อ่านรัฐธรรมนูญให้เห็นเป็นระบบ
รัฐธรรมนูญ 2560 มี 279 มาตรา ถ้าท่องทีละมาตรา คุณจะลืมก่อนถึงห้องสอบ แต่ถ้ามองเป็นเครื่องจักรที่ทุกชิ้นมีหน้าที่ คุณจะเดาคำตอบที่ไม่เคยอ่านได้ถูกเกือบทุกครั้ง บทนี้คือแผนที่ของเครื่องจักรนั้น
ในบทนี้
- กติกาสำหรับคนเขียนกติกา
- กฎหมายสูงสุด: มาตรา 5
- ทำไมกฎหมายสูงสุดต้องมีกรรมการ
- เมื่อรัฐธรรมนูญเงียบ: มาตรา 5 วรรคสอง
- ปี 2549: คำขอใช้ “ม. 7” เพื่อนายกฯ พระราชทาน
- อำนาจเป็นของใคร: มาตรา 1 ถึงมาตรา 4
- สามอำนาจ ใครคุมใคร
- แผนที่ทั้งเล่ม: 16 หมวด กับบทเฉพาะกาล
- แบบแผนที่ 1: แม่แบบขององค์กรตรวจสอบ
- แบบแผนที่ 2: กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และ “ตามที่กฎหมายบัญญัติ”
- แบบแผนที่ 3: นับเสียงให้ถูกฐาน
- แบบแผนที่ 4: ทุกขั้นมีนาฬิกา
- แบบแผนที่ 5: บทเฉพาะกาลมีวันหมดอายุ
- ปี 2565: นับแปดปีของนายกรัฐมนตรีเริ่มเมื่อใด
- ปี 2567: นายกรัฐมนตรีพ้นตำแหน่งเพราะมาตรฐานจริยธรรม
- ปี 2564: รัฐสภาเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้หรือไม่
- 20 ฉบับใน 90 ปี: ความมั่นคงกับความชอบธรรม
- ข้อวิจารณ์: รัฐธรรมนูญเพื่อคุมนักการเมือง หรือเพื่อคุมเสียงข้างมาก
- เปลี่ยนข้อสอบทุกข้อให้เป็นโจทย์ตรรกะ
- ตัวเลขสำคัญทั้งฉบับ
- บันได 4-5-7-8
- หนึ่งในสิบ กับ หนึ่งในห้า
- ทดสอบตัวเอง
กติกาสำหรับคนเขียนกติกา
ลองนึกถึงฟุตบอลหนึ่งนัด ผู้เล่นต้องทำตามกติกา กรรมการเป่านกหวีดเมื่อมีคนทำผิด แต่ใครเป็นคนเขียนกติกา และถ้ากรรมการเองเป่าผิด ใครจะตัดสิน
กฎหมายทั่วไปคือกติกาสำหรับประชาชน รัฐธรรมนูญคือกติกาสำหรับคนที่มีอำนาจออกกฎหมาย ใช้กฎหมาย และตัดสินคดี มันตอบคำถามสามข้อ ใครมีอำนาจอะไร ได้อำนาจนั้นมาอย่างไร และถ้าใช้อำนาจเกินเลยจะถูกหยุดอย่างไร
ทุกมาตราในรัฐธรรมนูญตอบหนึ่งในสามคำถามนี้ เมื่อเจอมาตราใหม่ ให้ถามก่อนเลยว่ามาตรานี้กำลังมอบอำนาจ กำหนดวิธีได้อำนาจ หรือกำหนดวิธีหยุดอำนาจ แค่นี้คุณก็รู้แล้วว่ามันอยู่ตรงไหนของเครื่องจักร
กฎหมายสูงสุด: มาตรา 5
มาตรา 5 รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้น ไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยใ… วรรคหนึ่งพูดสั้นมาก รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ หรือการกระทำใดที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ใช้บังคับไม่ได้
คำว่า “การกระทำใด” สำคัญ มันไม่ได้คุมแค่ตัวบทกฎหมาย แต่คุมการกระทำของรัฐด้วย คำสั่งของรัฐมนตรี มติคณะรัฐมนตรี การตัดสินใจของหน่วยงาน ล้วนต้องอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ
เพื่อจำลำดับชั้น ให้นึกถึงบันไดที่ขั้นล่างต้องไม่ขัดขั้นบน - รัฐธรรมนูญ - พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (กฎหมายลูกที่รัฐธรรมนูญสั่งให้มี มาตรา 130 ให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้ (๑) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (๒) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (๓) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (๔) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมน…) - พระราชบัญญัติ และพระราชกำหนด (มาตรา 172 ในกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัย สาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ พระมหากษัตริย์ จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ การตราพระราชกำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็…) - พระราชกฤษฎีกา (มาตรา 175 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัด ต่อกฎหมาย) - กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ - ข้อบัญญัติท้องถิ่น
บันไดนี้มีความหมายในทางปฏิบัติ ถ้าตัวบทระดับพระราชบัญญัติขัดรัฐธรรมนูญ เรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญ (มาตรา 210 ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมาย (๒) พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ (๓) หน้าที่และอำนาจอื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ การยื่นคำร้อ… และมาตรา 212 ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเอง หรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยมาตรา ๕ และยังไม่มีคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็นเช่นว่านั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัย ในระหว่างนั้…) ถ้าเป็นกฎหรือคำสั่งของฝ่ายปกครองที่ขัดรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย โดยหลักเรื่องไปศาลปกครอง (มาตรา 231 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๓๐ ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้เมื่อเห็นว่ามีกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ให้เสนอเรื่อง พร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชัก… วางเส้นแบ่งนี้ไว้ชัดสำหรับผู้ตรวจการแผ่นดิน)
ทำไมกฎหมายสูงสุดต้องมีกรรมการ
ประโยค “ใช้บังคับไม่ได้” ไม่มีแรงในตัวเอง ใครสักคนต้องเป็นผู้บอกว่าอะไรขัด
โซ่เหตุผลเป็นแบบนี้ - รัฐธรรมนูญสูงกว่ากฎหมายอื่น (มาตรา 5 รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้น ไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยใ…) - ดังนั้นต้องมีองค์กรที่ชี้ขาดว่ากฎหมายใดขัด (มาตรา 210 ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมาย (๒) พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ (๓) หน้าที่และอำนาจอื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ การยื่นคำร้อ… (1)) - ศาลทั่วไปที่เจอปัญหานี้ระหว่างพิจารณาคดีต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ตัดสินเอง (มาตรา 212 ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเอง หรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยมาตรา ๕ และยังไม่มีคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็นเช่นว่านั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัย ในระหว่างนั้…) เพื่อให้คำตอบเป็นหนึ่งเดียวทั้งประเทศ - คำวินิจฉัยต้องผูกพันทุกองค์กร (มาตรา 211 องค์คณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการนั่งพิจารณาและในการทำคำวินิจฉัย ต้องประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่าเจ็ดคน คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่รัฐธรรมนูญจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องใดไว้พิจารณาแล้ว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดจะปฏ…) ไม่อย่างนั้นแต่ละหน่วยงานจะตีความกันเอง - แต่เมื่อผู้ชี้ขาดมีอำนาจเด็ดขาด ผู้ชี้ขาดเองก็ต้องถูกคุม จึงมีคณะกรรมการสรรหา การให้ความเห็นชอบของวุฒิสภา และวาระเดียว 7 ปี (มาตรา 203 เมื่อมีกรณีที่จะต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งประกอบด้วย (๑) ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการ (๒) ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการ (๓) ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ (๔) บ… มาตรา 204 ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของวุฒิสภา ในกรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกรายใด ให้ดำเนินการสรรหา หรือคั… มาตรา 207 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว)
จำโครงนี้ไว้ เพราะมันจะซ้ำอีกหลายครั้ง ทุกครั้งที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจ มันจะสร้างตัวคุมไว้ข้าง ๆ เสมอ คำถามที่ดีที่สุดเวลาอ่านคือ “แล้วใครคุมคนนี้”
เมื่อรัฐธรรมนูญเงียบ: มาตรา 5 วรรคสอง
ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดเขียนครอบคลุมทุกสถานการณ์ มาตรา 5 รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้น ไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยใ… วรรคสองจึงวางทางออกไว้ เมื่อไม่มีบทบัญญัติใดใช้บังคับแก่กรณีใด ให้ทำหรือวินิจฉัยไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
