม…)

เมื่อไม่มีสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาประชุมไม่ได้ เว้นแต่เรื่องที่ระบุไว้ เช่น เรื่องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และการสืบราชสมบัติ การประกาศสงคราม หรือการให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่ง (มาตรา 126 ในระหว่างที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าด้วยเหตุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ สภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ หรือเหตุอื่นใด จะมีการประชุมวุฒิสภามิได้ เว้นแต่ (๑) มีกรณีที่รัฐสภาต้องดำเนินการตามมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๑๗๗ (๒) มีกรณีที่วุฒิสภาต้องประชุมเพื่อทำหน้าที่พิจารณาให้บุ…) ตรรกะคือวุฒิสภาไม่ควรกลายเป็นสภาเดี่ยวที่ทำงานแทนประชาชนในช่วงไม่มีผู้แทนที่ประชาชนเลือก

องค์ประชุมคือไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ มติใช้เสียงข้างมาก สมาชิกคนหนึ่งมีหนึ่งเสียง ถ้าเสียงเท่ากันประธานออกเสียงชี้ขาด บันทึกการลงคะแนนรายคนต้องเปิดเผย และการลงคะแนนเลือกหรือให้ความเห็นชอบบุคคลให้ทำเป็นการลับ เว้นแต่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น (มาตรา 120 การประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมวุฒิสภาต้องมีสมาชิกมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา จึงจะเป็นองค์ประชุม เว้นแต่ ในกรณีการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาจะกำหนดองค์ประชุมไว้ในข้อบังคับ เป็นอย่างอื่นก็ได้ การลงมติวินิจ…) การประชุมเปิดเผยเป็นหลัก ประชุมลับได้เมื่อคณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ร้องขอ (มาตรา 127 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร การประชุมวุฒิสภา และการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา ย่อมเป็นการเปิดเผยตามลักษณะที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมแต่ละสภา แต่ถ้าคณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกของแต่ละสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกัน มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละส…)

คณะกรรมาธิการ: สภาตั้งกรรมาธิการสามัญจากสมาชิก และกรรมาธิการวิสามัญจากคนในหรือนอกสภาได้ กรรมาธิการเรียกเอกสารหรือเรียกบุคคลมาชี้แจงได้ แต่เรียกผู้พิพากษาในเรื่องการพิจารณาคดี และองค์กรอิสระในเรื่องที่เป็นอำนาจโดยตรงไม่ได้ กรรมาธิการสามัญต้องมีสัดส่วนตามจำนวน ส.ส. ของแต่ละพรรค (มาตรา 129 สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอำนาจเลือกสมาชิกของแต่ละสภาตั้งเป็น คณะกรรมาธิการสามัญ และมีอำนาจเลือกบุคคลผู้เป็นสมาชิกหรือมิได้เป็นสมาชิก ตั้งเป็นคณะกรรมาธิการ วิสามัญ หรือคณะกรรมาธิการร่วมกันตามมาตรา ๑๓๗ เพื่อกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ และรายงานให้สภาทรา…) และถ้าร่างกฎหมายเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ หรือคนพิการ หรือเป็นร่างที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอ กรรมาธิการวิสามัญอย่างน้อยหนึ่งในสามต้องมาจากกลุ่มนั้นหรือผู้แทนผู้เสนอ (มาตรา 128 สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอำนาจตราข้อบังคับการประชุมเกี่ยวกับการเลือก และการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภา รองประธานสภา เรื่องหรือกิจการอันเป็นหน้าที่และอำนาจของ คณะกรรมาธิการสามัญแต่ละชุด การปฏิบัติหน้าที่และองค์ประชุมของคณะกรรมาธิการ วิธีการประชุม การเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ…)

คดีและเหตุการณ์จริง · 2020

เสียบบัตรแทนกัน กับงบประมาณปี 2563

มกราคม 2563 ระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 มีหลักฐานว่า ส.ส. บางคนไม่ได้อยู่ในห้องประชุม แต่มีการลงคะแนนในชื่อของพวกเขา หรือที่เรียกกันว่าเสียบบัตรแทนกัน

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อกุมภาพันธ์ 2563 ด้วยเสียง 5 ต่อ 4 ว่าการลงคะแนนแทนกันขัดหลัก 'สมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่ง' แต่ไม่ได้ทำให้ทั้งร่างตกไป ศาลให้วาระแรกมีผล แล้วให้สภาลงมติวาระสองและวาระสามใหม่ สภาลงมติใหม่เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2563 โดยฝ่ายค้านไม่เข้าร่วม และวุฒิสภาให้ความเห็นชอบในวันถัดมา

