รัฐธรรมนูญอ่านให้เข้าใจ • จำให้ใช้ได้

หมวด 4–6 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย หน้าที่ของรัฐ และแนวนโยบายแห่งรัฐ (มาตรา 50–78)

ทั้งสามหมวดนี้หมุนรอบคำสองคำ “ต้อง” กับ “พึง” หมวด 5 เขียนว่า “รัฐต้อง” ทุกมาตราที่เป็นรายการหน้าที่ (มาตรา 52 รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพ แห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ รัฐต้องจัดให้มีการทหาร การทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ กำ… ถึง 63) หมวด 6 เขียนว่า “รัฐพึง” เกือบทุกมาตรา คำเล็ก ๆ คู่นี้แยกสัญญาที่ประชาชนทวงได้ ออกจากเข็มทิศที่บอกทิศทางให้รัฐบาล ใครเข้าใจคู่นี้ จะอ่านหมวด 4 ถึง 6 ทั้งหมดได้ด้วยตรรกะเดียว

ในบทนี้
  1. แผนที่ของสามหมวด
  2. มาตรา 50: หน้าที่สิบข้อของคนไทย
  3. หน้าที่ในรัฐธรรมนูญมีไว้ทำไม ถ้าไม่มีบทลงโทษในตัว
  4. หน้าที่สิบข้อ: “ปกป้อง 3 พลเมือง 4 ยุคใหม่ 3”
  5. หัวใจของการออกแบบ 2560: “ต้อง” กับ “พึง”
  6. มาตรา 51: ใบรับประกันที่ประชาชนถือไว้
  7. ข้อถกเถียง: ย้ายสิทธิไปเป็นหน้าที่ของรัฐ ดีขึ้นหรือแย่ลง
  8. หน้าที่ของรัฐ ตอนที่ 1: ความมั่นคงและกฎหมาย (มาตรา 52–53)
  9. มาตรา 54: การศึกษา 12 ปีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
  10. ข้อถกเถียงเรื่อง “12 ปี”: นับจากไหนถึงไหน
  11. หน้าที่ของรัฐ ตอนที่ 2: สุขภาพ สาธารณูปโภค ทรัพยากร ข้อมูล คลื่นความถี่ ผู้บริโภค (มาตรา 55–61)
  12. “51 คือกุญแจ” สองความหมาย
  13. มาตรา 62: วินัยการคลัง หรือกติกางบบ้าน
  14. เงินกู้นอกงบประมาณ: รถไฟความเร็วสูง 2557 และดิจิทัลวอลเล็ต 2566–2567
  15. มาตรา 63: ต้านทุจริต ซึ่งปรากฏสามชั้นในรัฐธรรมนูญ
  16. หมวด 6 ภาพรวม: 15 มาตราแห่ง “รัฐพึง”
  17. มาตรา 65: ยุทธศาสตร์ชาติ “พึง” ที่กลายเป็น “ใช้บังคับได้”
  18. ข้อถกเถียงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ: ความต่อเนื่อง หรือการผูกมือรัฐบาลในอนาคต
  19. มาตรา 77: กฎหมายเท่าที่จำเป็น
  20. ภาพรวมเป็นระบบเดียว: จากหน้าที่ของคนไปถึงงบประมาณ
  21. ตัวเลขที่ต้องจำในหมวด 4–6
  22. ทดสอบตัวเอง

แผนที่ของสามหมวด

  • หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย มีมาตราเดียว คือมาตรา 50 บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๒) ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (๓) ป… แต่มีหน้าที่สิบข้อ
  • หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ มาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้น เป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหล… ถึง 63 รวม 13 มาตรา มาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้น เป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหล… เป็นกุญแจ บอกว่าประชาชนติดตามและฟ้องให้รัฐทำหน้าที่ได้ ส่วนมาตรา 52 รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพ แห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ รัฐต้องจัดให้มีการทหาร การทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ กำ… ถึง 63 คือรายการหน้าที่
  • หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 64 บทบัญญัติในหมวดนี้เป็นแนวทางให้รัฐดำเนินการตรากฎหมายและกำหนดนโยบาย ในการบริหารราชการแผ่นดิน ถึง 78 รวม 15 มาตรา มาตรา 64 บทบัญญัติในหมวดนี้เป็นแนวทางให้รัฐดำเนินการตรากฎหมายและกำหนดนโยบาย ในการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นกุญแจ บอกว่าทั้งหมวดเป็น “แนวทาง” ให้รัฐตรากฎหมายและกำหนดนโยบาย ส่วนมาตรา 65 รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็น พลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว การจัดทำ การกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสต… คือยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเป็นมาตราที่ถูกถกเถียงมากที่สุดในสามหมวดนี้

สังเกตความสมมาตร หมวด 5 เปิดด้วยมาตราที่บอกวิธีบังคับใช้ (51) หมวด 6 เปิดด้วยมาตราที่บอกสถานะทางกฎหมาย (64) ทั้งสองมาตรานี้คือคู่มือการอ่านหมวดของตัวเอง ถ้าเจอข้อสอบถามว่าข้อความไหน “บังคับ” หรือเป็นแค่ “แนวทาง” ให้กลับไปถามว่าอยู่หมวดไหน และใช้คำว่าต้องหรือพึง

มาตรา 50: หน้าที่สิบข้อของคนไทย

มาตรา 50 บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๒) ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (๓) ป… กำหนดให้บุคคลมีหน้าที่สิบข้อ

  • (1) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • (2) ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งร่วมมือป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • (3) ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
  • (4) เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ
  • (5) รับราชการทหารตามที่กฎหมายบัญญัติ
  • (6) เคารพและไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น และไม่ทำสิ่งที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกหรือเกลียดชังในสังคม
  • (7) ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติอย่างอิสระ โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ
  • (8) ร่วมมือและสนับสนุนการอนุรักษ์และคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และมรดกทางวัฒนธรรม
  • (9) เสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ
  • (10) ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ

สิบข้อนี้แบ่งได้สามกลุ่ม กลุ่มปกป้อง (1, 2, 5) กลุ่มพลเมืองดีในชีวิตประจำวัน (3, 4, 6, 9) และกลุ่มที่ใหม่หรือเน้นขึ้นในยุคนี้ (7 การไปเลือกตั้ง 8 สิ่งแวดล้อม 10 ต้านทุจริต)

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

หน้าที่ในรัฐธรรมนูญมีไว้ทำไม ถ้าไม่มีบทลงโทษในตัว

มาตรา 50 บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๒) ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (๓) ป… ไม่ได้บอกว่าใครไม่ทำแล้วจะถูกลงโทษอย่างไร หน้าที่ส่วนใหญ่มีฟันก็ต่อเมื่อกฎหมายธรรมดาไปใส่ฟันให้ เช่น หน้าที่เสียภาษีมีประมวลรัษฎากร หน้าที่รับราชการทหารมีพระราชบัญญัติรับราชการทหาร หน้าที่เข้าเรียนภาคบังคับมีพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ ส่วนหน้าที่ไปเลือกตั้ง กฎหมายเลือกตั้งผูกผลไว้กับการเสียสิทธิบางอย่างของคนที่ไม่ไปใช้สิทธิโดยไม่แจ้งเหตุ

เหมือนกฎบ้านที่แปะไว้หน้าตู้เย็น “ทุกคนล้างจานของตัวเอง” ตัวป้ายไม่ได้ลงโทษใคร แต่บอกว่าครอบครัวนี้ตกลงกันว่าอะไรคือเรื่องปกติ และเป็นฐานให้กติกาที่ละเอียดกว่าตามมา

หน้าที่ในรัฐธรรมนูญยังทำงานอีกทางหนึ่ง คือเป็นหลักให้ตีความสิทธิ เช่น มาตรา 31 บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนาและย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติ หรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตน แต่ต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ไม่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน บอกว่าเสรีภาพในการนับถือศาสนาต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทย และมาตรา 34 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของ บุคคลอื่น เพื่อรักษาควา… บอกว่าเสรีภาพทางวิชาการต้องไม่ขัดต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทย หมวด 4 จึงไม่ได้อยู่ลำพัง มันเป็นขอบของหมวด 3

ทางลัดช่วยจำ

หน้าที่สิบข้อ: “ปกป้อง 3 พลเมือง 4 ยุคใหม่ 3”

แบ่งสิบข้อเป็น 3–4–3

  • ปกป้อง 3: สถาบันหลัก (1) ประเทศ (2) ทหาร (5)
  • พลเมือง 4: ทำตามกฎหมาย (3) เรียน (4) เคารพผู้อื่น (6) จ่ายภาษี (9)
  • ยุคใหม่ 3: ไปเลือกตั้ง (7) รักษาสิ่งแวดล้อม (8) ไม่เอาด้วยกับการโกง (10)

ข้อ (10) ไม่ร่วมมือกับการทุจริต จับคู่กับมาตรา 63 รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจาก การทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน และจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบดังกล่าวอย่างเข้มงวด รวมทั้งกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่ว… ซึ่งให้รัฐต้องป้องกันและขจัดการทุจริต ประชาชนห้ามร่วม รัฐต้องปราบ สองมาตรานี้เป็นภาพสะท้อนกัน

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

หัวใจของการออกแบบ 2560: “ต้อง” กับ “พึง”

ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 2560 แยกเรื่องที่รัฐควรทำออกเป็นสองกอง

กองที่หนึ่ง หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ใช้คำว่า “รัฐต้อง” เช่น รัฐต้องจัดการศึกษา 12 ปีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย (มาตรา 54 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โ…) รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง (มาตรา 62 รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลัง ของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และจัดระบบภาษี ให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกรอบการดำเน…) เป็นภาระผูกพัน และมาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้น เป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหล… เปิดช่องให้ประชาชนทวงได้

กองที่สอง หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ ใช้คำว่า “รัฐพึง” เช่น รัฐพึงส่งเสริมการวิจัย (มาตรา 69 รัฐพึงจัดให้มีและส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปวิทยาการแขนงต่าง ๆ ให้เกิดความรู้ การพัฒนา และนวัตกรรม เพื่อความเข้มแข็งของสังคม และเสริมสร้างความสามารถของคนในชาติ) รัฐพึงกระจายการถือครองที่ดิน (มาตรา 72 รัฐพึงดำเนินการเกี่ยวกับที่ดิน ทรัพยากรน้ำ และพลังงาน ดังต่อไปนี้ (๑) วางแผนการใช้ที่ดินของประเทศให้เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่และศักยภาพของที่ดิน ตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน (๒) จัดให้มีการวางผังเมืองทุกระดับและบังคับการให้เป็นไปตามผังเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมตลอดทั้งพัฒนาเมืองให…) มาตรา 64 บทบัญญัติในหมวดนี้เป็นแนวทางให้รัฐดำเนินการตรากฎหมายและกำหนดนโยบาย ในการบริหารราชการแผ่นดิน บอกตรง ๆ ว่าหมวดนี้เป็น “แนวทาง” ให้รัฐตรากฎหมายและกำหนดนโยบาย