มาตรานี้เป็นช่องว่างที่ตั้งใจเว้นไว้ เหมือนข้อสุดท้ายในสัญญาเช่าที่เขียนว่า “กรณีอื่นให้เป็นไปตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมา” มันกันไม่ให้ระบบติดขัดเพราะไม่มีตัวอักษรรองรับ แต่มันก็เปิดคำถามยากว่า ประเพณีคืออะไร และใครเป็นผู้บอก
ในรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ บทบัญญัติแบบเดียวกันนี้อยู่ที่ม. 7 คนรุ่นที่ผ่านปี 2549 จึงคุ้นกับชื่อ “ม. 7” มากกว่า
ปี 2549: คำขอใช้ “ม. 7” เพื่อนายกฯ พระราชทาน
ต้นปี 2549 ระหว่างวิกฤตการเมืองและการเลือกตั้งที่พรรคฝ่ายค้านหลักไม่ส่งผู้สมัคร มีกลุ่มผู้ชุมนุมและนักวิชาการบางส่วนเสนอให้ใช้ม. 7 ของรัฐธรรมนูญ 2540 ขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน โดยให้เหตุผลว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีบทบัญญัติรองรับ
เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำรัสแก่ผู้พิพากษา ทรงชี้ว่าม. 7 ไม่ได้ให้พระราชอำนาจทำการใดได้ตามพระราชหฤทัย และการขอนายกรัฐมนตรีพระราชทานไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย จากนั้นทรงขอให้ศาลช่วยแก้ปัญหาตามหน้าที่ของศาล
บทเรียนเชิงระบบคือ บทบัญญัติช่องว่างไม่ใช่ประตูหลังสำหรับข้ามบทบัญญัติที่มีอยู่แล้ว เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนวิธีได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีไว้ชัด (ปัจจุบันคือมาตรา 158 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราช… และมาตรา 159 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ และเป็นผู้มีชื่ออยู่ ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิก ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภ…) ก็ไม่มี “ช่องว่าง” ให้ประเพณีเข้ามาแทน
อำนาจเป็นของใคร: มาตรา 1 ถึงมาตรา 4
สี่มาตราแรกคือฐานราก - มาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว แบ่งแยกมิได้ - มาตรา 2 ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข รูปแบบการปกครองคือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข - มาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ… อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล - มาตรา 4 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง ปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคได้รับความคุ้มครอง
มาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ… แยกสองเรื่องที่คนมักรวมกัน เจ้าของอำนาจคือประชาชน ส่วนผู้ใช้อำนาจในนามของรัฐคือพระมหากษัตริย์ โดยใช้ผ่านสามองค์กร คิดแบบบ้านเช่า เจ้าของบ้านคือประชาชน แต่ทุกการกระทำในบ้านต้องผ่านช่องทางที่สัญญากำหนด
วรรคสองของมาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ… เพิ่มเงื่อนไขที่คนมองข้าม รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวม หลักนิติธรรมแปลง่าย ๆ ว่า อำนาจทุกชนิดต้องมีกฎหมายรองรับ และกฎหมายนั้นต้องเป็นธรรม ไม่ใช่แค่มีตัวอักษร
สามอำนาจ ใครคุมใคร
เริ่มจากสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นองค์กรเดียวที่ประชาชนเลือกโดยตรงทั้งหมด (มาตรา 83 สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน สี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนน โดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู…) - สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรี (มาตรา 159 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ และเป็นผู้มีชื่ออยู่ ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิก ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภ…) และลงมติไม่ไว้วางใจได้ (มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ…) - ดังนั้นคณะรัฐมนตรีต้องมีเสียงสนับสนุนในสภาจึงจะอยู่ได้ นี่คือแก่นของระบบรัฐสภา - ในทางกลับกัน นายกรัฐมนตรีขอให้ยุบสภาได้ (มาตรา 103 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป การยุบสภาผู้แทนราษฎรให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา และให้กระทำได้เพียงครั้งเดียว ในเหตุการณ์เดียวกัน ภายในห้าวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งใช้บังคับ …) ฝ่ายบริหารจึงมีอาวุธตอบโต้ แต่เมื่อมีการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจแล้ว จะยุบสภาหนีไม่ได้ (มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ… วรรคสอง) - วุฒิสภาไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนทั่วไป จึงไม่มีอำนาจล้มรัฐบาล แต่มีอำนาจกลั่นกรองกฎหมายและให้ความเห็นชอบบุคคลในองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ (มาตรา 204 ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของวุฒิสภา ในกรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกรายใด ให้ดำเนินการสรรหา หรือคั… มาตรา 222 คณะกรรมการการเลือกตั้งประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากบุคคลดังต่อไปนี้ (๑) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่าง ๆ ที่จะยังประโยชน์แก่การบริหารและจัดการ การเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็น…) - ศาลตรวจว่ากฎหมายและการกระทำชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ (มาตรา 210 ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมาย (๒) พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ (๓) หน้าที่และอำนาจอื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ การยื่นคำร้อ…) - องค์กรอิสระตรวจการเลือกตั้ง การทุจริต การใช้เงินแผ่นดิน และสิทธิมนุษยชน (หมวด 12) - ประชาชนคุมทั้งหมดผ่านการเลือกตั้งทุกสี่ปี (มาตรา 99 อายุของสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร จะมีการควบรวมพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรมิได้) การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย และการร้องเรียน
ถ้าข้อสอบถามว่า “องค์กรใดมีอำนาจ…” ให้ถามกลับว่าอำนาจนั้นเป็นอำนาจแบบไหน ล้มรัฐบาลได้ต้องมาจากประชาชนโดยตรง ชี้ขาดข้อกฎหมายต้องเป็นศาล ตรวจสอบต้องเป็นองค์กรที่ไม่ขึ้นกับคนถูกตรวจ
แผนที่ทั้งเล่ม: 16 หมวด กับบทเฉพาะกาล
แต่ละหมวดตอบคำถามหนึ่งข้อ จำคำถาม แล้วคุณจะรู้ว่าต้องเปิดหมวดไหน - หมวด 1 บททั่วไป (มาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้–5): ประเทศนี้คืออะไร อำนาจเป็นของใคร อะไรสูงสุด - หมวด 2 พระมหากษัตริย์ (มาตรา 6 องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้–24): ประมุขของรัฐ องคมนตรี ผู้สำเร็จราชการ การสืบราชสมบัติ - หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพ (มาตรา 25 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย นอกจากที่บัญญัติคุ้มครองไว้เป็นการเฉพาะ ในรัฐธรรมนูญแล้ว การใดที่มิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายอื่น บุคคลย่อมมีสิทธิ และเสรีภาพที่จะทำการนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตราบเท่าที่การใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เช่นว่านั้นไม่กระทบกระ…–49): รัฐห้ามทำอะไรกับคุณ - หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย (มาตรา 50 บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๒) ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (๓) ป…): คุณต้องทำอะไรให้ส่วนรวม - หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ (มาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้น เป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหล…–63): รัฐ “ต้อง” ทำอะไรให้คุณ - หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ (มาตรา 64 บทบัญญัติในหมวดนี้เป็นแนวทางให้รัฐดำเนินการตรากฎหมายและกำหนดนโยบาย ในการบริหารราชการแผ่นดิน–78): รัฐ “พึง” มุ่งไปทางไหน - หมวด 7 รัฐสภา (มาตรา 79 รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รัฐสภาจะประชุมร่วมกันหรือแยกกัน ย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ บุคคลจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาในขณะเดียวกันมิได้–157): ใครออกกฎหมาย ใช้เงิน และตรวจรัฐบาล - หมวด 8 คณะรัฐมนตรี (มาตรา 158 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราช…–183): ใครบริหาร มาอย่างไร พ้นอย่างไร - หมวด 9 การขัดกันแห่งผลประโยชน์ (มาตรา 184 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้อง (๑) ไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (๒) ไม่รับหรือแทรกแซงหรือก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเข้าเป็นคู…–187): ห้ามใช้ตำแหน่งหาประโยชน์ - หมวด 10 ศาล (มาตรา 188 การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเป็นอำนาจของศาล ซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไป ตามกฎหมาย และในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง–199): ใครตัดสินคดี - หมวด 11 ศาลรัฐธรรมนูญ (มาตรา 200 ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนเก้าคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้ว ไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนสามคน (๒) ตุลาการในศาลปกครอ…–214): ใครตัดสินข้อพิพาทเรื่องรัฐธรรมนูญ - หมวด 12 องค์กรอิสระ (มาตรา 215 องค์กรอิสระเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นให้มีความอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย การปฏิบัติหน้าที่และการใช้อำนาจขององค์กรอิสระต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติทั้งปวงในการใช้ดุลพินิจ–247): ใครตรวจสอบนักการเมืองและรัฐ - หมวด 13 องค์กรอัยการ (มาตรา 248 องค์กรอัยการมีหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย พนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เที่ยงธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง และไม่ให้ถือว่าเป็นคำสั่งทางปกครอง การบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่นขององค์กรอัยการให…): ใครฟ้องคดีแทนรัฐ - หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา 249 ภายใต้บังคับมาตรา ๑ ให้มีการจัดการปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักแห่ง การปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามวิธีการและรูปแบบองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่กฎหมายบัญญัติ การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบใดให้คำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น และความสามารถใน…–254): ท้องถิ่นปกครองตนเองแค่ไหน - หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (มาตรา 255 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได้–256): เปลี่ยนกติกานี้อย่างไร - หมวด 16 การปฏิรูปประเทศ (มาตรา 257 การปฏิรูปประเทศตามหมวดนี้ต้องดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมาย ดังต่อไปนี้ (๑) ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคีปรองดอง มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีความสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านวัตถุกับการพัฒนา ด้านจิตใจ (๒) สังคมมีความสงบสุข เป็นธรรม และมีโอกาสอ…–261): จะปฏิรูปอะไร - บทเฉพาะกาล (มาตรา 262 ให้คณะองคมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะองคมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้–279): สะพานจากระบบเก่าสู่ระบบใหม่
สังเกตสัดส่วน หมวด 7 รัฐสภาหมวดเดียวกินไปเกือบ 80 มาตรา ตัวเลขและขั้นตอนของรัฐสภาจึงเป็นส่วนใหญ่ของตัวบททั้งฉบับ
แบบแผนที่ 1: แม่แบบขององค์กรตรวจสอบ
ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระเกือบทุกแห่งใช้แม่แบบเดียวกัน เรียนแม่แบบครั้งเดียว แล้วค่อยจำข้อยกเว้น - คณะกรรมการสรรหาคัดเลือก (มาตรา 203 เมื่อมีกรณีที่จะต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งประกอบด้วย (๑) ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการ (๒) ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการ (๓) ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ (๔) บ… และมาตรา 217 เมื่อมีกรณีที่จะต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง ในองค์กรอิสระนอกจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา ตามมาตรา ๒๐๓ ที่จะดำเนินการสรรหา เว้นแต่กรรมการสรรหาตามมาตรา ๒๐๓ (๔) ให้ประกอบด้วย บุคคลซึ่งแต่งตั้งโดยศาลรัฐธรรมนูญและอ… ซึ่งให้นำกลไกของมาตรา 203 เมื่อมีกรณีที่จะต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งประกอบด้วย (๑) ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการ (๒) ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการ (๓) ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ (๔) บ… มาใช้กับองค์กรอิสระ ยกเว้น กสม. ที่การสรรหาเป็นไปตาม พ.ร.ป. ตามมาตรา 246 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหา ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เป็นกลางทางการเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์…) - วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ (มาตรา 204 ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของวุฒิสภา ในกรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกรายใด ให้ดำเนินการสรรหา หรือคั… สำหรับศาลรัฐธรรมนูญ และ “ตามคำแนะนำของวุฒิสภา” ในมาตรา 222 คณะกรรมการการเลือกตั้งประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากบุคคลดังต่อไปนี้ (๑) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่าง ๆ ที่จะยังประโยชน์แก่การบริหารและจัดการ การเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็น… มาตรา 228 ผู้ตรวจการแผ่นดินมีจำนวนสามคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำ ของวุฒิสภา จากผู้ซึ่งได้รับการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินไม่ต่ำกว่าอธิบดีห… มาตรา 232 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประกอบด้วย กรรมการจำนวนเก้าคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหา โดยคณะกรรมการสรรหา ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านกฎ… มาตรา 238 คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากผู้ซึ่งได้รับการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน… มาตรา 246 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหา ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เป็นกลางทางการเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์…) - พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง - วาระ 7 ปี ดำรงตำแหน่งได้วาระเดียว (มาตรา 207 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว มาตรา 223 กรรมการการเลือกตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ในระหว่างที่กรรมการการเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการ การเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติ… มาตรา 229 ผู้ตรวจการแผ่นดินมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว มาตรา 233 กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ในระหว่างที่กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้กรรมการเท่าท… มาตรา 239 กรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว มาตรา 246 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหา ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เป็นกลางทางการเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์…)