ทำไมสำคัญ: คดีนี้แสดงว่ามาตรา 120 การประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมวุฒิสภาต้องมีสมาชิกมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา จึงจะเป็นองค์ประชุม เว้นแต่ ในกรณีการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาจะกำหนดองค์ประชุมไว้ในข้อบังคับ เป็นอย่างอื่นก็ได้ การลงมติวินิจ… ไม่ใช่แค่พิธีการ คะแนนเสียงหนึ่งเสียงคือการตัดสินใจของคนหนึ่งคนที่ต้องรับผิดชอบเอง และแสดงว่ามาตรา 148 ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำร่างพระราชบัญญัติใดขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยตามมาตรา ๘๑ (๑) หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันมีจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เห็นว่าร่างพระ… เปิดให้ร่างกฎหมายถูกตรวจสอบก่อนขึ้นทูลเกล้าฯ ข้อวิจารณ์จากทั้งสองฝั่งคือ ฝ่ายหนึ่งว่าศาลผ่อนเกินไปเพราะความจำเป็นเรื่องเงิน อีกฝ่ายว่าการสั่งลงมติใหม่ทำให้งบประมาณล่าช้าทั้งที่เสียงข้างมากชัดเจนอยู่แล้ว

เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน

เอกสิทธิ์ (มาตรา 124 ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมวุฒิสภา หรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมาชิกผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใดในทางแถลงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวสมาชิกผู้นั้นในทางใด ๆ มิได้ เอกสิทธิ์ตามวรรคหนึ่งไม่คุ้มครองส…): สิ่งที่สมาชิกพูด แสดงความเห็น หรือลงคะแนนในที่ประชุม เป็นเอกสิทธิ์เด็ดขาด ใครจะฟ้องร้องสมาชิกด้วยเหตุนั้นไม่ได้ เหตุผลคือสภาเป็นที่เดียวที่ผู้แทนต้องพูดเรื่องอันตรายได้โดยไม่กลัวถูกฟ้องปิดปาก เช่น การกล่าวหาการทุจริตของรัฐมนตรี

แต่มีข้อยกเว้นสำคัญ เอกสิทธิ์ไม่คุ้มครอง ถ้าการประชุมนั้นถ่ายทอดทางวิทยุ โทรทัศน์ หรือช่องทางอื่น ถ้อยคำไปปรากฏนอกรัฐสภา และถ้อยคำนั้นเป็นความผิดอาญาหรือละเมิดทางแพ่งต่อบุคคลภายนอก ซึ่งไม่ใช่รัฐมนตรีหรือสมาชิกสภานั้น ตรรกะคือ คุ้มครองการตรวจสอบระหว่างคนในสนาม แต่ไม่ให้ใช้สภาเป็นเวทีถ่ายทอดสดเพื่อทำร้ายคนนอกที่ไม่มีเวทีตอบโต้ คนนอกที่เสียหายขอให้ประธานสภาเผยแพร่คำชี้แจงของตนได้ และยังฟ้องศาลได้

ความคุ้มกัน (มาตรา 125 ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไปทำการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับในขณะกระทำความผิด ในกรณีที่มีการจับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกว…): ระหว่างสมัยประชุม ห้ามจับ คุมขัง หรือหมายเรียกสมาชิกไปสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาคดีอาญา เว้นแต่สภาอนุญาต หรือจับขณะกระทำความผิด ถ้าถูกคุมขังอยู่ก่อนสมัยประชุม ประธานสภาขอให้ปล่อยได้ ศาลยังพิจารณาคดีระหว่างสมัยประชุมได้ แต่ต้องไม่ขัดขวางการมาประชุม ความคุ้มกันนี้ไม่ใช่การยกเว้นความผิด แต่เป็นการกันไม่ให้รัฐบาลใช้ตำรวจจับฝ่ายค้านไปขังก่อนวันลงมติสำคัญ