ทำไมต้องแยก เพราะถ้าทุกอย่างเป็นคำสั่งเด็ดขาด รัฐจะทำไม่ได้ครบเพราะเงินมีจำกัด และคำสั่งที่ทำไม่ได้ทุกข้อจะทำให้คำสั่งทั้งหมดดูไม่จริงจัง แต่ถ้าทุกอย่างเป็นแค่แนวทาง ก็ไม่มีอะไรที่ประชาชนทวงได้เลย การแยกสองกองคือการบอกว่า ของจำเป็นพื้นฐานอยู่กองแรก ของที่ต้องเลือกจัดลำดับตามงบประมาณและนโยบายอยู่กองที่สอง

เปรียบกับร้านซ่อมรถ ใบรับประกันบอกว่าร้าน “ต้อง” ซ่อมเบรกให้ฟรีภายในหนึ่งปี นั่นคือหมวด 5 คุณถือใบนี้กลับไปทวงได้ ส่วนป้ายในร้านที่เขียนว่า “เราพึงให้บริการด้วยรอยยิ้ม” นั่นคือหมวด 6 เป็นทิศทางที่ร้านประกาศ แต่คุณฟ้องร้านเพราะช่างไม่ยิ้มไม่ได้

โซ่เหตุผลที่เชื่อมไปหมวดอื่น: คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายให้สอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ (มาตรา 162 คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มา ของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันเข้ารับหน้าที่ ก่อนแถ…) ดังนั้นแม้หมวด 6 จะเป็นแค่แนวทาง รัฐบาลก็ต้องแสดงต่อรัฐสภาว่านโยบายของตนไม่ขัดกับแนวทางนั้น

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

มาตรา 51: ใบรับประกันที่ประชาชนถือไว้

มาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้น เป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหล… บอกว่า หน้าที่ของรัฐในหมวด 5 ถ้าเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยตรง ประชาชนและชุมชนมีสิทธิสามขั้น

  • ติดตาม: ถามว่ารัฐทำไปถึงไหน
  • เร่งรัด: ผลักให้รัฐทำ
  • ฟ้องร้อง: ฟ้องหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับประโยชน์นั้น

ทั้งหมดนี้ “ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ”

มีเงื่อนไขสองข้อที่ต้องอ่านให้ออก ข้อแรก ต้องเป็นหน้าที่ที่ทำ “เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง” หน้าที่บางข้อ เช่น การมีการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพตามมาตรา 52 รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพ แห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ รัฐต้องจัดให้มีการทหาร การทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ กำ… เป็นประโยชน์ของส่วนรวมในภาพกว้าง ยากจะชี้ว่าใครได้ประโยชน์โดยตรง ส่วนการศึกษาของเด็กตามมาตรา 54 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โ… ชี้ได้ชัดว่าใครคือผู้ได้รับประโยชน์ ข้อที่สอง สิทธินี้ใช้ตามที่กฎหมายกำหนดวิธีการ

คำถามที่น่าคิด: มาตรา 25 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย นอกจากที่บัญญัติคุ้มครองไว้เป็นการเฉพาะ ในรัฐธรรมนูญแล้ว การใดที่มิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายอื่น บุคคลย่อมมีสิทธิ และเสรีภาพที่จะทำการนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตราบเท่าที่การใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เช่นว่านั้นไม่กระทบกระ… วรรคสองบอกว่าสิทธิที่รอกฎหมายใช้ได้เลยตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ถ้าวันหนึ่งยังไม่มีกฎหมายวางวิธีการตามมาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้น เป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหล… ครบถ้วน จะอ่านสองมาตรานี้ร่วมกันอย่างไร ตัวบทไม่ได้ตอบตรง ๆ และเป็นจุดที่การตีความของศาลจะกำหนดว่าใบรับประกันนี้หนาหรือบาง

ข้อวิจารณ์

ข้อถกเถียง: ย้ายสิทธิไปเป็นหน้าที่ของรัฐ ดีขึ้นหรือแย่ลง

ในรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 เรื่องอย่างการศึกษาฟรีและการรับบริการสาธารณสุข อยู่ในหมวดสิทธิเสรีภาพ เขียนในรูป “บุคคลย่อมมีสิทธิ” ฉบับ 2560 ย้ายหลายเรื่องไปไว้หมวดหน้าที่ของรัฐ เขียนในรูป “รัฐต้อง”

เหตุผลของผู้ร่าง (คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน) คือ สิทธิแบบเดิมทำงานเมื่อมีคนมาเรียกร้อง คนที่ไม่รู้สิทธิหรือไม่มีแรงไปเรียกร้องจึงตกหล่น การเขียนเป็นหน้าที่ทำให้รัฐต้องลงมือเองโดยไม่ต้องรอใครมาทวง และมาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้น เป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหล… ยังเปิดให้ประชาชนติดตามและฟ้องได้อยู่

ฝ่ายวิจารณ์ เช่น iLaw และนักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชนจำนวนหนึ่ง มองว่า สิทธิคือสิ่งที่ “เป็นของ” ประชาชน ส่วนหน้าที่ของรัฐคือสิ่งที่รัฐ “ให้” การย้ายกองเปลี่ยนจุดยืนของประชาชนจากเจ้าของสิทธิเป็นผู้รอรับ อีกทั้งช่องทางตามมาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้น เป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหล… ยังผูกกับเงื่อนไข “ประโยชน์โดยตรง” และวิธีการตามกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้ฟ้องได้ยากกว่าการอ้างสิทธิตรง ๆ

ทั้งสองฝ่ายพูดถึงเรื่องจริงคนละด้าน ฝ่ายแรกมองที่คนที่ไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย ฝ่ายหลังมองที่คนที่ต้องการเรียกร้องแล้วถูกปฏิเสธ คำตอบในทางปฏิบัติจะขึ้นอยู่กับว่าศาลอ่านมาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้น เป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหล… กว้างหรือแคบ

— Constitution Drafting Commission chaired by Meechai Ruchupan; iLaw and other civil-society critics

หน้าที่ของรัฐ ตอนที่ 1: ความมั่นคงและกฎหมาย (มาตรา 52–53)

มาตรา 52 รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพ แห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ รัฐต้องจัดให้มีการทหาร การทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ กำ… กำหนดให้รัฐต้องพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน และเพื่อการนี้ รัฐต้องมีการทหาร การทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ ประโยคท้ายที่ควรจำคือ “กำลังทหารให้ใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศด้วย”

มาตรา 53 รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด สั้นที่สุดในหมวด รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

อ่านคู่กับหมวด 4: ประชาชนมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดตามมาตรา 50 บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๒) ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (๓) ป… (3) รัฐมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดตามมาตรา 53 รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด กฎหมายที่ประชาชนทำตามแต่รัฐบังคับใช้แบบเลือกปฏิบัติ จะทำลายความเชื่อถือเร็วกว่ากฎหมายที่ไม่มีใครทำตามเสียอีก

มาตรา 54: การศึกษา 12 ปีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

มาตรา 54 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โ… เป็นมาตราที่ยาวที่สุดมาตราหนึ่งในหมวด 5 แกนของมันคือประโยคแรก รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

ส่วนอื่นของมาตรา 54 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โ… - รัฐต้องดูแลพัฒนาเด็กเล็กก่อนเข้าเรียน ให้พัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยให้ท้องถิ่นและเอกชนมีส่วนร่วม - รัฐต้องให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต - ต้องมีกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีเรื่องแผนการศึกษาแห่งชาติและการตรวจสอบให้เป็นไปตามแผน - การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ เชี่ยวชาญตามความถนัด และรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศ - ให้ตั้งกองทุนช่วยผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาครู โดยการบริหารกองทุนต้องเป็นอิสระ

กองทุนในวรรคท้ายกลายเป็นจริงในชื่อ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561

ทำไมเริ่มนับตั้งแต่ “ก่อนวัยเรียน” เพราะงานวิจัยด้านพัฒนาการเด็กจำนวนมากชี้ว่าช่วงปฐมวัยเป็นช่วงที่การลงทุนให้ผลมาก และช่องว่างระหว่างเด็กรวยกับเด็กจนเริ่มถ่างก่อนเด็กจะเข้า ป.1 ด้วยซ้ำ

ข้อวิจารณ์

ข้อถกเถียงเรื่อง “12 ปี”: นับจากไหนถึงไหน

รัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ใช้ถ้อยคำว่าบุคคลมีสิทธิได้รับการศึกษา “ไม่น้อยกว่าสิบสองปี” ที่รัฐต้องจัดให้โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย คำว่า “ไม่น้อยกว่า” เป็นพื้น ไม่ใช่เพดาน และในทางปฏิบัติมักถูกเข้าใจว่าครอบคลุม ป.1 ถึง ม.6

ฉบับ 2560 ระบุช่วงให้ชัดว่า 12 ปี “ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ” การศึกษาภาคบังคับตามกฎหมายการศึกษาคือเก้าปี (ป.1 ถึง ม.3) เมื่อนับก่อนวัยเรียนเข้าไปด้วย ช่วงที่รัฐธรรมนูญบังคับจึงจบที่ ม.3

ช่วงก่อนประชามติปี 2559 นักวิชาการและภาคประชาสังคมด้านการศึกษาตั้งคำถามว่า ม.4 ถึง ม.6 และสายอาชีพระดับเดียวกันจะหลุดออกจากหลักประกันระดับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ฝ่ายผู้ร่างและรัฐบาลในขณะนั้นตอบว่าการเรียนฟรีถึงมัธยมปลายยังคงอยู่ในระดับนโยบาย และมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 28/2559 ยืนยันนโยบายเรียนฟรี 15 ปี

บทเรียนคือความต่างระหว่างหลักประกันระดับรัฐธรรมนูญกับหลักประกันระดับนโยบาย อย่างแรกเปลี่ยนยากมาก อย่างหลังเปลี่ยนได้ตามรัฐบาล ทั้งสองอย่างให้เด็กเรียนฟรีได้เท่ากันในวันนี้ แต่มั่นคงไม่เท่ากันในวันหน้า

— Education advocates and civil-society monitors such as iLaw (2016 referendum period); the drafters and the then government

หน้าที่ของรัฐ ตอนที่ 2: สุขภาพ สาธารณูปโภค ทรัพยากร ข้อมูล คลื่นความถี่ ผู้บริโภค (มาตรา 55–61)

