บททั่วไป และพระมหากษัตริย์
ยี่สิบสี่มาตราแรกเป็นส่วนที่สั้นที่สุดแต่ถูกอ้างถึงมากที่สุด ห้ามาตราแรกบอกว่าประเทศนี้คืออะไร อีกสิบเก้ามาตราบอกว่าตำแหน่งประมุขของรัฐทำงานอย่างไร และจะไม่มีวันว่างลงได้อย่างไร
ในบทนี้
- มาตรา 1: หนึ่งเดียว แบ่งแยกมิได้
- มาตรา 1 และมาตรา 2 ถูกล็อกไว้
- มาตรา 3 ถึงมาตรา 5: เจ้าของอำนาจ ศักดิ์ศรี และกฎหมายสูงสุด
- มาตรา 6 ถึงมาตรา 9: พระราชสถานะ
- ทำไมต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
- ใครรับสนองพระบรมราชโองการเรื่องใด
- ใครส่งเรื่อง คนนั้นรับสนอง
- คณะองคมนตรี: มาตรา 10 ถึงมาตรา 14
- ทำไมองคมนตรีต้องปลอดการเมือง
- ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์: สามทาง
- เก้าอี้ที่ไม่มีวันว่าง
- คำปฏิญาณของผู้สำเร็จราชการ และการถวายสัตย์ปฏิญาณ
- การสืบราชสมบัติ: มาตรา 20 ถึงมาตรา 22
- รับทราบ กับ ให้ความเห็นชอบ
- ปี 2559: การเปลี่ยนรัชกาลตามขั้นตอน
- ปี 2560: การประกาศใช้ และความต่อเนื่องของคณะองคมนตรี
- พระราชอำนาจที่กระจายอยู่ในหมวดอื่น
- เมื่อร่างกฎหมายไม่ได้รับพระราชทานคืน
- ราชาศัพท์ที่ต้องรู้สำหรับหมวดนี้
- ตัวเลขของบทนี้
- 1 + 18 และ 2467
- ทดสอบตัวเอง
มาตรา 1: หนึ่งเดียว แบ่งแยกมิได้
มาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ มีประโยคเดียว ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้
ประโยคนี้ตอบคำถามเรื่องรูปของรัฐ ไทยเป็นรัฐเดี่ยว ไม่ใช่สหพันธรัฐ ในสหพันธรัฐอย่างมาเลเซียหรือสหรัฐอเมริกา แต่ละรัฐมีรัฐธรรมนูญและอำนาจของตัวเองที่ส่วนกลางยึดคืนไม่ได้ง่าย ๆ ในรัฐเดี่ยว อำนาจทั้งหมดเริ่มจากศูนย์กลางเดียว ท้องถิ่นมีอำนาจได้เท่าที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายมอบให้
นี่ไม่ได้แปลว่าท้องถิ่นไม่มีอำนาจ หมวด 14 เปิดด้วยวลี “ภายใต้บังคับมาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้” แล้วให้มีการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น (มาตรา 249 ภายใต้บังคับมาตรา ๑ ให้มีการจัดการปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักแห่ง การปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามวิธีการและรูปแบบองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่กฎหมายบัญญัติ การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบใดให้คำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น และความสามารถใน…) ความหมายคือ กระจายอำนาจได้เต็มที่ แต่ต้องไม่ถึงขั้นแยกดินแดนหรือกลายเป็นรัฐย่อย
มาตรา 1 และมาตรา 2 ถูกล็อกไว้
มาตรา 2 ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข กำหนดรูปการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
สองมาตรานี้คือสองค่าที่ระบบตั้งใจไม่ให้เปลี่ยน มาตรา 255 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได้ ห้ามแก้รัฐธรรมนูญในทางที่เปลี่ยนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนรูปแบบของรัฐ แม้จะได้เสียงครบทุกขั้นตามมาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… ก็ทำไม่ได้
ส่วนการแก้ไขเนื้อหาของหมวด 1 หรือหมวด 2 ในเรื่องที่ไม่ถึงขั้นเปลี่ยนสองค่าข้างต้น ทำได้ แต่ต้องผ่านประชามติก่อนนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย (มาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… (8))
โซ่ที่ควรจำ - มาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ และมาตรา 2 ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข วางรูปของรัฐและรูปการปกครอง - มาตรา 255 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได้ ห้ามแก้ในทางที่เปลี่ยนสองสิ่งนี้ - มาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… (8) แก้หมวด 1 หรือหมวด 2 ได้ แต่ต้องมีประชามติ - มาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… (9) สมาชิกหนึ่งในสิบส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจได้ว่าร่างขัดมาตรา 255 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได้ หรือเข้าเงื่อนไขต้องทำประชามติหรือไม่
มาตรา 3 ถึงมาตรา 5: เจ้าของอำนาจ ศักดิ์ศรี และกฎหมายสูงสุด
มาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ… วรรคหนึ่ง อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ระวังตัวเลือกที่สลับชื่อองค์กร เช่น ใส่ “องค์กรอิสระ” เข้าไปในรายการช่องทางการใช้อำนาจ จำให้แม่นว่าวรรคหนึ่งมีสามองค์กร คือ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ
มาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ… วรรคสอง ขยายรายชื่อเป็นห้า รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม วรรคนี้ไม่ได้บอกว่าใครใช้อำนาจอธิปไตย แต่บอกว่าทุกคนที่ใช้อำนาจรัฐต้องอยู่ใต้อะไร
มาตรา 4 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง ปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน คุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค และปวงชนชาวไทยได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน มาตรานี้เป็นประตูของหมวด 3
มาตรา 5 รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้น ไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยใ… รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด สิ่งที่ขัดหรือแย้งใช้บังคับไม่ได้ และเมื่อไม่มีบทบัญญัติใช้บังคับ ให้วินิจฉัยตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (ดูรายละเอียดและกรณีปี 2549 ในบทที่ 1)
มาตรา 6 ถึงมาตรา 9: พระราชสถานะ
หมวด 2 เปิดด้วยพระราชสถานะสี่ด้าน - มาตรา 6 องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ - มาตรา 7 พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก คือทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ทุกศาสนา - มาตรา 8 พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย - มาตรา 9 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะสถาปนาและถอดถอนฐานันดรศักดิ์ และพระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะสถาปนาและถอดถอนฐานันดรศักดิ์ และพระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
คำที่ข้อสอบชอบใช้หลอก - พุทธมามกะ แปลว่าผู้นับถือพระพุทธศาสนา - อัครศาสนูปถัมภก แปลว่าองค์อุปถัมภ์ศาสนาทั้งปวง ไม่ใช่เฉพาะพระพุทธศาสนา - จอมทัพไทย คือตำแหน่งประมุขของกองทัพ ไม่ใช่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเป็นตำแหน่งราชการ
ทำไมต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
เริ่มจากมาตรา 6 องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ ถ้าหยุดแค่นี้ จะเกิดคำถามทางระบบทันที เมื่อมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งรัฐมนตรี ประกาศใช้กฎหมาย หรือยุบสภา แล้วการกระทำนั้นผิดพลาด ใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อประชาชน
คำตอบของระบอบประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์คือ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ - พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องมิได้ (มาตรา 6 องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้) - ดังนั้นการกระทำในพระปรมาภิไธยที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดินต้องมีผู้ลงนามรับสนอง (มาตรา 182 บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญ) - ผู้ลงนามรับสนองคือผู้ที่เสนอเรื่องนั้นและรับผิดชอบเรื่องนั้น - ผู้รับสนองที่เป็นรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งลงมติไม่ไว้วางใจได้ (มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมี การ…) - โซ่ความรับผิดชอบจึงไม่ขาด แม้จุดสูงสุดของโซ่จะไม่อาจถูกฟ้องร้องได้
ระบบแบบเดียวกันนี้มีในราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญอื่น ๆ เช่น สหราชอาณาจักร ซึ่งรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบทางการเมืองต่อการกระทำในพระนามของประมุข
เวลาตอบข้อสอบ ให้ถามว่า “เรื่องนี้ใครเป็นผู้เสนอขึ้นไป” ผู้เสนอมักเป็นผู้รับสนอง
ใครรับสนองพระบรมราชโองการเรื่องใด
| หลักทั่วไป: บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา พระบรมราชโองการเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน มาตรา 182 บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญ | รัฐมนตรี / a minister |
| แต่งตั้งหรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง มาตรา 11 การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไป ตามพระราชอัธยาศัย ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรีหรือ ให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่นหรือ ให้องคมนตร… | ประธานรัฐสภา / President of the National Assembly |
| แต่งตั้งหรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง มาตรา 11 การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไป ตามพระราชอัธยาศัย ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรีหรือ ให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่นหรือ ให้องคมนตร… | ประธานองคมนตรี / President of the Privy Council |
| แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (กรณีทรงแต่งตั้งเอง) มาตรา 16 ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหาร พระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะขึ้น ให้เป็น ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และในกรณีที่ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรม… | ประธานรัฐสภา / President of the National Assembly |
| แก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ มาตรา 20 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑ การสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ เมื่อมีพระราชดำริประการใด ให้คณะองคมนตรีจัดทำ ร่าง… | ประธานรัฐสภา / President of the National Assembly |
| แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี มาตรา 158 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราช… | ประธานสภาผู้แทนราษฎร / Speaker of the House |
| แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 106 ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดินแล้ว พระมหากษัตริย์ จะทรงแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรที่มีจำนวนสมาชิก มากที่สุด และสมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษ… | ประธานสภาผู้แทนราษฎร / Speaker of the House |
| แต่งตั้งประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 204 ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของวุฒิสภา ในกรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกรายใด ให้ดำเนินการสรรหา หรือคั… | ประธานวุฒิสภา / President of the Senate |
| เรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญตามคำร้องของสมาชิก มาตรา 123 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาทั้งสองสภารวมกัน หรือสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานรัฐสภาให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศเรียก ประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสาม… | ประธานรัฐสภา / President of the National Assembly |
ใครส่งเรื่อง คนนั้นรับสนอง
ไม่ต้องท่องทีละมาตรา ให้ถามว่าการตัดสินใจนั้นเกิดในองค์กรไหน - สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรี จึงเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรรับสนอง (มาตรา 158 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราช…) - วุฒิสภาเห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จึงเป็นประธานวุฒิสภา (มาตรา 204 ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของวุฒิสภา ในกรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกรายใด ให้ดำเนินการสรรหา หรือคั…) - คณะองคมนตรีเป็นองค์กรของประธานองคมนตรี จึงให้ประธานองคมนตรีรับสนองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่น แต่ประธานองคมนตรีจะรับสนองการแต่งตั้งตัวเองไม่ได้ จึงขึ้นไปที่ประธานรัฐสภา (มาตรา 11 การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไป ตามพระราชอัธยาศัย ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรีหรือ ให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่นหรือ ให้องคมนตร…) - เรื่องของราชบัลลังก์ที่ต้องแจ้งให้รัฐสภาทราบ เช่น ผู้สำเร็จราชการ และกฎมณเฑียรบาล ใช้ประธานรัฐสภา (มาตรา 16 ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหาร พระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะขึ้น ให้เป็น ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และในกรณีที่ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรม… มาตรา 20 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑ การสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ เมื่อมีพระราชดำริประการใด ให้คณะองคมนตรีจัดทำ ร่าง…) - ที่เหลือทั้งหมด เป็นรัฐมนตรี (มาตรา 182 บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญ)
จำเพิ่มอีกนิด ประธานรัฐสภาคือประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่วนประธานวุฒิสภาเป็นรองประธานรัฐสภา (มาตรา 80 ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาเป็นรองประธาน รัฐสภา ในกรณีที่ไม่มีประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่อยู่หรือไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้ ให้ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภาแทน ในระหว่างที่ประธานวุฒิสภาต้องทำหน้าที่ประธานรัฐสภาตามวรรคส…)
คณะองคมนตรี: มาตรา 10 ถึงมาตรา 14