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

เส้นทางของร่าง พ.ร.บ. หนึ่งฉบับ

คิดเหมือนแข่งวิ่งผลัด แต่ละไม้มีเส้นตายของตัวเอง

  • ใครเสนอได้ (มาตรา 133 ร่างพระราชบัญญัติให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อน และจะเสนอได้ก็แต่โดย (๑) คณะรัฐมนตรี (๒) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคน (๓) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย หรือหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้ ตามกฎห…): คณะรัฐมนตรี ส.ส. ไม่น้อยกว่า 20 คน หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10,000 คนสำหรับร่างตามหมวด 3 หรือหมวด 5 ร่างต้องเข้าสภาผู้แทนราษฎรก่อนเสมอ ถ้าเป็นร่างการเงินที่ ส.ส. หรือประชาชนเสนอ ต้องมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี
  • สภาผู้แทนราษฎร: สามวาระ รับหลักการ แปรญัตติรายมาตรา ลงมติทั้งฉบับ
  • วุฒิสภา (มาตรา 136 เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติและลงมติเห็นชอบแล้ว ให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้นต่อวุฒิสภา วุฒิสภาต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอมานั้นให้เสร็จภายในหกสิบวัน แต่ถ้าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน…): 60 วัน ร่างการเงิน 30 วัน ขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน นับเฉพาะวันในสมัยประชุม ถ้าไม่เสร็จในกำหนด ถือว่าเห็นชอบ
  • วุฒิสภามีสามทาง (มาตรา 137 เมื่อวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว (๑) ถ้าเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๘๑ (๒) ถ้าไม่เห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อนและ ส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นคืนไปยังสภาผู้แทนราษฎร (๓) ถ้าแก้ไขเพิ่มเติม ให้ส่งร่างพระราช…): เห็นชอบ ส่งต่อตามมาตรา 81 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ จะตราขึ้นเป็น กฎหมายได้ก็แต่โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ภายใต้บังคับมาตรา ๑๔๕ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ ที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัต…; ไม่เห็นชอบ ยับยั้งและส่งคืน; แก้ไข ส่งกลับให้สภาผู้แทนราษฎร ถ้าสภาไม่เห็นด้วยกับที่แก้ ตั้งกรรมาธิการร่วมกันจำนวนเท่ากันจากสองสภา
  • ยับยั้งแล้วทำอย่างไร (มาตรา 138 สภาผู้แทนราษฎรจะยกร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๓๗ ขึ้นพิจารณาใหม่ได้เมื่อพ้นหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่ (๑) วันที่วุฒิสภาส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นคืนไปยังสภาผู้แทนราษฎรสำหรับกรณีการยับยั้ง ตามมาตรา ๑๓๗ (๒) (๒) วันที่สภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วย สำหรับกรณีการยับยั้งตามมา…): สภาผู้แทนราษฎรยกขึ้นพิจารณาใหม่ได้เมื่อพ้น 180 วัน (ร่างการเงิน 10 วัน) ถ้ายืนยันด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ถือว่ารัฐสภาเห็นชอบ ระหว่างยับยั้ง ห้ามเสนอร่างหลักการเดียวกันหรือคล้ายกัน (มาตรา 139 ในระหว่างที่มีการยับยั้งร่างพระราชบัญญัติใดตามมาตรา ๑๓๗ คณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการอย่างเดียวกันหรือคล้ายกันกับหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้มิได้ ในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่เสนอหรือส่งให…)
  • ตรวจความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ (มาตรา 148 ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำร่างพระราชบัญญัติใดขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยตามมาตรา ๘๑ (๑) หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันมีจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เห็นว่าร่างพระ…): สมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบ หรือนายกรัฐมนตรีเอง ส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ ถ้าส่วนที่ขัดเป็นสาระสำคัญ ร่างตกไปทั้งฉบับ ถ้าไม่ใช่ ตกไปเฉพาะส่วน
  • ขึ้นทูลเกล้าฯ (มาตรา 81 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ จะตราขึ้นเป็น กฎหมายได้ก็แต่โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ภายใต้บังคับมาตรา ๑๔๕ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ ที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัต… และ 145): นายกรัฐมนตรีรอ 5 วันเผื่อมีคำร้องตามมาตรา 148 ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำร่างพระราชบัญญัติใดขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยตามมาตรา ๘๑ (๑) หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันมีจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เห็นว่าร่างพระ… แล้วนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายใน 20 วัน เมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงใช้บังคับ
  • กรณีไม่ทรงเห็นชอบ (มาตรา 146 ร่างพระราชบัญญัติใด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยและพระราชทาน คืนมายังรัฐสภา หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องปรึกษาร่างพระราชบัญญัตินั้นใหม่ ถ้ารัฐสภามีมติยืนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของทั้งสองสภาแล้…): ถ้าพระราชทานคืน หรือพ้น 90 วันมิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาต้องปรึกษาใหม่ ถ้ายืนยันด้วยเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกทั้งสองสภา นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ อีกครั้ง ถ้ามิได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานคืนมาภายใน 30 วัน ให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายได้เสมือนทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว
  • ถ้าสภาสิ้นอายุหรือยุบ (มาตรา 147 ในกรณีที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ หรือที่รัฐสภา ให้ความเห็นชอบแล้วแต่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วย หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา ให้เป็นอันตกไป บรรดา…): ร่างที่ค้างอยู่ตกไป แต่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขอให้รัฐสภาพิจารณาต่อได้ภายใน 60 วันนับแต่วันเรียกประชุมครั้งแรก

สังเกตลวดลาย: ทุกด่านมีเส้นตาย และถ้าใครนิ่ง ระบบจะ 'ถือว่าเห็นชอบ' เพื่อไม่ให้ใครแช่แข็งกฎหมายได้ด้วยการไม่ทำอะไร