  • มาตรา 55 รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค และส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด บริการสาธารณสุขตามวรรคหนึ่ง ต้องครอบคลุมการ… สาธารณสุข: รัฐต้องให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง ครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรค การรักษา และการฟื้นฟู และส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย
  • มาตรา 56 รัฐต้องจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ของประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงสร้างหรือโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐอันจำเป็นต่อ การดำรงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อความมั่นคงของรัฐ รัฐจะกระทำด้วยประการใดให้… สาธารณูปโภค: รัฐต้องจัดสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง โครงสร้างพื้นฐานของสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อชีวิตหรือความมั่นคง รัฐจะทำให้ตกเป็นของเอกชน หรือทำให้รัฐถือน้อยกว่าร้อยละ 51 ไม่ได้ ห้ามเก็บค่าบริการจนเป็นภาระเกินสมควร และถ้าให้เอกชนดำเนินการ รัฐต้องได้ผลตอบแทนที่เป็นธรรม
  • มาตรา 57 รัฐต้อง (๑) อนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นและของชาติ และจัดให้มีพื้นที่สาธารณะสำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ใช้สิทธิและมีส่วนร่วม ใน… วัฒนธรรมและทรัพยากร: อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม และบริหารทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์
  • มาตรา 58 การดำเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดำเนินการ ถ้าการนั้นอาจมี ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสีย สำคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดำเนินการให้มีการศึกษา และประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล… ผลกระทบร้ายแรง: โครงการที่อาจกระทบทรัพยากร สิ่งแวดล้อม สุขภาพ หรือคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง รัฐต้องศึกษาและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และรับฟังความคิดเห็นก่อน ประชาชนมีสิทธิได้รับข้อมูลและเหตุผลก่อนรัฐอนุญาต และรัฐต้องเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมโดยไม่ชักช้า
  • มาตรา 59 รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐ ที่มิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐหรือเป็นความลับของทางราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ และต้องจัดให้ ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารดังกล่าวได้โดยสะดวก ข้อมูลข่าวสาร: รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลสาธารณะที่ไม่ใช่ความมั่นคงหรือความลับของทางราชการ และให้เข้าถึงได้สะดวก
  • มาตรา 60 รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็น สมบัติของชาติ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน การจัดให้มีการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่าจะใช้เพื่อส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม หรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ต้องเป… คลื่นความถี่: คลื่นความถี่และสิทธิเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมเป็นสมบัติของชาติ ต้องมีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระกำกับดูแล ในทางปฏิบัติคือ กสทช.
  • มาตรา 61 รัฐต้องจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ ของผู้บริโภคด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการรู้ข้อมูลที่เป็นจริง ด้านความปลอดภัย ด้านความเป็นธรรม ในการทำสัญญา หรือด้านอื่นใดอันเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ผู้บริโภค: รัฐต้องมีมาตรการหรือกลไกคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งเรื่องข้อมูลที่เป็นจริง ความปลอดภัย และความเป็นธรรมในการทำสัญญา

สังเกตการจับคู่กับหมวด 3: มาตรา 41 บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ (๑) ได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐ ตามที่กฎหมายบัญญัติ (๒) เสนอเรื่องราวร้องทุกข์ต่อหน่วยงานของรัฐและได้รับแจ้งผลการพิจารณาโดยรวดเร็ว (๓) ฟ้องหน่วยงานของรัฐให้รับผิดเนื่องจากการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของข้าราชกา… ให้สิทธิเข้าถึงข้อมูล มาตรา 59 รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐ ที่มิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐหรือเป็นความลับของทางราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ และต้องจัดให้ ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารดังกล่าวได้โดยสะดวก ให้รัฐมีหน้าที่เปิดเผย มาตรา 46 สิทธิของผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครอง บุคคลย่อมมีสิทธิรวมกันจัดตั้งองค์กรของผู้บริโภคเพื่อคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค องค์กรของผู้บริโภคตามวรรคสองมีสิทธิรวมกันจัดตั้งเป็นองค์กรที่มีความเป็นอิสระเพื่อให้เกิดพลัง ในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคโดยได้รับการสนับสนุ… ให้สิทธิผู้บริโภค มาตรา 61 รัฐต้องจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ ของผู้บริโภคด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการรู้ข้อมูลที่เป็นจริง ด้านความปลอดภัย ด้านความเป็นธรรม ในการทำสัญญา หรือด้านอื่นใดอันเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ให้รัฐมีหน้าที่สร้างกลไก มาตรา 43 บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ (๑) อนุรักษ์ ฟื้นฟู หรือส่งเสริมภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณี อันดีงามทั้งของท้องถิ่นและของชาติ (๒) จัดการ บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืนตามวิธีการที่กฎหมายบัญญ… ให้สิทธิชุมชน มาตรา 57 รัฐต้อง (๑) อนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นและของชาติ และจัดให้มีพื้นที่สาธารณะสำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ใช้สิทธิและมีส่วนร่วม ใน… และ 58 ให้รัฐมีหน้าที่ฟังและเยียวยา รัฐธรรมนูญ 2560 เขียนเรื่องเดียวกันจากสองฝั่งบ่อยมาก ฝั่งหนึ่งคือสิ่งที่คนมี อีกฝั่งคือสิ่งที่รัฐต้องทำ

ทางลัดช่วยจำ

“51 คือกุญแจ” สองความหมาย

เลข 51 โผล่สองที่ในบทนี้ และทั้งสองที่หมายถึง “ใครถือกุญแจ”

  • มาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้น เป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหล…: ประชาชนถือกุญแจ ติดตาม เร่งรัด และฟ้องให้รัฐทำหน้าที่
  • ร้อยละ 51 ในมาตรา 56 รัฐต้องจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ของประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงสร้างหรือโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐอันจำเป็นต่อ การดำรงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อความมั่นคงของรัฐ รัฐจะกระทำด้วยประการใดให้…: รัฐถือกุญแจ ต้องเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคไม่น้อยกว่าร้อยละ 51

ทำไมต้อง 51 ไม่ใช่ 50 เพราะ 50 ต่อ 50 คือเสมอกัน ใครก็ชี้ขาดไม่ได้ 51 คือเสียงข้างมาก เพิ่มอีกหนึ่งเดียวก็เปลี่ยนจาก “หุ้นส่วน” เป็น “ผู้ควบคุม”

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

มาตรา 62: วินัยการคลัง หรือกติกางบบ้าน

มาตรา 62 รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลัง ของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และจัดระบบภาษี ให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกรอบการดำเน… กำหนดให้รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ให้ฐานะการคลังมั่นคงอย่างยั่งยืน ตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง และจัดระบบภาษีให้เป็นธรรม กฎหมายนั้นอย่างน้อยต้องมีเรื่องกรอบการคลังและงบประมาณ วินัยด้านรายได้และรายจ่ายทั้งเงินในและนอกงบประมาณ การบริหารทรัพย์สินและเงินคงคลัง และการบริหารหนี้สาธารณะ กฎหมายที่ตามมาคือพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