มาตรา 10 พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรี คนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง ที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีหนึ่งคน และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคน รวมแล้วไม่เกินสิบเก้าคน หน้าที่หลักคือถวายความเห็นในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่ทรงปรึกษา และหน้าที่อื่นตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ
มาตรา 11 การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไป ตามพระราชอัธยาศัย ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรีหรือ ให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่นหรือ ให้องคมนตร… การเลือก แต่งตั้ง และให้พ้นจากตำแหน่ง เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย พร้อมกำหนดผู้รับสนองไว้สองชั้น
มาตรา 12 องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง หรือข้าราชการเว้นแต่การเป็นข้าราชการในพระองค์ ในตำแหน่งองคมนตรี … องคมนตรีต้องไม่เป็น ส.ส. ส.ว. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ สมาชิกหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง หรือข้าราชการ เว้นแต่ข้าราชการในพระองค์ในตำแหน่งองคมนตรี และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่พรรคการเมืองใด
มาตรา 13 ก่อนเข้ารับหน้าที่ องคมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้ “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อ พระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏ… ก่อนเข้ารับหน้าที่ องคมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์
มาตรา 14 องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจาก ตำแหน่ง องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง สังเกตว่าไม่มีวาระและไม่มีอายุเกษียณกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
มาตรา 15 การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการในพระองค์พ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตาม พระราชอัธยาศัย การจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ ให้เป็นไปตาม พระราชอัธยาศัยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกา แยกเรื่องข้าราชการในพระองค์ออกมา การแต่งตั้งและให้พ้นจากตำแหน่งเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย และการจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลเป็นไปตามพระราชอัธยาศัยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกา
ทำไมองคมนตรีต้องปลอดการเมือง
ดูว่ารัฐธรรมนูญให้คณะองคมนตรีทำอะไรนอกจากถวายความเห็น - เสนอชื่อผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในบางกรณี (มาตรา 17 ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา ๑๖ หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะ ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น แต่ต่อมาคณะองคมนตรีพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นสมควร แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แ…) - ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการชั่วคราว (มาตรา 18 ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๗ ให้ประธาน องคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพร… และมาตรา 22 ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ตามมาตรา ๒๑ ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน แต่ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงในระหว่างที่ได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ แทนพระองค์ไว้ตามมา…) - จัดทำร่างแก้ไขกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์เมื่อมีพระราชดำริ (มาตรา 20 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑ การสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ เมื่อมีพระราชดำริประการใด ให้คณะองคมนตรีจัดทำ ร่าง…) - เสนอพระนามผู้สืบราชสันตติวงศ์ในกรณีที่ไม่ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ (มาตรา 21 ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้ง พระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ… วรรคสอง)
ทั้งหมดนี้เป็นจังหวะที่ประเทศเปราะบางที่สุด คือช่วงที่ราชบัลลังก์อาจว่างหรือพระมหากษัตริย์ทรงปฏิบัติพระราชภาระไม่ได้ ถ้าคนที่อยู่ในจังหวะนั้นเป็นคนของพรรคการเมือง การเปลี่ยนผ่านจะกลายเป็นสนามแข่งทางการเมือง มาตรา 12 องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง หรือข้าราชการเว้นแต่การเป็นข้าราชการในพระองค์ ในตำแหน่งองคมนตรี … จึงตัดความเชื่อมโยงกับการเมืองและหน่วยงานรัฐออกทั้งหมด โซ่คือ บทบาทในช่วงเปลี่ยนผ่าน → ต้องเป็นกลางที่สุด → ห้ามถือตำแหน่งทางการเมืองหรือฝักใฝ่พรรค
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์: สามทาง
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์คือผู้ที่ปฏิบัติพระราชภาระแทนเมื่อพระมหากษัตริย์ไม่ประทับในราชอาณาจักรหรือทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ รัฐธรรมนูญวางไว้สามทาง เรียงตามลำดับ
ทางที่หนึ่ง มาตรา 16 ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหาร พระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะขึ้น ให้เป็น ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และในกรณีที่ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรม… พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ ถ้าทรงแต่งตั้ง ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนอง
ทางที่สอง มาตรา 17 ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา ๑๖ หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะ ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น แต่ต่อมาคณะองคมนตรีพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นสมควร แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แ… ถ้าไม่ได้ทรงแต่งตั้งไว้ หรือทรงแต่งตั้งไม่ได้เพราะยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเหตุอื่น และคณะองคมนตรีเห็นว่าจำเป็นต้องมีผู้สำเร็จราชการ แต่กราบบังคมทูลให้ทรงแต่งตั้งไม่ทันการ ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อบุคคลตามลำดับที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมกำหนดไว้ก่อนแล้ว แล้วแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อประกาศในพระปรมาภิไธยแต่งตั้งผู้นั้น