ทางลัดช่วยจำ

เส้นตายในการออกกฎหมาย: เงินรอไม่ได้

หลักจำข้อเดียว: เงินรอไม่ได้ ทุกตัวเลขของร่างการเงินจึงสั้นกว่าเสมอ

  • วุฒิสภาพิจารณา: 60 / 30 (+30)
  • สภาผู้แทนราษฎรยืนยันหลังยับยั้ง: 180 / 10
  • งบประมาณ: สภา 105 วัน วุฒิสภา 20 วัน ห้ามแก้ (หลายร้อยวันกลายเป็นยี่สิบ เพราะงบประมาณต้องทันปีงบ)

ขั้นทูลเกล้าฯ จำเป็นลำดับ 5-20-90-2/3-30 - รอ 5 วัน (เผื่อมีคนส่งศาล) - นำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วัน - ถ้ามิได้พระราชทานคืนภายใน 90 วัน รัฐสภาปรึกษาใหม่ - ยืนยันด้วย 2/3 ของสองสภา - นำขึ้นทูลเกล้าฯ อีกครั้ง ถ้ามิได้พระราชทานคืนภายใน 30 วัน ประกาศใช้ได้

ร่าง พ.ร.ป. ต่างออกไป: เข้าที่ประชุมร่วม 180 วัน

ร่างการเงินและงบประมาณ

ร่างการเงิน (มาตรา 134 ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน หมายความถึงร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) การตั้งขึ้น ยกเลิก ลด เปลี่ยนแปลง แก้ไข ผ่อน หรือวางระเบียบการบังคับอันเกี่ยวกับ ภาษีหรืออากร (๒) การจัดสรร รับ รักษา หรือจ่ายเงินแผ่นดิน หรือการโอนงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน…) คือร่างที่ว่าด้วยภาษีอากร การจัดสรรหรือจ่ายเงินแผ่นดินและการโอนงบประมาณ การกู้เงิน ค้ำประกัน หรือผูกพันทรัพย์สินของรัฐ หรือเงินตรา ถ้าสงสัยว่าร่างใดเป็นร่างการเงิน ผู้ชี้ขาดคือที่ประชุมร่วมของประธานสภาผู้แทนราษฎรกับประธานกรรมาธิการสามัญทุกคณะของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ศาล ถ้าระหว่างพิจารณาร่างที่ ส.ส. หรือประชาชนเสนอถูกแก้จนกลายเป็นร่างการเงิน ต้องขอคำรับรองนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่ได้ ต้องแก้ไม่ให้เป็นร่างการเงิน (มาตรา 135 ร่างพระราชบัญญัติใดที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เสนอ และในชั้นรับหลักการไม่เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน แต่สภาผู้แทนราษฎรได้แก้ไขเพิ่มเติม และประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นเองหรือมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทักท้วงต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าการแก้ไขเพิ่มเติม…)

ทำไมต้องให้นายกรัฐมนตรีรับรอง: เพราะรัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบเงินคลังทั้งระบบ ถ้าใครก็เสนอลดภาษีหรือเพิ่มรายจ่ายได้โดยรัฐบาลไม่รู้ งบประมาณจะเหมือนบัญชีบ้านที่ทุกคนในบ้านรูดบัตรได้แต่ไม่มีใครดูยอดรวม

งบประมาณ: จ่ายเงินแผ่นดินได้เฉพาะที่กฎหมายอนุญาต ยกเว้นกรณีจำเป็นรีบด่วนที่ต้องตั้งงบชดใช้ภายหลัง (มาตรา 140 การจ่ายเงินแผ่นดิน จะกระทำได้เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วย งบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง หรือกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วน จะจ่ายไปก่อนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณ…) งบประมาณรายจ่ายต้องทำเป็นพระราชบัญญัติ ถ้าออกไม่ทันปีงบประมาณใหม่ ใช้ของปีก่อนไปพลาง และรัฐต้องจัดงบให้รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ และองค์กรอัยการพอทำงานอย่างอิสระ ถ้าไม่พอ ยื่นขอแปรญัตติต่อกรรมาธิการได้โดยตรง (มาตรา 141 งบประมาณรายจ่ายของแผ่นดินให้ทำเป็นพระราชบัญญัติ ถ้าพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณออกไม่ทันปีงบประมาณใหม่ ให้ใช้กฎหมายว่าด้วยงบประมาณ รายจ่ายในปีงบประมาณปีก่อนนั้นไปพลางก่อน รัฐต้องจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระของรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ และองค์ก…) ร่างงบต้องแสดงแหล่งรายได้ ผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวัง และความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (มาตรา 142 ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ต้องแสดงแหล่งที่มาและประมาณการรายได้ ผลสัมฤทธิ์หรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจ่ายเงิน และความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาต่าง ๆ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ)