สิ่งที่ต่างกันคือจำนวนคน ศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน กกต. 7 คน ผู้ตรวจการแผ่นดิน 3 คน ป.ป.ช. 9 คน คตง. 7 คน กสม. 7 คน และที่มาย่อยบางส่วน เช่น กกต. 2 ใน 7 คนมาจากการคัดเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา (มาตรา 222 คณะกรรมการการเลือกตั้งประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากบุคคลดังต่อไปนี้ (๑) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่าง ๆ ที่จะยังประโยชน์แก่การบริหารและจัดการ การเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็น…) ส่วน กสม. ต้องให้ผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนมีส่วนในการสรรหา (มาตรา 246 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหา ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เป็นกลางทางการเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์…)
ทำไมต้องวาระเดียว คนที่หวังได้ต่อวาระจะเกรงใจคนที่ต่อวาระให้ ตัดวาระที่สองทิ้ง ก็ตัดแรงจูงใจที่จะเอาใจใครทิ้งไปด้วย ทำไมต้อง 7 ปี เพราะยาวกว่าอายุสภาผู้แทนราษฎร (4 ปี) และวุฒิสภา (5 ปี) องค์กรตรวจสอบจึงไม่เกิดและตายไปพร้อมรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง
แบบแผนที่ 2: กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และ “ตามที่กฎหมายบัญญัติ”
รัฐธรรมนูญเขียนหลัก แล้วส่งรายละเอียดไปให้กฎหมายระดับล่าง มีสองช่องทาง
ช่องแรกคือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 130 ให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้ (๑) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (๒) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (๓) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (๔) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมน… กำหนดไว้ 10 ฉบับ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. การได้มาซึ่ง ส.ว. กกต. พรรคการเมือง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ป.ป.ช. การตรวจเงินแผ่นดิน วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และ กสม. กฎหมายกลุ่มนี้มีขั้นตอนพิเศษ ผู้เสนอมีเพียงคณะรัฐมนตรี (โดยข้อเสนอแนะของศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง) หรือ ส.ส. ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบ (มาตรา 131 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจะเสนอได้ก็แต่โดย (๑) คณะรัฐมนตรี โดยข้อเสนอแนะของศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง (๒) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของสภาผู้แทนราษฎร) และรัฐสภาพิจารณาในที่ประชุมร่วมกันภายใน 180 วัน (มาตรา 132 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นอกจากที่บัญญัติไว้ดังต่อไปนี้ ให้กระทำเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติ (๑) การเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้เสนอต่อรัฐสภา และให้รัฐสภา ประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวัน โดยการออก…)
ช่องที่สองคือวลี “ตามที่กฎหมายบัญญัติ” ที่โผล่ขึ้นหลายสิบครั้ง หมายความว่ารัฐธรรมนูญวางหลัก แล้วให้พระราชบัญญัติธรรมดาเติมรายละเอียด ความเสี่ยงคือถ้ารัฐสภาไม่ออกกฎหมาย สิทธินั้นอาจค้างอยู่บนกระดาษ มาตรา 25 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย นอกจากที่บัญญัติคุ้มครองไว้เป็นการเฉพาะ ในรัฐธรรมนูญแล้ว การใดที่มิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายอื่น บุคคลย่อมมีสิทธิ และเสรีภาพที่จะทำการนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตราบเท่าที่การใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เช่นว่านั้นไม่กระทบกระ… วรรคสามจึงกันไว้ว่า สิทธิที่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ แม้ยังไม่มีกฎหมาย บุคคลก็ใช้สิทธินั้นได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
เวลาอ่านข้อสอบ ถ้าตัวเลือกบอกว่า “ต้องรอให้มีกฎหมายก่อนจึงใช้สิทธิได้” ให้สงสัยทันที
แบบแผนที่ 3: นับเสียงให้ถูกฐาน
ตัวเลขเสียงในรัฐธรรมนูญมีสองส่วนเสมอ สัดส่วน กับ ฐาน ส่วนใหญ่คนจำสัดส่วนได้แต่ลืมฐาน
ฐานที่พบบ่อยที่สุดคือ “จำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่” แปลว่านับทุกคนที่ยังเป็นสมาชิกอยู่ ไม่ใช่เฉพาะคนที่มาประชุม ถ้าสภามีสมาชิก 498 คนเพราะว่างไปสองที่ “มากกว่ากึ่งหนึ่ง” คือ 250 เสียงขึ้นไป ไม่ว่าวันนั้นจะมาประชุมกี่คน
ถ้อยคำที่ต้องแยกให้ออก - “มากกว่ากึ่งหนึ่ง” เช่น มติเห็นชอบนายกรัฐมนตรี (มาตรา 159 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ และเป็นผู้มีชื่ออยู่ ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิก ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภ…) และมติไม่ไว้วางใจ (มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ…) - “ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง” เช่น องค์ประชุม (มาตรา 120 การประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมวุฒิสภาต้องมีสมาชิกมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา จึงจะเป็นองค์ประชุม เว้นแต่ ในกรณีการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาจะกำหนดองค์ประชุมไว้ในข้อบังคับ เป็นอย่างอื่นก็ได้ การลงมติวินิจ…) และวาระแรกของการแก้รัฐธรรมนูญ (มาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… (3)) - “ไม่น้อยกว่าสองในสาม” ใช้กับเรื่องหนักที่สุด เช่น ยืนยันร่างกฎหมายที่ไม่ได้รับพระราชทานคืน (มาตรา 146 ร่างพระราชบัญญัติใด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยและพระราชทาน คืนมายังรัฐสภา หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องปรึกษาร่างพระราชบัญญัตินั้นใหม่ ถ้ารัฐสภามีมติยืนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของทั้งสองสภาแล้…) และการประกาศสงคราม (มาตรา 177 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศสงครามเมื่อได้รับ ความเห็นชอบของรัฐสภา มติให้ความเห็นชอบของรัฐสภาต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา) - “เสียงข้างมาก” เฉย ๆ ใช้กับการลงมติทั่วไปของผู้มาประชุม
กฎง่าย ๆ ยิ่งเรื่องย้อนกลับยาก ยิ่งต้องใช้เสียงมาก และยิ่งต้องนับจากฐานสมาชิกทั้งหมด ไม่ใช่ฐานผู้มาประชุม
แบบแผนที่ 4: ทุกขั้นมีนาฬิกา
ลองนึกถึงคนที่อยากล้มกฎหมายฉบับหนึ่งโดยไม่ต้องลงมติคัดค้าน วิธีง่ายที่สุดคือดองไว้ไม่พิจารณา รัฐธรรมนูญรู้ทันจึงใส่นาฬิกาไว้เกือบทุกขั้น และหลายจุดใส่ผล “ถือว่าเห็นชอบ” ไว้ด้วย - งบประมาณ: สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาให้เสร็จใน 105 วัน วุฒิสภา 20 วัน และแก้ไขอะไรไม่ได้ (มาตรา 143 ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สภาผู้แทนราษฎรจะต้อง พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าวันนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาถึงสภาผู้แทนราษฎร ถ้าสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระรา…) - พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ: รัฐสภาต้องเสร็จใน 180 วัน ถ้าไม่เสร็จให้ถือว่าเห็นชอบตามร่างที่เสนอ (มาตรา 132 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นอกจากที่บัญญัติไว้ดังต่อไปนี้ ให้กระทำเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติ (๑) การเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้เสนอต่อรัฐสภา และให้รัฐสภา ประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวัน โดยการออก…) - ร่างกฎหมายที่ผ่านรัฐสภา: นายกรัฐมนตรีรอ 5 วัน แล้วนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายใน 20 วัน (มาตรา 145 ร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรี รอไว้ห้าวันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัตินั้นจากรัฐสภา ถ้าไม่มีกรณีต้องดำเนินการตามมาตรา ๑๔๘ ให้นำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายในยี่สิบวันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว) - ร่างแก้รัฐธรรมนูญที่ถูกโต้แย้ง: ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยใน 30 วัน (มาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… (9)) - ยุบสภา: กกต. ประกาศวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน และวันเลือกตั้งต้องอยู่ระหว่าง 45 ถึง 60 วัน (มาตรา 103 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป การยุบสภาผู้แทนราษฎรให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา และให้กระทำได้เพียงครั้งเดียว ในเหตุการณ์เดียวกัน ภายในห้าวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งใช้บังคับ …)