ทางที่สาม มาตรา 18 ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๗ ให้ประธาน องคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพร… ระหว่างที่ยังไม่มีผู้สำเร็จราชการตามมาตรา 17 ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา ๑๖ หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะ ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น แต่ต่อมาคณะองคมนตรีพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นสมควร แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แ… ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการชั่วคราวไปพลางก่อน และถ้าผู้สำเร็จราชการที่ได้รับแต่งตั้งปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ประธานองคมนตรีก็ทำหน้าที่แทนชั่วคราวเช่นกัน ระหว่างนั้นประธานองคมนตรีจะทำหน้าที่ประธานองคมนตรีไม่ได้ คณะองคมนตรีจึงเลือกองคมนตรีคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานองคมนตรีชั่วคราว
มาตรา 23 ในกรณีที่คณะองคมนตรีจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๗ หรือมาตรา ๒๑ วรรคสอง หรือประธานองคมนตรีจะต้องเป็นหรือทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือมาตรา ๒๒ วรรคสอง และอยู่ในระหว่างที่ไม่มีประธานองคมนตรี หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะองคมนต… ปิดช่องสุดท้าย ถ้าในจังหวะเหล่านี้ไม่มีประธานองคมนตรี หรือมีแต่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ให้องคมนตรีที่เหลือเลือกองคมนตรีคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่แทน
เก้าอี้ที่ไม่มีวันว่าง
มองมาตรา 16 ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหาร พระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะขึ้น ให้เป็น ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และในกรณีที่ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรม… ถึงมาตรา 23 ในกรณีที่คณะองคมนตรีจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๗ หรือมาตรา ๒๑ วรรคสอง หรือประธานองคมนตรีจะต้องเป็นหรือทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือมาตรา ๒๒ วรรคสอง และอยู่ในระหว่างที่ไม่มีประธานองคมนตรี หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะองคมนต… เหมือนระบบไฟสำรองของโรงพยาบาล ไฟหลักดับเมื่อใด เครื่องปั่นไฟต้องติดทันที ถ้าเครื่องปั่นไฟเสีย ต้องมีแบตเตอรี่ต่อ ห้องผ่าตัดไม่มีวินาทีไหนมืด
โซ่ของรัฐธรรมนูญเป็นแบบนั้น - ทรงแต่งตั้งเองได้ (มาตรา 16 ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหาร พระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะขึ้น ให้เป็น ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และในกรณีที่ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรม…) - ถ้าไม่ได้แต่งตั้ง คณะองคมนตรีเสนอตามลำดับที่ทรงกำหนดไว้ล่วงหน้า (มาตรา 17 ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา ๑๖ หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะ ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น แต่ต่อมาคณะองคมนตรีพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นสมควร แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แ…) - ระหว่างรอ ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ทันที (มาตรา 18 ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๗ ให้ประธาน องคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพร…) - ถ้าไม่มีประธานองคมนตรี องคมนตรีที่เหลือเลือกกันเอง (มาตรา 23 ในกรณีที่คณะองคมนตรีจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๗ หรือมาตรา ๒๑ วรรคสอง หรือประธานองคมนตรีจะต้องเป็นหรือทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือมาตรา ๒๒ วรรคสอง และอยู่ในระหว่างที่ไม่มีประธานองคมนตรี หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะองคมนต…)
สังเกตว่าทุกขั้นใช้คำว่า “ชั่วคราว” หรือ “ไปพลางก่อน” และทุกขั้นอิงลำดับหรือพระราชประสงค์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่การเลือกใหม่ด้วยเสียงข้างมากในเวลานั้น เป้าหมายคือความต่อเนื่องที่ไม่ต้องมีใครตัดสินใจแบบเฉพาะหน้า
คำปฏิญาณของผู้สำเร็จราชการ และการถวายสัตย์ปฏิญาณ
มาตรา 19 ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมรัฐสภาด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้ “ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ (พระปรมาภิไธย) และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่… ผู้สำเร็จราชการที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรา 16 ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหาร พระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะขึ้น ให้เป็น ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และในกรณีที่ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรม… หรือมาตรา 17 ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา ๑๖ หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะ ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น แต่ต่อมาคณะองคมนตรีพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นสมควร แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แ… ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมรัฐสภาก่อนเข้ารับหน้าที่ ถ้าเคยปฏิญาณมาแล้วไม่ต้องปฏิญาณอีก ที่ประชุมนี้เป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภา (มาตรา 156 ในกรณีต่อไปนี้ ให้รัฐสภาประชุมร่วมกัน (๑) การให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๗ (๒) การปฏิญาณตนของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาตามมาตรา ๑๙ (๓) การรับทราบการแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ ตามมาตรา ๒๐ (๔) กา… (2))
สังเกตความต่างของถ้อยคำ ซึ่งเป็นจุดที่สับสนง่าย - “ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์” ใช้กับองคมนตรี (มาตรา 13 ก่อนเข้ารับหน้าที่ องคมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้ “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อ พระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏ…) รัฐมนตรี (มาตรา 161 ก่อนเข้ารับหน้าที่ รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้ “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดี ต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิ…) และผู้พิพากษาตุลาการ (มาตรา 191 ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้พิพากษาและตุลาการต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้ “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดี ต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยปราศจากอคติทั้งปวง เพื่อ…) - “ปฏิญาณตนในที่ประชุม” ใช้กับผู้สำเร็จราชการ ซึ่งปฏิญาณในที่ประชุมรัฐสภา (มาตรา 19 ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมรัฐสภาด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้ “ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ (พระปรมาภิไธย) และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่…) และ ส.ส. กับ ส.ว. ซึ่งปฏิญาณในที่ประชุมสภาของตน (มาตรา 115 ก่อนเข้ารับหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องปฏิญาณตน ในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้ “ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรร…)