เส้นตาย (มาตรา 143 ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สภาผู้แทนราษฎรจะต้อง พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าวันนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาถึงสภาผู้แทนราษฎร ถ้าสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระรา…): สภาผู้แทนราษฎร 105 วัน ไม่เสร็จถือว่าเห็นชอบ วุฒิสภา 20 วัน เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น แก้ไขไม่ได้ ถ้าวุฒิสภาไม่เห็นชอบ สภาผู้แทนราษฎรยกขึ้นยืนยันได้ทันที

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

มาตรา 144: ปิดประตูงบแปรญัตติเข้ากระเป๋า

ปัญหาเก่าของการเมืองไทยคือ ส.ส. หรือกรรมาธิการแปรญัตติดึงงบลงโครงการที่ตนมีส่วนได้เสีย หรือคุมการใช้เงินเอง มาตรา 144 ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะแปรญัตติเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือจำนวนในรายการมิได้ แต่อาจแปรญัตติในทางลดหรือตัดทอนรายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ… จึงวางกติกาสามชั้น

  • ชั้นที่หนึ่ง: ส.ส. แปรญัตติเพิ่มหรือเปลี่ยนรายการไม่ได้ ทำได้แค่ลดหรือตัด และตัดรายจ่ายที่ผูกพันไม่ได้ ได้แก่ เงินต้นเงินกู้ ดอกเบี้ย และเงินที่กฎหมายกำหนดให้จ่าย
  • ชั้นที่สอง: ห้ามการกระทำใดที่ทำให้ ส.ส. ส.ว. หรือกรรมาธิการมีส่วนในการใช้งบไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
  • ชั้นที่สาม: บทลงโทษหนัก ถ้าสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบส่งศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องวินิจฉัยใน 15 วัน และศาลเห็นว่าฝ่าฝืน สมาชิกผู้นั้นพ้นตำแหน่งและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ถ้าคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ทำหรืออนุมัติหรือรู้แล้วไม่ยับยั้ง พ้นทั้งคณะ และผู้กระทำต้องชดใช้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ย เรียกคืนได้ภายใน 20 ปี

ข้อดีของการออกแบบนี้คือมีทางรอดให้ข้าราชการที่ซื่อตรง: เจ้าหน้าที่ที่รู้ว่ามีการฝ่าฝืน ถ้าบันทึกข้อโต้แย้งไว้หรือแจ้ง ป.ป.ช. จะพ้นความรับผิด และ ป.ป.ช. ต้องปกปิดตัวผู้แจ้ง นี่คือกฎคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสที่ฝังอยู่ในรัฐธรรมนูญ

การตรวจสอบรัฐบาล: กระทู้ อภิปราย และผู้นำฝ่ายค้าน

เครื่องมือของสภาเรียงจากเบาไปหนัก

  • กระทู้ถาม (มาตรา 150 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภามีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่โดยจะถามเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้ ตามข้อบังคับการประชุม แห่งสภานั้น ๆ ซึ่งอย่างน้อยต้องกำหนดให้มีการตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าไว้ด้วย รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะไม่ตอ…): ส.ส. และ ส.ว. ถามรัฐมนตรีเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาได้ และข้อบังคับต้องมีกระทู้ถามสดด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า รัฐมนตรีไม่ตอบได้ถ้าคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน
  • อภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ (มาตรา 152 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จะเข้าชื่อกันเพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติก็ได้): ส.ส. หนึ่งในสิบเข้าชื่อ เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี วุฒิสภาก็ทำได้ (มาตรา 153 สมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของวุฒิสภา มีสิทธิเข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจง ปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ) แต่ต้องใช้หนึ่งในสามของ ส.ว.
  • อภิปรายในที่ประชุมร่วมเรื่องความมั่นคงหรือเศรษฐกิจ (มาตรา 155 ในกรณีที่มีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยหรือเศรษฐกิจของประเทศ สมควรที่จะปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จะแจ้งไปยังประธานรัฐสภาขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมรัฐสภาก็ได้ ในกรณีนี้ ประธานรัฐสภา ต้องดำเนินการให้มีการประชุมภา…): ผู้นำฝ่ายค้านขอได้ ประชุมลับ คณะรัฐมนตรีต้องเข้าร่วม และไม่มีการลงมติ
  • อภิปรายไม่ไว้วางใจ (มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ…): ส.ส. หนึ่งในห้าเข้าชื่อ เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ ห้ามลงมติในวันเดียวกับที่อภิปรายจบ และมติไม่ไว้วางใจต้องได้เกินกึ่งหนึ่งของ ส.ส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ไม่ใช่แค่เกินกึ่งหนึ่งของคนที่มาประชุม เมื่อยื่นญัตติแล้วยุบสภาไม่ได้ รัฐมนตรีที่ย้ายกระทรวงหนีก็ยังถูกอภิปรายต่อ