เมื่อเจอข้อสอบตัวเลขวัน ให้ถามว่า นาฬิกานี้กันใครไม่ให้ถ่วงเวลา คำตอบจะช่วยให้จำได้ว่ากำหนดเวลายาวหรือสั้น งานใหญ่ที่ต้องอ่านละเอียดได้เวลายาว งานที่เป็นเพียงการรับรองหรือส่งต่อได้เวลาสั้น
แบบแผนที่ 5: บทเฉพาะกาลมีวันหมดอายุ
มาตรา 262 ให้คณะองคมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะองคมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ถึงมาตรา 279 บรรดาประกาศ คำสั่ง และการกระทำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ หรือที่จะ ออกใช้บังคับต่อไปตามมาตรา ๒๖๕ วรรคสอง ไม่ว่าเป็นประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำที่มีผลใช้บังคับ ในทางรัฐธรรมนูญ ทางนิติบัญญัติ ทาง… เป็นสะพานชั่วคราวจากช่วงรัฐบาล คสช. สู่ระบบตามรัฐธรรมนูญ หลายข้อใช้หมดไปแล้ว เรื่องนี้เป็นกับดัก เพราะคนที่อ่านตำราเก่าจะตอบตามสภาพที่ไม่มีแล้ว - วุฒิสภาชุดแรก 250 คนที่แต่งตั้งตามคำแนะนำของ คสช. มีอายุ 5 ปี (มาตรา 269 ในวาระเริ่มแรก ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยห้าสิบคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวายคำแนะนำ โดยในการสรรหา และแต่งตั้งให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาคณะหนึ่งซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่…) ครบวาระในปี 2567 วุฒิสภาปัจจุบันเป็นแบบ 200 คนที่มาจากการเลือกกันเองตามมาตรา 107 วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยคน ซึ่งมาจากการเลือกกันเอง ของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงาน หรือเคยทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคม โดยในการแบ่งกลุ่มต้องแบ่งในลักษณะที่ทำให้ประชาชน ซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคนสามารถอ… - อำนาจของที่ประชุมร่วมสองสภาในการเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ใช้เฉพาะห้าปีแรกนับแต่มีรัฐสภาชุดแรก (มาตรา 272 ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๕๙ เว้นแต่ การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และ มติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นน…) ปัจจุบันกลับไปใช้มาตรา 159 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ และเป็นผู้มีชื่ออยู่ ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิก ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภ… คือสภาผู้แทนราษฎรลงมติฝ่ายเดียว - บางมาตรายังมีผลต่อเนื่อง เช่น มาตรา 279 บรรดาประกาศ คำสั่ง และการกระทำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ หรือที่จะ ออกใช้บังคับต่อไปตามมาตรา ๒๖๕ วรรคสอง ไม่ว่าเป็นประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำที่มีผลใช้บังคับ ในทางรัฐธรรมนูญ ทางนิติบัญญัติ ทาง… ที่รับรองให้ประกาศและคำสั่งของ คสช. ที่ใช้บังคับอยู่ ยังมีผลจนกว่าจะถูกยกเลิกหรือแก้ไขตามวิธีที่มาตรานั้นกำหนด
วิธีอ่าน: ทุกครั้งที่เจอมาตราในบทเฉพาะกาล ให้หาคำว่า “ในวาระเริ่มแรก” “ห้าปีแรก” หรือ “ภายใน…วันนับแต่วันประกาศใช้” แล้วถามว่าเวลานั้นผ่านไปแล้วหรือยัง
ปี 2565: นับแปดปีของนายกรัฐมนตรีเริ่มเมื่อใด
มาตรา 158 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราช… วรรคสี่ห้ามนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งรวมกันเกินแปดปี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2557 ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ฝ่ายค้านจึงยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าครบแปดปีในเดือนสิงหาคม 2565 แล้ว
วันที่ 30 กันยายน 2565 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 ว่ายังไม่ครบ โดยให้นับตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 ซึ่งเป็นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เหตุผลหลักคือมาตรา 264 ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่ และให้นำความในมาตรา ๒๖๓ วรรคสาม มาใช้บังคับแก่ การดำรงตำแหน่ง… ทำให้คณะรัฐมนตรีที่อยู่ในวันก่อนประกาศใช้เป็นคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญนี้ และข้อจำกัดแปดปีเป็นบทบัญญัติที่เกิดขึ้นพร้อมรัฐธรรมนูญนี้ จึงไม่ย้อนไปนับช่วงก่อนหน้า
ฝ่ายที่วิจารณ์ชี้ว่าเจตนาของข้อจำกัดแปดปีคือกันการผูกขาดอำนาจ การนับใหม่จากปี 2560 ทำให้ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งมาแล้วเกือบสามปีได้เวลาเพิ่ม ส่วนฝ่ายที่เห็นด้วยกับศาลให้เหตุผลเรื่องหลักไม่ใช้กฎหมายย้อนหลังที่เป็นโทษ
สำหรับผู้สอบ บทเรียนคือคำถามเรื่องกำหนดเวลา ต้องดูให้ออกด้วยว่า “เริ่มนับเมื่อใด” และ “อะไรไม่นับ” มาตรา 158 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราช… เองก็เขียนว่าไม่นับช่วงที่อยู่รักษาการหลังพ้นตำแหน่ง
ปี 2567: นายกรัฐมนตรีพ้นตำแหน่งเพราะมาตรฐานจริยธรรม
คดีนี้แสดงให้เห็นว่ามาตราที่ดูไกลกันหลายมาตราต่อกันเป็นโซ่เดียว - มาตรา 160 รัฐมนตรีต้อง (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี (๓) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (๔) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (๕) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง (๖) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙๘ … (4) และ (5) รัฐมนตรีต้องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง - มาตรา 170 ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ไว้วางใจ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ (๕) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๘๖ หรือมาตรา ๑๘๗ (๖) มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๗๑ นอกจากเหตุที่ทำให้ความ… (4) ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเมื่อขาดคุณสมบัติตามมาตรา 160 รัฐมนตรีต้อง (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี (๓) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (๔) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (๕) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง (๖) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙๘ … - มาตรา 170 ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ไว้วางใจ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ (๕) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๘๖ หรือมาตรา ๑๘๗ (๖) มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๗๑ นอกจากเหตุที่ทำให้ความ… วรรคสาม ให้นำมาตรา 82 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๒) หรือมาตรา ๑๑๑ … มาใช้ คือสมาชิกหนึ่งในสิบของสภาเข้าชื่อร้องต่อประธานสภา แล้วส่งศาลรัฐธรรมนูญ