ตรรกะช่วยจำ ผู้สำเร็จราชการทำหน้าที่แทนพระมหากษัตริย์ จึงไม่ถวายสัตย์ต่อตำแหน่งที่ตนกำลังทำหน้าที่แทน แต่ปฏิญาณต่อผู้แทนของปวงชนในรัฐสภา
มาตรา 24 การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กระทำต่อพระรัชทายาทซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว หรือต่อผู้แทนพระองค์ก็ได้ ในระหว่างที่ยังมิได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตามวรรคหนึ่ง จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ซึ่ง ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณปฏิบัติหน้… การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กระทำต่อพระรัชทายาทซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว หรือต่อผู้แทนพระองค์ก็ได้ และระหว่างที่ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนก็ได้
การสืบราชสมบัติ: มาตรา 20 ถึงมาตรา 22
มาตรา 20 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑ การสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ เมื่อมีพระราชดำริประการใด ให้คณะองคมนตรีจัดทำ ร่าง… การสืบราชสมบัติเป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 โดยอยู่ภายใต้มาตรา 21 ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้ง พระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ… การแก้ไขกฎมณเฑียรบาลนี้เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ ขั้นตอนคือ - เมื่อมีพระราชดำริ คณะองคมนตรีจัดทำร่างขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย - เมื่อทรงเห็นชอบและทรงลงพระปรมาภิไธย ประธานองคมนตรีแจ้งประธานรัฐสภา - ประธานรัฐสภาแจ้งให้รัฐสภาทราบ และลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ - เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วใช้บังคับได้
รัฐสภาในขั้นตอนนี้มีบทบาท “รับทราบ” ไม่ใช่ “ให้ความเห็นชอบ” (มาตรา 156 ในกรณีต่อไปนี้ ให้รัฐสภาประชุมร่วมกัน (๑) การให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๗ (๒) การปฏิญาณตนของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาตามมาตรา ๑๙ (๓) การรับทราบการแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ ตามมาตรา ๒๐ (๔) กา… (3))
มาตรา 21 ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้ง พระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ… เมื่อราชบัลลังก์ว่างลง แยกสองกรณี - กรณีที่ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้วตามกฎมณเฑียรบาล: คณะรัฐมนตรีแจ้งประธานรัฐสภา ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ แล้วอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์ และประกาศให้ประชาชนทราบ - กรณีที่ไม่ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้: คณะองคมนตรีเสนอพระนามผู้สืบราชสันตติวงศ์ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ในกรณีนี้จะเสนอพระนามพระราชธิดาก็ได้ เมื่อรัฐสภาเห็นชอบแล้ว ประธานรัฐสภาอัญเชิญขึ้นทรงราชย์และประกาศให้ประชาชนทราบ
มาตรา 22 ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ตามมาตรา ๒๑ ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน แต่ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงในระหว่างที่ได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ แทนพระองค์ไว้ตามมา… ระหว่างที่ยังไม่มีประกาศอัญเชิญ ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการชั่วคราว แต่ถ้าราชบัลลังก์ว่างลงขณะมีผู้สำเร็จราชการตามมาตรา 16 ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหาร พระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะขึ้น ให้เป็น ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และในกรณีที่ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรม… หรือมาตรา 17 ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา ๑๖ หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะ ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น แต่ต่อมาคณะองคมนตรีพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นสมควร แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แ… อยู่แล้ว หรือขณะที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการตามมาตรา 18 ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๗ ให้ประธาน องคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพร… วรรคหนึ่ง ให้ผู้นั้นเป็นผู้สำเร็จราชการต่อไปจนกว่าจะประกาศอัญเชิญ
รับทราบ กับ ให้ความเห็นชอบ
หมวด 2 ใช้คำสองคำที่ต่างกันมากในทางกฎหมาย และตัวเลือกหลอกมักสลับสองคำนี้ - “รับทราบ” คือรัฐสภาได้รับแจ้ง ไม่มีการลงมติว่าจะยอมหรือไม่ ใช้เมื่อเรื่องนั้นได้ตัดสินไว้แล้วตามกฎมณเฑียรบาลหรือพระราชอำนาจ เช่น การแก้กฎมณเฑียรบาล (มาตรา 20 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑ การสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ เมื่อมีพระราชดำริประการใด ให้คณะองคมนตรีจัดทำ ร่าง…) และการสืบราชสมบัติกรณีที่ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้ว (มาตรา 21 ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้ง พระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ… วรรคหนึ่ง) - “ให้ความเห็นชอบ” คือรัฐสภาลงมติ ใช้เมื่อยังไม่มีการกำหนดไว้ล่วงหน้า คือกรณีที่ไม่ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาท (มาตรา 21 ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้ง พระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ… วรรคสอง)
ตรรกะ: ถ้ามีคำตอบที่กำหนดไว้แล้วตามกฎที่ใช้อยู่ รัฐสภารับทราบ ถ้ายังไม่มีคำตอบที่กำหนดไว้ ต้องมีองค์กรที่เป็นผู้แทนของปวงชนร่วมให้ความเห็นชอบ