แต่ละแบบยื่นได้ปีละหนึ่งครั้ง (มาตรา 154 การเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๒ หรือมาตรา ๑๕๓ แล้วแต่กรณี ให้กระทำได้ปีละหนึ่งครั้ง ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่การเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๕๑ ที่สิ้นสุดลงด้วยมติ ให้ผ่านระเบียบวาระเปิดอภิปรายนั้นไป) ยกเว้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จบลงด้วยมติให้ผ่านระเบียบวาระไป ซึ่งไม่นับเป็นครั้ง

ผู้นำฝ่ายค้าน (มาตรา 106 ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดินแล้ว พระมหากษัตริย์ จะทรงแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรที่มีจำนวนสมาชิก มากที่สุด และสมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษ…): หัวหน้าพรรคที่มี ส.ส. มากที่สุดในบรรดาพรรคที่ไม่มีสมาชิกเป็นรัฐมนตรี ประธานหรือรองประธานสภา พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ถ้าเสียงเท่ากันให้จับสลาก ตำแหน่งนี้เป็นทางการ เพราะมีบทบาทในกลไกอื่นด้วย เช่น เป็นกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (มาตรา 203 เมื่อมีกรณีที่จะต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งประกอบด้วย (๑) ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการ (๒) ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการ (๓) ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ (๔) บ…)

ข้อสังเกตเชิงประวัติ: รัฐธรรมนูญบางฉบับก่อนหน้านี้กำหนดให้ญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีต้องเสนอชื่อผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ไปพร้อมกัน มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ… ไม่มีเงื่อนไขนี้

คดีและเหตุการณ์จริง · 2022

สี่ศึกซักฟอกของรัฐบาลประยุทธ์

ระหว่างปี 2563 ถึง 2565 ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ… ต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐมนตรีอื่นสี่ครั้ง คือ กุมภาพันธ์ 2563 กุมภาพันธ์ 2564 สิงหาคมถึงกันยายน 2564 และกรกฎาคม 2565 นายกรัฐมนตรีผ่านทุกครั้ง

บทเรียนเชิงระบบคือ เกณฑ์ 'เกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่' ทำให้ฝ่ายค้านต้องได้เสียงจากพรรครัฐบาลด้วยจึงจะชนะ การอภิปรายไม่ไว้วางใจในระบบรัฐสภาจึงมักไม่ได้มีไว้ล้มรัฐบาลจริง แต่เป็นเวทีตรวจสอบที่ถ่ายทอดสดให้ประชาชนเห็นข้อมูลและพิจารณาเอง แล้วไปตัดสินในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ข้อมูลที่ถูกเปิดในสภายังกลายเป็นจุดเริ่มของการร้องต่อ ป.ป.ช. หรือศาลในบางเรื่องด้วย

ส่วนการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จะเข้าชื่อกันเพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติก็ได้ ถูกใช้เช่นกัน เช่นในเดือนเมษายน 2567 ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน โดยไม่มีการลงมติ

ทางลัดช่วยจำ

สัดส่วนเข้าชื่อ: อาวุธยิ่งหนัก ยิ่งต้องใช้คนมาก

  • 1/10: ส่งศาลรัฐธรรมนูญเรื่องสมาชิกภาพ (มาตรา 82 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๒) หรือมาตรา ๑๑๑ …) ส่งร่างกฎหมายให้ศาลตรวจ (มาตรา 148 ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำร่างพระราชบัญญัติใดขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยตามมาตรา ๘๑ (๑) หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันมีจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เห็นว่าร่างพระ…) ส่งเรื่องงบแปรญัตติ (มาตรา 144 ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะแปรญัตติเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือจำนวนในรายการมิได้ แต่อาจแปรญัตติในทางลดหรือตัดทอนรายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ…) ส.ส. เสนอร่าง พ.ร.ป. (มาตรา 131 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจะเสนอได้ก็แต่โดย (๑) คณะรัฐมนตรี โดยข้อเสนอแนะของศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง (๒) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของสภาผู้แทนราษฎร) อภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ (มาตรา 152 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จะเข้าชื่อกันเพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติก็ได้) ทั้งหมดคือ 'ขอให้คนอื่นตรวจ' ใช้คนน้อย
  • 1/5: อภิปรายไม่ไว้วางใจ (มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ…) เพราะเป็นการขอปลดรัฐบาล ต้องใช้คนมากขึ้น
  • 1/4: ขอประชุมลับ (มาตรา 127 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร การประชุมวุฒิสภา และการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา ย่อมเป็นการเปิดเผยตามลักษณะที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมแต่ละสภา แต่ถ้าคณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกของแต่ละสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกัน มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละส…)
  • 1/3: ขอเปิดสมัยวิสามัญ (มาตรา 123 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาทั้งสองสภารวมกัน หรือสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานรัฐสภาให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศเรียก ประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสาม…) และ ส.ว. ขออภิปรายทั่วไป (มาตรา 153 สมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของวุฒิสภา มีสิทธิเข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจง ปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ) วุฒิสภามีคนน้อยกว่าและไม่มีมติตามมา จึงใช้สัดส่วนสูงกว่าเพื่อกันการใช้พร่ำเพรื่อ
  • 20 คน: ส.ส. เสนอร่าง พ.ร.บ. ทั่วไป (มาตรา 133 ร่างพระราชบัญญัติให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อน และจะเสนอได้ก็แต่โดย (๑) คณะรัฐมนตรี (๒) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคน (๓) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย หรือหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้ ตามกฎห…) ตัวเลขจำนวนคน ไม่ใช่สัดส่วน
  • 10,000 คน: ประชาชนเสนอร่าง พ.ร.บ. (มาตรา 133 ร่างพระราชบัญญัติให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อน และจะเสนอได้ก็แต่โดย (๑) คณะรัฐมนตรี (๒) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคน (๓) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย หรือหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้ ตามกฎห…)