ลองนึกถึงครอบครัวที่ทุกคนถือบัตรเครดิตของบ้าน ถ้าไม่มีกติกาว่าใครรูดได้เท่าไร และต้องบอกใครก่อน ในที่สุดจะมีคนรูดซื้อของที่ทำให้ตัวเองดูดีในเดือนนี้ แล้วทิ้งบิลให้คนในบ้านปีหน้า รัฐบาลก็เหมือนกัน รัฐบาลอยู่สี่ปี แต่หนี้อยู่นานกว่านั้นมาก วินัยการคลังจึงเป็นกติกาที่ปกป้องรัฐบาลในอนาคตจากรัฐบาลในปัจจุบัน

โซ่ของวินัยการคลังทั้งรัฐธรรมนูญ - มาตรา 62 รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลัง ของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และจัดระบบภาษี ให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกรอบการดำเน…: รัฐต้องมีวินัยการคลังและมีกฎหมายวินัยการคลัง - มาตรา 140 การจ่ายเงินแผ่นดิน จะกระทำได้เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วย งบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง หรือกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วน จะจ่ายไปก่อนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณ…: จ่ายเงินแผ่นดินได้เฉพาะที่กฎหมายงบประมาณหรือกฎหมายการคลังอนุญาต - มาตรา 142 ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ต้องแสดงแหล่งที่มาและประมาณการรายได้ ผลสัมฤทธิ์หรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจ่ายเงิน และความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาต่าง ๆ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ: ร่างงบประมาณต้องแสดงแหล่งรายได้ ผลที่คาดว่าจะได้ และความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ - มาตรา 162 คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มา ของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันเข้ารับหน้าที่ ก่อนแถ…: คณะรัฐมนตรีต้องชี้แจงแหล่งรายได้ที่จะใช้ทำนโยบายตอนแถลงนโยบาย - มาตรา 164 ในการบริหารราชการแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ เปิดเผย และมีความรอบคอบ และระมัดระวังในการดำเนินกิจการต่าง ๆ… (2): คณะรัฐมนตรีต้องรักษาวินัยเงินแผ่นดินตามกฎหมายวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด - มาตรา 258 ให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศอย่างน้อยในด้านต่าง ๆ ให้เกิดผล ดังต่อไปนี้ ก. ด้านการเมือง (๑) ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐ รู้จักยอ… ก. (3): การปฏิรูปด้านการเมืองต้องมีกลไกให้พรรครับผิดชอบเมื่อประกาศนโยบายโดยไม่วิเคราะห์ผลกระทบ ความคุ้มค่า และความเสี่ยง

ผลของโซ่นี้คือ นโยบายใช้เงินก้อนใหญ่ทุกนโยบาย ต้องตอบคำถามเดียวกันตั้งแต่วันหาเสียงจนวันจ่ายเงิน “เงินมาจากไหน”

คดีและเหตุการณ์จริง · 2024

เงินกู้นอกงบประมาณ: รถไฟความเร็วสูง 2557 และดิจิทัลวอลเล็ต 2566–2567

เรื่องแรก ปี 2556 รัฐบาลในขณะนั้นเสนอร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินประมาณ 2 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม รวมถึงรถไฟความเร็วสูง โดยไม่ผ่านกระบวนการงบประมาณประจำปี ปี 2557 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างกฎหมายนี้ขัดรัฐธรรมนูญ 2550 เหตุผลหลักคือ การใช้จ่ายเงินแผ่นดินต้องผ่านกระบวนการงบประมาณที่รัฐสภาตรวจสอบได้ การกู้เงินก้อนใหญ่ไปใช้นอกระบบงบประมาณทำให้การตรวจสอบหายไป และโครงการเหล่านั้นไม่ได้เร่งด่วนจนต้องข้ามระบบ ฝ่ายวิจารณ์คำวินิจฉัยมองว่าศาลเข้าไปตัดสินนโยบายเศรษฐกิจที่ควรเป็นเรื่องของรัฐบาลและสภา

เรื่องที่สอง ปลายปี 2566 รัฐบาลประกาศแผนออกกฎหมายกู้เงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อทำนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นว่าต้องทำตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด ซึ่งกำหนดว่าจะออกกฎหมายกู้เงินพิเศษได้เฉพาะเมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนต่อเนื่องเพื่อแก้วิกฤติของประเทศ ต่อมารัฐบาลเลิกแผนกู้แยก และหันไปใช้งบประมาณประจำปีแทน

สองเรื่องนี้สอนสิ่งเดียวกัน กติกาวินัยการคลังไม่ได้ห้ามรัฐบาลใช้เงิน แต่บังคับให้เงินเดินผ่านประตูที่รัฐสภาเห็น และบังคับให้รัฐบาลอธิบายว่าทำไมต้องรีบขนาดนั้น

มาตรา 63: ต้านทุจริต ซึ่งปรากฏสามชั้นในรัฐธรรมนูญ

มาตรา 63 รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจาก การทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน และจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบดังกล่าวอย่างเข้มงวด รวมทั้งกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่ว… กำหนดให้รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายของการทุจริตทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ต้องมีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตอย่างเข้มงวด และต้องมีกลไกส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันรณรงค์ ต่อต้าน หรือชี้เบาะแส โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐ

รัฐธรรมนูญ 2560 วางเรื่องทุจริตไว้หลายชั้นตั้งใจ - ชั้นประชาชน: มาตรา 50 บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๒) ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (๓) ป… (10) ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริต - ชั้นรัฐ: มาตรา 63 รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจาก การทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน และจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบดังกล่าวอย่างเข้มงวด รวมทั้งกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่ว… ต้องป้องกันและขจัด และคุ้มครองผู้ชี้เบาะแส - ชั้นแนวนโยบาย: มาตรา 76 รัฐพึงพัฒนาระบบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และงานของรัฐอย่างอื่น ให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยหน่วยงานของรัฐ ต้องร่วมมือและช่วยเหลือกันในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดิน การจัดทำบริการสาธารณะ และการใช้จ่ายเ… รัฐพึงพัฒนาเจ้าหน้าที่ให้ซื่อสัตย์สุจริต มีระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล และมีมาตรฐานทางจริยธรรมให้หน่วยงานใช้กำหนดประมวลจริยธรรม - ชั้นการมีส่วนร่วม: มาตรา 78 รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ด้านต่าง ๆ การจัดทำบริการสาธารณะทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิช… รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและการต่อต้านการทุจริต

ทำไมต้องเขียนหลายชั้น เพราะการทุจริตต้องมีคนสองฝั่ง คนให้กับคนรับ ถ้ากติกาจับแค่ฝั่งเจ้าหน้าที่ ฝั่งคนให้ก็ยังมีแรงจูงใจ ถ้าคนชี้เบาะแสไม่ได้รับความคุ้มครอง ก็ไม่มีใครกล้าพูด กติกาจึงต้องล้อมทุกมุม

เรื่องนี้มีที่มาทางประวัติศาสตร์ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศว่าเป้าหมายหลักประการหนึ่งคือการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งเชื่อมโยงกับการออกแบบองค์กรอิสระและมาตรฐานทางจริยธรรมในหมวดอื่นด้วย

หมวด 6 ภาพรวม: 15 มาตราแห่ง “รัฐพึง”

  • มาตรา 64 บทบัญญัติในหมวดนี้เป็นแนวทางให้รัฐดำเนินการตรากฎหมายและกำหนดนโยบาย ในการบริหารราชการแผ่นดิน: หมวดนี้เป็นแนวทางให้รัฐตรากฎหมายและกำหนดนโยบาย
  • มาตรา 65 รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็น พลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว การจัดทำ การกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสต…: ยุทธศาสตร์ชาติ
  • มาตรา 66 รัฐพึงส่งเสริมสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศโดยถือหลักความเสมอภาค ในการปฏิบัติต่อกัน และไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน ให้ความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศ และคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติและของคนไทยในต่างประเทศ: การต่างประเทศ ความเสมอภาค ไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน คุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ
  • มาตรา 67 รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือ มาช้านาน รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาท เพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องก…: ศาสนา รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ส่งเสริมพุทธศาสนาเถรวาท และต้องมีมาตรการป้องกันการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา
  • มาตรา 68 รัฐพึงจัดระบบการบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ และให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงเกินสมควร รัฐพึงมีมาตรการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรม ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยเคร่…: กระบวนการยุติธรรม เข้าถึงสะดวก รวดเร็ว ไม่แพงเกินสมควร คุ้มครองเจ้าหน้าที่ยุติธรรมจากการแทรกแซง และช่วยเหลือทางกฎหมายรวมถึงหาทนายให้ผู้ยากไร้
  • มาตรา 69 รัฐพึงจัดให้มีและส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปวิทยาการแขนงต่าง ๆ ให้เกิดความรู้ การพัฒนา และนวัตกรรม เพื่อความเข้มแข็งของสังคม และเสริมสร้างความสามารถของคนในชาติ: วิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
  • มาตรา 70 รัฐพึงส่งเสริมและให้ความคุ้มครองชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ให้มีสิทธิดำรงชีวิต ในสังคมตามวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมตามความสมัครใจได้อย่างสงบสุข ไม่ถูกรบกวน ทั้งนี้ เท่าที่ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเป็นอันตราย ต่อความมั่นคงของรัฐ หร…: คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ให้ดำรงชีวิตตามวัฒนธรรมและวิถีดั้งเดิมโดยสมัครใจ
  • มาตรา 71 รัฐพึงเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวอันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญ ของสังคม จัดให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม ส่งเสริมและพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อให้ ประชาชนมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีจิตใจเข้มแข็ง รวมตลอดทั้งส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาให้ไปสู่ความเป็นเลิศ และเกิดประโยชน์ส…: ครอบครัว ที่อยู่อาศัย สุขภาพ กีฬา ทรัพยากรมนุษย์ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และให้คำนึงถึงเพศ วัย และสภาพของบุคคลในการจัดสรรงบประมาณ
  • มาตรา 72 รัฐพึงดำเนินการเกี่ยวกับที่ดิน ทรัพยากรน้ำ และพลังงาน ดังต่อไปนี้ (๑) วางแผนการใช้ที่ดินของประเทศให้เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่และศักยภาพของที่ดิน ตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน (๒) จัดให้มีการวางผังเมืองทุกระดับและบังคับการให้เป็นไปตามผังเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมตลอดทั้งพัฒนาเมืองให…: ที่ดิน น้ำ พลังงาน ผังเมือง และการกระจายการถือครองที่ดิน
  • มาตรา 73 รัฐพึงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย โดยใช้ต้นทุนต่ำ และสามารถแข่งขันในตลาดได้ และพึงช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้ให้มีที่ทำกินโดยการปฏิรูปที่ดิน หรือวิธีอื่นใด: เกษตรกร และการปฏิรูปที่ดิน
  • มาตรา 74 รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามารถในการทำงานอย่างเหมาะสมกับศักยภาพ และวัยและให้มีงานทำ และพึงคุ้มครองผู้ใช้แรงงานให้ได้รับความปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่ดีในการทำงาน ได้รับรายได้ สวัสดิการ การประกันสังคม และสิทธิประโยชน์อื่นที่เหมาะสมแก่การดำรงชีพ และพึงจัดให้มี หรือส่งเสริมการออม…: แรงงาน การมีงานทำ ความปลอดภัย สวัสดิการ การออมเพื่อวัยเกษียณ และระบบแรงงานสัมพันธ์
  • มาตรา 75 รัฐพึงจัดระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจไปพร้อมกันอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ขจัดการผูกขาดทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม และพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน ทางเศรษฐกิจของประชาชนและประเทศ ร…: ระบบเศรษฐกิจตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขจัดการผูกขาด และรัฐต้องไม่ประกอบกิจการแข่งกับเอกชนเว้นแต่จำเป็น
  • มาตรา 76 รัฐพึงพัฒนาระบบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และงานของรัฐอย่างอื่น ให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยหน่วยงานของรัฐ ต้องร่วมมือและช่วยเหลือกันในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดิน การจัดทำบริการสาธารณะ และการใช้จ่ายเ…: บริหารราชการตามหลักธรรมาภิบาล ระบบคุณธรรม และมาตรฐานทางจริยธรรม
  • มาตรา 77 รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมาย ที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ โดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ได้โดยสะดวกและสามารถเข้าใจกฎ…: มีกฎหมายเท่าที่จำเป็น
  • มาตรา 78 รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ด้านต่าง ๆ การจัดทำบริการสาธารณะทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิช…: ความรู้ความเข้าใจเรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการมีส่วนร่วมของประชาชน