ข้อสังเกตในการอ่านตัวบท: มาตรา 156 ในกรณีต่อไปนี้ ให้รัฐสภาประชุมร่วมกัน (๑) การให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๗ (๒) การปฏิญาณตนของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาตามมาตรา ๑๙ (๓) การรับทราบการแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ ตามมาตรา ๒๐ (๔) กา… (1) ยังระบุ “การให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา 17 ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา ๑๖ หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะ ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น แต่ต่อมาคณะองคมนตรีพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นสมควร แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แ…” ไว้ในรายการเรื่องที่รัฐสภาประชุมร่วมกัน ขณะที่ตัวมาตรา 17 ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา ๑๖ หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะ ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น แต่ต่อมาคณะองคมนตรีพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นสมควร แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แ… บัญญัติขั้นตอนเป็นการเสนอชื่อตามลำดับที่ทรงกำหนดไว้แล้วแจ้งประธานรัฐสภา ถ้าข้อสอบถามขั้นตอนตามมาตรา 17 ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา ๑๖ หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะ ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น แต่ต่อมาคณะองคมนตรีพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นสมควร แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แ… ให้ตอบตามตัวมาตรา 17 ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา ๑๖ หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะ ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น แต่ต่อมาคณะองคมนตรีพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นสมควร แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แ…
ปี 2559: การเปลี่ยนรัชกาลตามขั้นตอน
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ขณะนั้นใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 และสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ขั้นตอนที่ใช้เป็นแบบเดียวกับที่ฉบับปัจจุบันบัญญัติไว้ในมาตรา 21 ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้ง พระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ… วรรคหนึ่ง และมาตรา 22 ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ตามมาตรา ๒๑ ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน แต่ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงในระหว่างที่ได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ แทนพระองค์ไว้ตามมา… - พระรัชทายาทได้รับการแต่งตั้งไว้แล้ว โดยทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ตั้งแต่ปี 2515 กรณีจึงเข้าทางที่หนึ่ง คือรัฐสภา “รับทราบ” ไม่ใช่ “ให้ความเห็นชอบ” - ระหว่างที่ยังไม่มีการอัญเชิญ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ชั่วคราว - คณะรัฐมนตรีแจ้งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ประชุมรับทราบในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 - วันที่ 1 ธันวาคม 2559 ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเข้าเฝ้าฯ อัญเชิญ และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงรับการอัญเชิญขึ้นทรงราชย์
กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าแต่ละองค์กรมีบทบาทที่แยกกันชัด คณะรัฐมนตรีแจ้ง รัฐสภารับทราบ ประธานรัฐสภาอัญเชิญ และประธานองคมนตรีรับหน้าที่ระหว่างกลางเพื่อไม่ให้มีช่วงว่าง
ปี 2560: การประกาศใช้ และความต่อเนื่องของคณะองคมนตรี
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ก่อนประกาศใช้ ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 เมื่อต้นปี 2560 เพื่อเปิดทางให้ปรับปรุงร่างในบางมาตราที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจตามข้อสังเกตพระราชทาน จากนั้นพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560
ในวันเปลี่ยนผ่าน บทเฉพาะกาลกันไม่ให้ตำแหน่งในหมวด 2 ว่างลงแม้แต่วันเดียว มาตรา 262 ให้คณะองคมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะองคมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ให้คณะองคมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้ เป็นคณะองคมนตรีตามรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ต้องแต่งตั้งใหม่
สำหรับผู้สอบ จำไว้สองอย่าง วันประกาศใช้คือ 6 เมษายน 2560 ซึ่งเป็นวันที่ใช้เริ่มนับหลายเรื่องในบทเฉพาะกาล และหลักความต่อเนื่องที่เห็นในมาตรา 16 ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหาร พระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะขึ้น ให้เป็น ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และในกรณีที่ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรม… ถึงมาตรา 23 ในกรณีที่คณะองคมนตรีจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๗ หรือมาตรา ๒๑ วรรคสอง หรือประธานองคมนตรีจะต้องเป็นหรือทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือมาตรา ๒๒ วรรคสอง และอยู่ในระหว่างที่ไม่มีประธานองคมนตรี หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะองคมนต… ก็ปรากฏในมาตรา 262 ให้คณะองคมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะองคมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ด้วย
พระราชอำนาจที่กระจายอยู่ในหมวดอื่น
หมวด 2 ไม่ได้รวมพระราชอำนาจไว้ทั้งหมด หลายเรื่องอยู่ในหมวดที่เกี่ยวกับองค์กรนั้น และทุกเรื่องที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดินต้องมีผู้รับสนองตามมาตรา 182 บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญ เว้นแต่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น - ยุบสภาผู้แทนราษฎร โดยพระราชกฤษฎีกา ทำได้ครั้งเดียวในเหตุการณ์เดียวกัน (มาตรา 103 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป การยุบสภาผู้แทนราษฎรให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา และให้กระทำได้เพียงครั้งเดียว ในเหตุการณ์เดียวกัน ภายในห้าวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งใช้บังคับ …) - เรียกประชุม เปิด และปิดประชุมรัฐสภา (มาตรา 122 พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา ทรงเปิดและทรงปิดประชุม พระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำรัฐพิธีเปิดประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งแรกด้วยพระองค์เอง หรือจะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระรัชทายาทซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว หรือผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นผู้แทนพระองค์ มาทำรัฐพิธีก็ได้ …) - ทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างพระราชบัญญัติ หรือพระราชทานคืน (มาตรา 81 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ จะตราขึ้นเป็น กฎหมายได้ก็แต่โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ภายใต้บังคับมาตรา ๑๔๕ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ ที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัต… มาตรา 145 ร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรี รอไว้ห้าวันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัตินั้นจากรัฐสภา ถ้าไม่มีกรณีต้องดำเนินการตามมาตรา ๑๔๘ ให้นำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายในยี่สิบวันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว มาตรา 146 ร่างพระราชบัญญัติใด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยและพระราชทาน คืนมายังรัฐสภา หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องปรึกษาร่างพระราชบัญญัตินั้นใหม่ ถ้ารัฐสภามีมติยืนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของทั้งสองสภาแล้…) - ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ (มาตรา 171 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ) - ตราพระราชกำหนด (มาตรา 172 ในกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัย สาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ พระมหากษัตริย์ จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ การตราพระราชกำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็… มาตรา 174 ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากรหรือเงินตรา ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน พระมหากษัตริย์จะทรง ตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ ให้นำความในมาตรา ๑๗๒ วรรคสาม วรรคสี่ วรรคห้า วรรคหก และวรรคเจ็ด มาใช้บังคับแก…) และพระราชกฤษฎีกา (มาตรา 175 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัด ต่อกฎหมาย) - ประกาศใช้และเลิกใช้กฎอัยการศึก (มาตรา 176 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศใช้และเลิกใช้กฎอัยการศึก ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องประกาศใช้กฎอัยการศึกเฉพาะแห่งเป็นการรีบด่วน เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ย่อมกระทำได้ตามกฎหมายว่าด้วยกฎอัยการศึก) - ประกาศสงครามเมื่อได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกทั้งสองสภา (มาตรา 177 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศสงครามเมื่อได้รับ ความเห็นชอบของรัฐสภา มติให้ความเห็นชอบของรัฐสภาต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา) - ทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศ (มาตรา 178 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่นกับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศ หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทย มีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศหรือจ…) - พระราชทานอภัยโทษ (มาตรา 179 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ) - แต่งตั้งข้าราชการระดับปลัดกระทรวง อธิบดี และเทียบเท่า (มาตรา 180 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งข้าราชการฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือน ตำแหน่งปลัดกระทรวง อธิบดี และเทียบเท่า และทรงให้พ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่กรณีที่พ้นจากตำแหน่ง เพราะความตาย เกษียณอายุ หรือพ้นจากราชการเพราะถูกลงโทษ) และผู้พิพากษาตุลาการ (มาตรา 190 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและให้ผู้พิพากษาและตุลาการพ้นจากตำแหน่ง แต่ในกรณีที่พ้นจากตำแหน่งเพราะความตาย เกษียณอายุ ตามวาระ หรือพ้นจากราชการเพราะถูกลงโทษ ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ) - ศาลพิจารณาพิพากษาอรรถคดีในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ (มาตรา 188 การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเป็นอำนาจของศาล ซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไป ตามกฎหมาย และในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง)
เมื่อร่างกฎหมายไม่ได้รับพระราชทานคืน
มาตรา 146 ร่างพระราชบัญญัติใด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยและพระราชทาน คืนมายังรัฐสภา หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องปรึกษาร่างพระราชบัญญัตินั้นใหม่ ถ้ารัฐสภามีมติยืนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของทั้งสองสภาแล้… แก้ปัญหาที่ทุกระบบต้องเจอ ถ้าผู้มีอำนาจลงนามไม่ลงนาม กฎหมายจะค้างอยู่ตลอดไปหรือไม่
ขั้นตอนคือ - ร่างพระราชบัญญัติที่ไม่ทรงเห็นชอบและพระราชทานคืนมา หรือพ้น 90 วันแล้วไม่ได้พระราชทานคืน - รัฐสภาต้องปรึกษาร่างนั้นใหม่ - ถ้ายืนยันตามเดิมด้วยคะแนนไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายอีกครั้ง - ถ้าไม่ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานคืนมาภายใน 30 วัน ให้นายกรัฐมนตรีนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับได้เสมือนหนึ่งว่าได้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว
ตรรกะคือการรักษาสองค่าไว้พร้อมกัน ค่าแรกคือโอกาสให้ทบทวน ร่างที่มีปัญหาได้กลับไปให้รัฐสภาคิดอีกครั้ง ค่าที่สองคือกฎหมายที่ผู้แทนของปวงชนยืนยันด้วยเสียงสูงมากต้องไม่ค้าง ตัวเลข 90 / สองในสาม / 30 จำง่ายถ้าคิดว่า รอนาน → ยืนยันหนัก → รอสั้น
ราชาศัพท์ที่ต้องรู้สำหรับหมวดนี้
ข้อสอบภาษาไทยมักใช้ถ้อยคำตามตัวบทตรง ๆ ถ้ารู้ความหมาย จะไม่สับสนกับตัวเลือกที่คล้ายกัน - พระบรมราชโองการ: คำสั่งของพระมหากษัตริย์ - พระปรมาภิไธย: พระนามของพระมหากษัตริย์ ใช้ในวลี “ทรงลงพระปรมาภิไธย” คือทรงลงพระนาม - พระราชหัตถเลขา: จดหมายที่ทรงเขียนด้วยพระองค์เอง - ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย: นำสิ่งของหรือเอกสารขึ้นถวายพระมหากษัตริย์ - กราบบังคมทูล: กล่าวหรือรายงานต่อพระมหากษัตริย์ - พระราชอัธยาศัย: พระราชประสงค์หรือดุลพินิจส่วนพระองค์ - โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม: ทรงอนุญาตหรือทรงสั่ง - ถวายสัตย์ปฏิญาณ: กล่าวคำสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์ - พระรัชทายาท: ผู้ที่ทรงแต่งตั้งไว้ให้สืบราชสมบัติ - ผู้สืบราชสันตติวงศ์: ผู้มีสิทธิสืบราชสมบัติตามกฎมณเฑียรบาล - อัญเชิญขึ้นทรงราชย์: เชิญให้ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ - ราชบัลลังก์ว่างลง: ไม่มีพระมหากษัตริย์ในขณะนั้น - ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์: ผู้ปฏิบัติพระราชภาระแทน - ข้าราชการในพระองค์: ข้าราชการในหน่วยงานในพระองค์
ตัวเลขของบทนี้
| คณะองคมนตรี มาตรา 10 พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรี คนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง ที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ | ประธาน 1 + ไม่เกิน 18 = ไม่เกิน 19 / President + up to 18 = up to 19 |
| วาระองคมนตรี มาตรา 14 องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจาก ตำแหน่ง | ไม่กำหนด (พ้นเมื่อตาย ลาออก มีพระบรมราชโองการ) / none set (death, resignation, royal command) |
| กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ มาตรา 20 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑ การสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ เมื่อมีพระราชดำริประการใด ให้คณะองคมนตรีจัดทำ ร่าง… | พ.ศ. 2467 / B.E. 2467 (1924) |
| ร่างกฎหมายไม่ได้พระราชทานคืน มาตรา 146 ร่างพระราชบัญญัติใด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยและพระราชทาน คืนมายังรัฐสภา หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องปรึกษาร่างพระราชบัญญัตินั้นใหม่ ถ้ารัฐสภามีมติยืนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของทั้งสองสภาแล้… | 90 วัน / 90 days |
| มติยืนยันร่างกฎหมาย มาตรา 146 ร่างพระราชบัญญัติใด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยและพระราชทาน คืนมายังรัฐสภา หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องปรึกษาร่างพระราชบัญญัตินั้นใหม่ ถ้ารัฐสภามีมติยืนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของทั้งสองสภาแล้… | ≥ 2/3 ของสมาชิกทั้งสองสภา / ≥ 2/3 of both houses |
| ประกาศใช้เสมือนทรงลงพระปรมาภิไธย มาตรา 146 ร่างพระราชบัญญัติใด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยและพระราชทาน คืนมายังรัฐสภา หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องปรึกษาร่างพระราชบัญญัตินั้นใหม่ ถ้ารัฐสภามีมติยืนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของทั้งสองสภาแล้… | หลัง 30 วัน / after 30 days |
| ประกาศสงคราม มาตรา 177 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศสงครามเมื่อได้รับ ความเห็นชอบของรัฐสภา มติให้ความเห็นชอบของรัฐสภาต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา | ≥ 2/3 ของสมาชิกทั้งสองสภา / ≥ 2/3 of both houses |
| วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 262 ให้คณะองคมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะองคมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ | 6 เมษายน 2560 / 6 April 2017 |
1 + 18 และ 2467
องคมนตรี “หนึ่งนำ สิบแปดตาม” ประธานหนึ่ง องคมนตรีอื่นไม่เกินสิบแปด รวมไม่เกินสิบเก้า ระวังตัวเลือก 18 รวมประธาน หรือ 19 ไม่รวมประธาน จำว่าสิบแปดคือ “คนอื่น” ไม่รวมประธาน
กฎมณเฑียรบาล 2467 ตรงกับปี ค.ศ. 1924 ซึ่งเก่ากว่าการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ถึงแปดปี จำว่า “กฎการสืบราชสมบัติมาก่อนรัฐธรรมนูญ แล้วรัฐธรรมนูญทุกฉบับรับมาใช้”
ลำดับผู้สำเร็จราชการ จำว่า “ทรงตั้ง → องคมนตรีเสนอ → ประธานองคมนตรีรักษาการ → องคมนตรีเลือกกันเอง” ตรงกับมาตรา 16 ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหาร พระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะขึ้น ให้เป็น ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และในกรณีที่ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรม… → 17 → 18 → 23
ทดสอบตัวเอง
ใครลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรี และใครรับสนองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่น
ประธานรัฐสภา และประธานองคมนตรี ตามลำดับ
มาตรา 11 การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไป ตามพระราชอัธยาศัย ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรีหรือ ให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่นหรือ ให้องคมนตร…อัครศาสนูปถัมภก หมายถึงอะไร
ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ทุกศาสนา ไม่ใช่เฉพาะพระพุทธศาสนา
มาตรา 7 พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภกระหว่างที่ราชบัลลังก์ว่างและยังไม่มีการประกาศอัญเชิญ ใครเป็นผู้สำเร็จราชการ (กรณีไม่มีผู้สำเร็จราชการอยู่ก่อน)
ประธานองคมนตรี เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน
มาตรา 22 ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ตามมาตรา ๒๑ ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน แต่ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงในระหว่างที่ได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ แทนพระองค์ไว้ตามมา…กรณีไม่ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ ใครเสนอพระนามผู้สืบราชสันตติวงศ์ และรัฐสภามีบทบาทอย่างไร
คณะองคมนตรีเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบ (เสนอพระนามพระราชธิดาได้)
มาตรา 21 ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้ง พระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ…ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต้องปฏิญาณตนที่ใด
ในที่ประชุมรัฐสภา (ที่ประชุมร่วมกัน)
มาตรา 19 ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมรัฐสภาด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้ “ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ (พระปรมาภิไธย) และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่… · มาตรา 156 ในกรณีต่อไปนี้ ให้รัฐสภาประชุมร่วมกัน (๑) การให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๗ (๒) การปฏิญาณตนของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาตามมาตรา ๑๙ (๓) การรับทราบการแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ ตามมาตรา ๒๐ (๔) กา…องคมนตรีเป็นข้าราชการได้หรือไม่
ไม่ได้ เว้นแต่เป็นข้าราชการในพระองค์ในตำแหน่งองคมนตรี
มาตรา 12 องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง หรือข้าราชการเว้นแต่การเป็นข้าราชการในพระองค์ ในตำแหน่งองคมนตรี …ทำไมการกระทำในพระปรมาภิไธยเกี่ยวกับราชการแผ่นดินต้องมีผู้รับสนอง
เพราะพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องมิได้ ผู้รับสนองจึงเป็นผู้รับผิดชอบแทน เพื่อให้โซ่ความรับผิดชอบไม่ขาด
มาตรา 6 องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ · มาตรา 182 บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญการแก้ไขหมวด 2 ทำได้หรือไม่ ต้องมีเงื่อนไขพิเศษอะไร
ทำได้หากไม่เป็นการเปลี่ยนการปกครองหรือรูปแบบของรัฐ แต่ต้องทำประชามติก่อนนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย
มาตรา 255 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได้ · มาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ…- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2564
- กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467
- Records of the National Legislative Assembly, session of 29 November 2016 (acknowledgement of succession); announcement of the invitation to ascend the throne, 1 December 2016
- Royal Gazette, promulgation of the Constitution of the Kingdom of Thailand, 6 April 2017
คู่มือนี้เป็นสื่อการเรียน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก ข้อวิจารณ์เป็นความเห็นของผู้ที่ระบุชื่อ ไม่ใช่ข้อสรุปของแอป