วิธีจำแบบไทย: 'สิบตรวจ ห้าปลด สี่ปิด สามเปิด'

ข้อวิจารณ์

ระบบเลือกตั้งที่ดี คือระบบที่ใครได้ประโยชน์

ฝ่ายสนับสนุนระบบคู่ขนานบัตรสองใบให้เหตุผลว่า เข้าใจง่าย ตรวจสอบเองได้ ให้ผู้เลือกตั้งแยกการเลือกคนกับพรรค และทำให้ได้รัฐบาลที่มีเสียงข้างมากชัดเจน ลดปัญหาสภาที่แตกเป็นสองสิบกว่าพรรคแบบปี 2562

ฝ่ายวิจารณ์ โดยเฉพาะพรรคเล็กและผู้สนับสนุนระบบสัดส่วน ชี้ว่าเมื่อบัญชีรายชื่อมีแค่ 100 ที่นั่งและคิดแยกจากเขต สัดส่วนที่นั่งในสภาจะห่างจากสัดส่วนคะแนนนิยม พรรคที่ชนะเขตมากได้ที่นั่งเกินคะแนนนิยม และประชาชนที่เลือกพรรคเล็กมีเสียงในสภาน้อยลง

สิ่งที่ผู้เรียนควรเห็นคือ กติกาเลือกตั้งไม่เคยเป็นกลางทางคณิตศาสตร์ ทุกสูตรเลือกแล้วว่าจะให้คุณค่ากับอะไรมากกว่า ระหว่างความสะท้อนเสียงประชาชน กับเสถียรภาพของรัฐบาล และคนที่แก้กติกามักเป็นคนที่อยู่ในเกมเอง ประเทศไทยเปลี่ยนสูตรเลือกตั้งหลายครั้งในยี่สิบปี ซึ่งก็คือภาพเล็กของการที่ประเทศเปลี่ยนรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับนับจากปี 2475

— Small parties and proportional-representation advocates; supporters of the 2021 amendment in the larger parties

ทดสอบตัวเอง

ทดสอบตัวเอง

ปัจจุบันมี ส.ส. แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่ออย่างละกี่คน และใช้บัตรกี่ใบ

เขต 400 บัญชีรายชื่อ 100 รวม 500 ใช้บัตรสองใบ ตามมาตรา 83 สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน สี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนน โดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู… ที่แก้ไขปี 2564

มาตรา 83 สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน สี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนน โดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู…
ถ้าคะแนน 'ไม่เลือกผู้ใด' ชนะในเขตหนึ่ง จะเกิดอะไรขึ้น

จัดเลือกตั้งใหม่ ผู้สมัครเดิมทุกคนลงซ้ำไม่ได้ และคะแนนนั้นไม่นำไปคำนวณบัญชีรายชื่อ

มาตรา 85 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ใช้วิธี ออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัคร รับเลือกตั้งผู้ใด หรือ… · มาตรา 92 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งมากกว่า คะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ และมิให้นับคะแนนที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละคนได้รับไปใช้ในการคำนวณตามมาตรา ๙๑ ในกรณีเช่นนี้ ให้คณะกรรมกา…
ส.ส. ลาออกจากพรรค กับ ถูกพรรคขับออก ผลต่างกันอย่างไร