ปี 2567 สมาชิกวุฒิสภากลุ่มหนึ่งเข้าชื่อร้องว่า นายเศรษฐา ทวีสิน แต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ทั้งที่นายพิชิตเคยต้องโทษจำคุกฐานละเมิดอำนาจศาลในปี 2551 วันที่ 14 สิงหาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง โดยเห็นว่าการแต่งตั้งนั้นขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นตำแหน่ง คณะรัฐมนตรีทั้งคณะก็พ้นตามไปด้วย (มาตรา 167 รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (๑) ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๗๐ (๒) อายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร (๓) คณะรัฐมนตรีลาออก (๔) พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา ๑๔๔ เมื่อรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตาม (๑) (๓) หรือ (๔) ให้ดำเนินการเพื่… (1))
ฝ่ายสนับสนุนมองว่านี่คือหลักนิติธรรมทำงาน คนในตำแหน่งสูงสุดก็ต้องรับผิดชอบการแต่งตั้งของตน ฝ่ายวิจารณ์ชี้ว่าเกณฑ์ “ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” และ “จริยธรรมร้ายแรง” กว้างมาก ทำให้ศาลซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมีอำนาจปลดหัวหน้ารัฐบาลด้วยเกณฑ์ที่ประเมินได้หลายทาง มติที่ห่างกันเพียงเสียงเดียวสะท้อนว่าแม้ในหมู่ตุลาการเองก็อ่านเกณฑ์นี้ต่างกัน
ปี 2564: รัฐสภาเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้หรือไม่
หมวด 15 พูดถึง “การแก้ไขเพิ่มเติม” รัฐธรรมนูญ (มาตรา 255 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได้ และมาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ…) แต่ไม่ได้พูดถึงการเขียนฉบับใหม่ทั้งฉบับ ปี 2563–2564 มีการเสนอแก้มาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ รัฐสภาจึงส่งคำถามให้ศาลรัฐธรรมนูญว่าทำได้หรือไม่
วันที่ 11 มีนาคม 2564 ศาลวินิจฉัยว่ารัฐสภามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องถามประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญผ่านประชามติก่อนว่าต้องการฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อร่างเสร็จต้องทำประชามติอีกครั้ง เหตุผลคือรัฐธรรมนูญ 2560 ผ่านประชามติมา การเปลี่ยนทั้งฉบับจึงต้องกลับไปหาเจ้าของอำนาจเดียวกัน
ต่อมาในเดือนมีนาคม 2564 ร่างแก้ไขมาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… นั้นตกไปในวาระที่สาม ส่วนในปีเดียวกัน ร่างแก้ไขที่ผ่านได้คือการแก้มาตรา 83 สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน สี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนน โดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู… มาตรา 86 การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ แต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ดำเนินการตามวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียน ราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จำนวนที่ได้รับให้ถือ… และมาตรา 91 การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชี รายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองที่จะได้รับเลือกตั้ง ให้นำคะแนนที่แต่ละ พรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกันทั้งประเทศแล้วคำนวณเพื่อแบ่ง จำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กัน โดยตรงกับจำนวนคะแนนรวมข้างต้น โ… เปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็นบัตรสองใบ เขต 400 บัญชีรายชื่อ 100 (มีผลวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564)
บทเรียนเชิงระบบ: การแก้รายมาตราเดินตามมาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… ได้ แต่การเปลี่ยนทั้งระบบถูกผูกกลับไปที่ความยินยอมของประชาชนโดยตรง ข้อนี้สอดคล้องกับมาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ… ที่ว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564
20 ฉบับใน 90 ปี: ความมั่นคงกับความชอบธรรม
นับจากปี 2475 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับ รวมฉบับชั่วคราว ฉบับปัจจุบันคือฉบับที่ 20 ตัวเลขนี้บอกอะไรผู้สอบได้บ้าง
ข้อแรก รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเขียนขึ้นเพื่อแก้ปัญหาของฉบับก่อน ฉบับ 2540 มุ่งให้รัฐบาลเข้มแข็งและสร้างองค์กรอิสระ ฉบับ 2550 และ 2560 เพิ่มกลไกตรวจสอบนักการเมืองให้หนักขึ้น หลังเกิดความขัดแย้งเรื่องรัฐบาลพรรคใหญ่ ถ้าคุณเข้าใจว่าผู้ร่างกลัวอะไร คุณจะเดาได้ว่ามาตรานั้นเข้มเพราะอะไร
ข้อสอง ฉบับที่อยู่ได้นานต้องมีทั้งความมั่นคงและความชอบธรรม แก้ง่ายเกินไป กติกาจะเปลี่ยนตามผู้ชนะทุกครั้ง แก้ยากเกินไป คนที่ไม่เห็นด้วยจะหาทางออกนอกระบบ มาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… ของฉบับนี้เลือกอยู่ฝั่งแก้ยาก โดยวาระแรกและวาระสามต้องมี ส.ว. เห็นชอบไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม และวาระสามต้องมี ส.ส. จากพรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลเห็นชอบไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบ
ข้อสาม ความชอบธรรมไม่ได้มาจากตัวอักษรอย่างเดียว แต่มาจากกระบวนการที่คนยอมรับ นี่คือเหตุที่ประชามติปรากฏทั้งในการได้มาของฉบับนี้ (ปี 2559) และในเงื่อนไขการแก้ไขบางเรื่องตามมาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… (8)
ข้อวิจารณ์: รัฐธรรมนูญเพื่อคุมนักการเมือง หรือเพื่อคุมเสียงข้างมาก
ฝ่ายผู้ร่างให้เหตุผลว่า การเมืองไทยก่อนปี 2557 ติดอยู่ในวงจรทุจริตและความขัดแย้ง จึงต้องมีมาตรฐานจริยธรรม องค์กรอิสระที่เข้มแข็ง ยุทธศาสตร์ชาติ และบทเฉพาะกาลที่ค่อย ๆ ส่งผ่านอำนาจ เพื่อให้ระบบนิ่งก่อนเปิดเต็มที่
นักวิชาการหลายคนมองต่าง เขมทอง ตันสกุลรุ่งเรือง เสนอในบทความ Entrenching the Minority (2017) ว่าตั้งแต่ปี 2549 ศาลรัฐธรรมนูญใช้ถ้อยคำเรื่องหลักนิติธรรมตรวจสอบนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งในแบบที่เป็นผลดีกับชนชั้นนำส่วนน้อย และทำให้ความเชื่อมั่นว่าศาลเป็นกรรมการที่เป็นกลางลดลง อภิพล แซ่ตั้ง ในบทความเรื่อง juridification (2025) เสนอว่าหลังรัฐประหาร 2557 รัฐบาลทหารใช้รัฐธรรมนูญ 2560 และยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือทางกฎหมายเพื่อสร้างความชอบธรรมและรักษาสถานะเดิม
ข้อวิจารณ์ที่ถูกยกบ่อยในวงกว้างคือ บทบาทของวุฒิสภาแต่งตั้ง 250 คนในการเลือกนายกรัฐมนตรีช่วงห้าปีแรก (มาตรา 272 ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๕๙ เว้นแต่ การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และ มติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นน…) ความยากของการแก้ไขตามมาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… และการที่ยุทธศาสตร์ชาติ (มาตรา 65 รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็น พลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว การจัดทำ การกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสต…) ผูกรัฐบาลในอนาคต
เวลาตอบข้อสอบเชิงวิเคราะห์ ให้วางทั้งเหตุผลของผู้ร่างและข้อวิจารณ์คู่กัน และระบุว่าใครเป็นผู้เสนอ ไม่ต้องตัดสินแทนผู้อ่าน
— Khemthong Tonsakulrungruang (2017); Apipol Sae-Tung (2025); ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 2560 / the 2017 drafters
เปลี่ยนข้อสอบทุกข้อให้เป็นโจทย์ตรรกะ
เวลาเจอข้อสอบที่ไม่แน่ใจ ให้ถามสี่คำถามตามลำดับ - ใครทำ: องค์กรนี้มาจากประชาชนโดยตรง มาจากการสรรหา หรือเป็นศาล อำนาจที่ถามสอดคล้องกับที่มาของเขาหรือไม่ - ทำอะไร: เป็นการมอบอำนาจ การได้มาซึ่งอำนาจ หรือการหยุดอำนาจ - ด้วยเสียงเท่าไร: เรื่องนี้ย้อนกลับได้ง่ายหรือยาก ถ้ายาก เสียงต้องสูงและนับจากฐานสมาชิกทั้งหมด - ภายในเวลาเท่าไร: นาฬิกานี้กันใครไม่ให้ถ่วง ใครเริ่มนับ ถ้าไม่ทันเกิดอะไร
ตัวอย่าง: “วุฒิสภามีอำนาจลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี” ถามข้อแรก วุฒิสภาไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนทั่วไป ข้อสอง การไม่ไว้วางใจคือการหยุดอำนาจของรัฐบาล ในระบบรัฐสภาอำนาจนี้ต้องอยู่กับสภาที่ประชาชนเลือก ข้อความนี้จึงผิด และมาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ… ยืนยันว่าเป็นอำนาจของ ส.ส.
ตรรกะไม่ได้แทนการอ่านตัวบท แต่มันบอกว่าควรสงสัยตรงไหน แล้วคุณค่อยกลับไปยืนยันด้วยมาตรา
ตัวเลขสำคัญทั้งฉบับ
| จำนวนมาตรา / หมวด | 279 มาตรา, 16 หมวด + บทเฉพาะกาล / 279 sections, 16 chapters + transitory |
| สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (เขต + บัญชีรายชื่อ) มาตรา 83 สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน สี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนน โดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู… | 500 = 400 + 100 |
| อายุสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 99 อายุของสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร จะมีการควบรวมพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรมิได้ | 4 ปี / years |
| สมาชิกวุฒิสภา / อายุวุฒิสภา มาตรา 107 วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยคน ซึ่งมาจากการเลือกกันเอง ของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงาน หรือเคยทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคม โดยในการแบ่งกลุ่มต้องแบ่งในลักษณะที่ทำให้ประชาชน ซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคนสามารถอ… · มาตรา 109 อายุของวุฒิสภามีกำหนดคราวละห้าปีนับแต่วันประกาศผลการเลือก สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาเริ่มตั้งแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือก เมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลง ให้สมาชิกวุฒิสภาอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี สมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่ | 200 คน, 5 ปี / 200, 5 years |
| วุฒิสภาชุดแรก (หมดอายุแล้ว) มาตรา 269 ในวาระเริ่มแรก ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยห้าสิบคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวายคำแนะนำ โดยในการสรรหา และแต่งตั้งให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาคณะหนึ่งซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่… | 250 คน, 5 ปี / 250, 5 years |
| คณะรัฐมนตรี มาตรา 158 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราช… | นายกฯ + ไม่เกิน 35 / PM + up to 35 |
| นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งรวมกัน มาตรา 158 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราช… | ไม่เกิน 8 ปี / max 8 years |
| รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ต่อพรรค มาตรา 88 ในการเลือกตั้งทั่วไป ให้พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแจ้งรายชื่อบุคคล ซึ่งพรรคการเมืองนั้นมีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่เกินสามรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง และให้คณะกรรมการ การเลือกต… | ไม่เกิน 3 / up to 3 |
| พรรคที่เสนอชื่อนายกฯ ได้ / ผู้รับรองการเสนอชื่อ มาตรา 159 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ และเป็นผู้มีชื่ออยู่ ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิก ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภ… | ส.ส. ≥ 5% / ≥ 1/10 ของ ส.ส. / MPs ≥ 5% / ≥ 1/10 of MPs |
| มติเห็นชอบนายกรัฐมนตรี มาตรา 159 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ และเป็นผู้มีชื่ออยู่ ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิก ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภ… | > 1/2 ของ ส.ส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ (เปิดเผย) / > 1/2 of all MPs (open vote) |
| ญัตติไม่ไว้วางใจ: ผู้เข้าชื่อ / มติ มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ… | ≥ 1/5 / > 1/2 |
| ศาลรัฐธรรมนูญ: จำนวน / องค์คณะ / วาระ มาตรา 200 ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนเก้าคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้ว ไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนสามคน (๒) ตุลาการในศาลปกครอ… · มาตรา 211 องค์คณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการนั่งพิจารณาและในการทำคำวินิจฉัย ต้องประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่าเจ็ดคน คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่รัฐธรรมนูญจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องใดไว้พิจารณาแล้ว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดจะปฏ… · มาตรา 207 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว | 9 / ≥ 7 / 7 ปีวาระเดียว / 9 / 7 / single 7 years |
| กกต. / ผู้ตรวจการแผ่นดิน / ป.ป.ช. / คตง. / กสม. มาตรา 222 คณะกรรมการการเลือกตั้งประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากบุคคลดังต่อไปนี้ (๑) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่าง ๆ ที่จะยังประโยชน์แก่การบริหารและจัดการ การเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็น… · มาตรา 228 ผู้ตรวจการแผ่นดินมีจำนวนสามคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำ ของวุฒิสภา จากผู้ซึ่งได้รับการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินไม่ต่ำกว่าอธิบดีห… · มาตรา 232 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประกอบด้วย กรรมการจำนวนเก้าคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหา โดยคณะกรรมการสรรหา ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านกฎ… · มาตรา 238 คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากผู้ซึ่งได้รับการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน… · มาตรา 246 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหา ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เป็นกลางทางการเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์… | 7 / 3 / 9 / 7 / 7 |
| วาระองค์กรอิสระ มาตรา 223 กรรมการการเลือกตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ในระหว่างที่กรรมการการเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการ การเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติ… · มาตรา 229 ผู้ตรวจการแผ่นดินมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว · มาตรา 233 กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ในระหว่างที่กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้กรรมการเท่าท… · มาตรา 239 กรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว · มาตรา 246 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหา ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เป็นกลางทางการเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์… | 7 ปี วาระเดียว / single 7-year term |
| องคมนตรี มาตรา 10 พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรี คนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง ที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ | ประธาน 1 + ไม่เกิน 18 / President + up to 18 |
| อายุ: ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง / ส.ส. / รัฐมนตรี / ส.ว. มาตรา 95 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (๑) มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้ว ไม่น้อยกว่าห้าปี (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีในวันเลือกตั้ง (๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงว… · มาตรา 97 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีนับถึงวันเลือกตั้ง (๓) เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลา ติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึง… · มาตรา 160 รัฐมนตรีต้อง (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี (๓) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (๔) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (๕) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง (๖) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙๘ … · มาตรา 108 สมาชิกวุฒิสภาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ก. คุณสมบัติ (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีในวันสมัครรับเลือก (๓) มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบปี หรือเป็นผู้มีลักษณะตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่บัญ… | 18 / 25 / 35 / 40 |
| อายุ: ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ / องค์กรอิสระ มาตรา 201 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ด้วย (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้าปี แต่ไม่ถึงหกสิบแปดปีในวันที่ได้รับการคัดเลือกหรือวันสมัครเข้ารับ การสรรหา (๓) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (๔) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (๕) ม… · มาตรา 208 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๐๑ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๐๒ (๒) ตาย (๓) ลาออก (๔) มีอายุครบเจ็ดสิบห้าปี (๕) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเท่… · มาตรา 216 นอกจากคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในส่วน ที่ว่าด้วยองค์กรอิสระแต่ละองค์กรแล้ว ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามทั่วไปดังต่อไปนี้ด้วย (๑) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้าปี แต่ไม่เกินเจ็ดสิบปี (๒) มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๐๑ (๑) (๓) (… | 45 ถึงไม่ถึง 68 (พ้นเมื่อ 75) / 45–70 / 45 to under 68 (out at 75) / 45–70 |
| เลือกตั้งหลังสภาครบวาระ / หลังยุบสภา มาตรา 102 เมื่ออายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง พระมหากษัตริย์จะได้ทรงตรา พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไปภายในสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ การเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง … · มาตรา 103 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป การยุบสภาผู้แทนราษฎรให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา และให้กระทำได้เพียงครั้งเดียว ในเหตุการณ์เดียวกัน ภายในห้าวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งใช้บังคับ … | ภายใน 45 วัน / 45–60 วัน / within 45 days / 45–60 days |
| สมัยประชุมสามัญ มาตรา 121 ภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก ในปีหนึ่งให้มีสมัยประชุมสามัญของรัฐสภาสองสมัย ๆ หนึ่งให้มีกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมใ… | ปีละ 2 สมัย สมัยละ 120 วัน / 2 a year, 120 days each |