ลาออกจากพรรคพ้นจาก ส.ส. ทันที ถูกขับด้วยมติสามในสี่ ยังมีเวลา 30 วันหาพรรคใหม่

มาตรา 101 สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เมื่อ (๑) ถึงคราวออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร หรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร (๒) ตาย (๓) ลาออก (๔) พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๙๓ (๕) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๙๗ (๖) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙๘ (๗) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๘๔ หรือมาตรา ๑๘๕ (๘…
ผู้สมัคร ส.ว. ต้องอายุเท่าไร และ ส.ว. เป็นได้กี่สมัย

ไม่ต่ำกว่า 40 ปี และเป็นได้สมัยเดียว เพราะผู้เคยเป็น ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญนี้มีลักษณะต้องห้าม

มาตรา 108 สมาชิกวุฒิสภาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ก. คุณสมบัติ (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีในวันสมัครรับเลือก (๓) มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบปี หรือเป็นผู้มีลักษณะตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่บัญ…
วุฒิสภาไม่พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ให้เสร็จภายใน 60 วัน ผลคืออะไร

ถือว่าวุฒิสภาเห็นชอบ และส่งต่อไปตามมาตรา 81 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ จะตราขึ้นเป็น กฎหมายได้ก็แต่โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ภายใต้บังคับมาตรา ๑๔๕ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ ที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัต…

มาตรา 136 เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติและลงมติเห็นชอบแล้ว ให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้นต่อวุฒิสภา วุฒิสภาต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอมานั้นให้เสร็จภายในหกสิบวัน แต่ถ้าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน… · มาตรา 137 เมื่อวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว (๑) ถ้าเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๘๑ (๒) ถ้าไม่เห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อนและ ส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นคืนไปยังสภาผู้แทนราษฎร (๓) ถ้าแก้ไขเพิ่มเติม ให้ส่งร่างพระราช…
ในการพิจารณางบประมาณ ส.ส. แปรญัตติเพิ่มรายการได้หรือไม่

ไม่ได้ ลดหรือตัดได้เท่านั้น และตัดเงินต้น ดอกเบี้ยเงินกู้ และเงินที่กฎหมายกำหนดให้จ่ายไม่ได้

มาตรา 144 ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะแปรญัตติเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือจำนวนในรายการมิได้ แต่อาจแปรญัตติในทางลดหรือตัดทอนรายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ…
ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องใช้ ส.ส. เท่าไร และมติไม่ไว้วางใจต้องได้เสียงเท่าไร

เข้าชื่อหนึ่งในห้า มติต้องเกินกึ่งหนึ่งของ ส.ส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ และห้ามลงมติวันเดียวกับที่อภิปรายจบ

มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ…
เอกสิทธิ์ของสมาชิกไม่คุ้มครองในกรณีใด

เมื่อการประชุมถ่ายทอดออกไป ถ้อยคำปรากฏนอกรัฐสภา และเป็นความผิดอาญาหรือละเมิดทางแพ่งต่อบุคคลที่ไม่ใช่รัฐมนตรีหรือสมาชิกสภานั้น

มาตรา 124 ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมวุฒิสภา หรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมาชิกผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใดในทางแถลงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวสมาชิกผู้นั้นในทางใด ๆ มิได้ เอกสิทธิ์ตามวรรคหนึ่งไม่คุ้มครองส…
แหล่งอ้างอิง
  • Constitution of the Kingdom of Thailand B.E. 2560 (2017), consolidated with the Constitution Amendment (No. 1) B.E. 2564 (2021), Thai text
  • Organic Act on the Election of Members of the House of Representatives B.E. 2561 (2018), as amended
  • Organic Act on the Acquisition of Senators B.E. 2561 (2018)
  • Constitutional Court of Thailand, ruling on Thanathorn Juangroongruangkit's MP status (20 November 2019), as reported by Bangkok Post and Thai PBS World
  • Constitutional Court of Thailand, ruling on Pita Limjaroenrat's MP status (24 January 2024), as reported by Thai PBS World and Al Jazeera
  • Constitutional Court of Thailand, ruling on the 2020 budget bill and proxy voting (February 2020), as reported by Bangkok Post
  • Constitutional Court of Thailand, ruling on the Senate selection provisions (18 June 2024), as reported by Prachatai English and Thai PBS World
  • ISEAS Perspective 2019/42 and Khaosod English reporting on the 2019 party-list allocation
  • International IDEA, 'Thailand's Senate elections results: what now?' (2024)
  • Apipol Sae-Tung, 'Juridification, Legitimacy, and Authoritarian Survival in Thai Politics from the 2014 Military Coup', Asian Review 38(1) (2025)
  • Khaosod English and The Nation, reporting on the Election Commission's 14 September 2026 referral of the 2024 Senate selection case to the Supreme Court

คู่มือนี้เป็นสื่อการเรียน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก ข้อวิจารณ์เป็นความเห็นของผู้ที่ระบุชื่อ ไม่ใช่ข้อสรุปของแอป