| งบประมาณ: สภาผู้แทนฯ / วุฒิสภา มาตรา 143 ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สภาผู้แทนราษฎรจะต้อง พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าวันนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาถึงสภาผู้แทนราษฎร ถ้าสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระรา… | 105 วัน / 20 วัน / 105 days / 20 days |
| ร่างกฎหมายที่ไม่ได้รับพระราชทานคืน มาตรา 146 ร่างพระราชบัญญัติใด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยและพระราชทาน คืนมายังรัฐสภา หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องปรึกษาร่างพระราชบัญญัตินั้นใหม่ ถ้ารัฐสภามีมติยืนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของทั้งสองสภาแล้… | 90 วัน, ยืนยัน ≥ 2/3, 30 วัน / 90 days, reaffirm ≥ 2/3, 30 days |
| พ.ร.ป. ตามรัฐธรรมนูญ / เวลาพิจารณา มาตรา 130 ให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้ (๑) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (๒) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (๓) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (๔) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมน… · มาตรา 132 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นอกจากที่บัญญัติไว้ดังต่อไปนี้ ให้กระทำเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติ (๑) การเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้เสนอต่อรัฐสภา และให้รัฐสภา ประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวัน โดยการออก… | 10 ฉบับ / 180 วัน / 10 / 180 days |
| ผู้เสนอแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… | ครม. / ส.ส. 1/5 / ส.ส.+ส.ว. 1/5 / ประชาชน 50,000 / Cabinet, 1/5 MPs, 1/5 both houses, 50,000 voters |
| ประกาศสงคราม มาตรา 177 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศสงครามเมื่อได้รับ ความเห็นชอบของรัฐสภา มติให้ความเห็นชอบของรัฐสภาต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา | ≥ 2/3 ของสองสภา / ≥ 2/3 of both houses |
| การศึกษาที่รัฐต้องจัดให้เด็ก มาตรา 54 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โ… | 12 ปี / 12 years |
บันได 4-5-7-8
สี่ตัวเลขนี้เรียงจากใกล้ประชาชนที่สุดไปหาข้อจำกัดอำนาจ - 4 ปี สภาผู้แทนราษฎร (มาตรา 99 อายุของสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร จะมีการควบรวมพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรมิได้) สั้นที่สุด เพราะต้องกลับไปหาประชาชนบ่อยที่สุด - 5 ปี วุฒิสภา (มาตรา 109 อายุของวุฒิสภามีกำหนดคราวละห้าปีนับแต่วันประกาศผลการเลือก สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาเริ่มตั้งแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือก เมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลง ให้สมาชิกวุฒิสภาอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี สมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่) ยาวกว่าเล็กน้อย เพื่อไม่ให้สภาที่สองเปลี่ยนพร้อมสภาแรก - 7 ปี องค์กรตรวจสอบ วาระเดียว (มาตรา 207 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว มาตรา 223 กรรมการการเลือกตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ในระหว่างที่กรรมการการเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการ การเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติ…) ยาวกว่าทั้งสองสภา เพื่อไม่ให้ผูกกับรัฐบาลใด - 8 ปี เพดานนายกรัฐมนตรี (มาตรา 158 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราช…) เป็นเพดานรวม ไม่ใช่วาระ
จำว่า “สี่เลือก ห้ากลั่น เจ็ดตรวจ แปดหยุด”
หนึ่งในสิบ กับ หนึ่งในห้า
สองเศษส่วนนี้โผล่ซ้ำหลายสิบครั้ง ใช้หลักนี้ช่วยจำ - หนึ่งในสิบ คือ “ส่งเรื่อง/ตั้งคำถาม” เช่น ร้องว่าสมาชิกภาพสิ้นสุด (มาตรา 82 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๒) หรือมาตรา ๑๑๑ …) รับรองชื่อแคนดิเดตนายกฯ (มาตรา 159 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ และเป็นผู้มีชื่ออยู่ ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิก ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภ…) เสนอร่าง พ.ร.ป. (มาตรา 131 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจะเสนอได้ก็แต่โดย (๑) คณะรัฐมนตรี โดยข้อเสนอแนะของศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง (๒) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของสภาผู้แทนราษฎร) ส่งร่างกฎหมายให้ศาลตรวจ (มาตรา 148 ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำร่างพระราชบัญญัติใดขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยตามมาตรา ๘๑ (๑) หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันมีจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เห็นว่าร่างพระ…) อภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ (มาตรา 152 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จะเข้าชื่อกันเพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติก็ได้) - หนึ่งในห้า คือ “ลงสนามสู้” เช่น ยื่นไม่ไว้วางใจ (มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ…) เสนอแก้รัฐธรรมนูญ (มาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… (1)) โต้แย้งพระราชกำหนดที่ใช้บังคับแล้ว (มาตรา 173 ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาจะได้อนุมัติพระราชกำหนดใด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกว่าพระราชกำหนดนั้น ไม่เป็นไปตามมาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง และ…)
ข้อสังเกตช่วยจำ: ร่างกฎหมายยังไม่มีผล การส่งตรวจจึงใช้เสียงน้อยกว่า พระราชกำหนดมีผลเป็นกฎหมายแล้ว การโต้แย้งจึงต้องใช้เสียงมากกว่า
ทดสอบตัวเอง
ศาลยุติธรรมกำลังพิจารณาคดีแล้วเห็นว่าบทบัญญัติของพระราชบัญญัติที่จะใช้ขัดรัฐธรรมนูญ ศาลต้องทำอย่างไร
ส่งความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไม่วินิจฉัยเอง
มาตรา 212 ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเอง หรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยมาตรา ๕ และยังไม่มีคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็นเช่นว่านั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัย ในระหว่างนั้…อำนาจอธิปไตยเป็นของใคร และใช้ผ่านองค์กรใด
เป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้ทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล
มาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ…แม่แบบขององค์กรอิสระมีสี่ขั้นอะไรบ้าง
คณะกรรมการสรรหา วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง วาระ 7 ปีวาระเดียว
มาตรา 203 เมื่อมีกรณีที่จะต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งประกอบด้วย (๑) ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการ (๒) ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการ (๓) ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ (๔) บ… · มาตรา 204 ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของวุฒิสภา ในกรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกรายใด ให้ดำเนินการสรรหา หรือคั… · มาตรา 217 เมื่อมีกรณีที่จะต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง ในองค์กรอิสระนอกจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา ตามมาตรา ๒๐๓ ที่จะดำเนินการสรรหา เว้นแต่กรรมการสรรหาตามมาตรา ๒๐๓ (๔) ให้ประกอบด้วย บุคคลซึ่งแต่งตั้งโดยศาลรัฐธรรมนูญและอ… · มาตรา 207 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียวถ้ายังไม่มีกฎหมายที่รัฐธรรมนูญสั่งให้ตรา บุคคลใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญได้หรือไม่
ได้ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
มาตรา 25 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย นอกจากที่บัญญัติคุ้มครองไว้เป็นการเฉพาะ ในรัฐธรรมนูญแล้ว การใดที่มิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายอื่น บุคคลย่อมมีสิทธิ และเสรีภาพที่จะทำการนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตราบเท่าที่การใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เช่นว่านั้นไม่กระทบกระ…ปัจจุบันใครลงมติเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี
สภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 159 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ และเป็นผู้มีชื่ออยู่ ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิก ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภ… เพราะช่วงห้าปีแรกตามมาตรา 272 ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๕๙ เว้นแต่ การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และ มติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นน… สิ้นสุดแล้ว
มาตรา 159 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ และเป็นผู้มีชื่ออยู่ ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิก ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภ… · มาตรา 272 ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๕๙ เว้นแต่ การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และ มติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นน…ถ้ารัฐสภาพิจารณาร่าง พ.ร.ป. ไม่เสร็จใน 180 วัน ผลเป็นอย่างไร
ถือว่ารัฐสภาเห็นชอบตามร่างที่เสนอ
มาตรา 132 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นอกจากที่บัญญัติไว้ดังต่อไปนี้ ให้กระทำเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติ (๑) การเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้เสนอต่อรัฐสภา และให้รัฐสภา ประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวัน โดยการออก…เมื่อมีการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจแล้ว ยุบสภาได้หรือไม่
ไม่ได้ เว้นแต่ถอนญัตติหรือการลงมติไม่ได้คะแนนตามที่กำหนด
มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ…- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2564
- Khemthong Tonsakulrungruang, Entrenching the Minority: The Constitutional Court in Thailand's Political Conflict, Washington International Law Journal 26(2) (2017)
- Apipol Sae-Tung, Juridification, Legitimacy, and Authoritarian Survival in Thai Politics from the 2014 Military Coup, Asian Review 38(1) (2025)
- Constitutional Court of Thailand, Ruling No. 4/2564 (11 March 2021) on Parliament's power to draft a new constitution
- Constitutional Court of Thailand, ruling of 30 September 2022 on the prime minister's eight-year limit
- Constitutional Court of Thailand, ruling of 14 August 2024 on the termination of Srettha Thavisin's ministerial office
คู่มือนี้เป็นสื่อการเรียน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก ข้อวิจารณ์เป็นความเห็นของผู้ที่ระบุชื่อ ไม่ใช่ข้อสรุปของแอป