กับดักข้อสอบที่ควรรู้: แม้หมวดนี้ใช้คำว่า “พึง” แต่มีบางวลีใช้คำว่า “ต้อง” ซ่อนอยู่ เช่น มาตรา 67 รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือ มาช้านาน รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาท เพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องก… “ต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา” และมาตรา 75 รัฐพึงจัดระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจไปพร้อมกันอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ขจัดการผูกขาดทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม และพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน ทางเศรษฐกิจของประชาชนและประเทศ ร… วรรคสอง “รัฐต้องไม่ประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชน” ข้อสอบที่ถามว่า “ทุกมาตราในหมวด 6 ใช้คำว่าพึง” จึงเป็นข้อที่ผิด

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

มาตรา 65: ยุทธศาสตร์ชาติ “พึง” ที่กลายเป็น “ใช้บังคับได้”

มาตรา 65 รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็น พลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว การจัดทำ การกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสต… อยู่ในหมวดแนวนโยบาย ขึ้นต้นด้วยคำว่า “รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ” เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล และเป็นกรอบให้แผนต่าง ๆ สอดคล้องกัน แต่วรรคท้ายเปลี่ยนน้ำหนักทันที “ยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้”

นี่คือจุดที่ต้องเข้าใจ ตัวการมีอยู่ของยุทธศาสตร์ชาติเป็นเรื่อง “พึง” แต่เมื่อประกาศแล้ว ตัวยุทธศาสตร์ผูกพันจริง และรัฐธรรมนูญผูกมันเข้ากับกลไกอื่นอีกหลายจุด - มาตรา 65 รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็น พลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว การจัดทำ การกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสต… วรรคสอง: วิธีการจัดทำต้องเป็นไปตามกฎหมาย และกฎหมายนั้นต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง - มาตรา 142 ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ต้องแสดงแหล่งที่มาและประมาณการรายได้ ผลสัมฤทธิ์หรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจ่ายเงิน และความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาต่าง ๆ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ: ร่างงบประมาณต้องแสดงความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ - มาตรา 162 คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มา ของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันเข้ารับหน้าที่ ก่อนแถ…: นโยบายของคณะรัฐมนตรีต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ - มาตรา 270 นอกจากจะมีหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ให้วุฒิสภา ตามมาตรา ๒๖๙ มีหน้าที่และอำนาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรี แจ้งความคืบหน้าในการดำเนิน…: วุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาลเคยมีหน้าที่ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปและการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ (สิ้นสุดเมื่อวุฒิสภาชุดแรกครบวาระในปี 2567) - มาตรา 275 ให้คณะรัฐมนตรีจัดให้มีกฎหมายตามมาตรา ๖๕ วรรคสอง ให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎหมายดังกล่าวใช้บังคับ: ให้คณะรัฐมนตรีออกกฎหมายตามมาตรา 65 รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็น พลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว การจัดทำ การกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสต… ภายใน 120 วันนับแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และจัดทำยุทธศาสตร์ชาติให้เสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่กฎหมายนั้นใช้บังคับ

กฎหมายที่ออกตามมาคือพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 และยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 13 ตุลาคม 2561 เป็นแผน 20 ปี แบ่งเป็นหกด้าน คือ ความมั่นคง การสร้างความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ทบทวนได้ทุกห้าปี หรือเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป

กฎหมายการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติยังวางกลไกเอาผิดไว้ด้วย ตามที่ iLaw สรุปไว้ ถ้าหน่วยงานรัฐไม่ทำตามและไม่แก้ไข เรื่องอาจไปถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งอาจนำไปสู่การลงโทษหัวหน้าหน่วยงาน และถ้าการไม่ทำตามเกิดจากมติคณะรัฐมนตรี เส้นทางผ่านวุฒิสภา ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

โซ่เหตุผลเต็ม: ยุทธศาสตร์ประกาศแล้วผูกพัน → งบประมาณและนโยบายรัฐบาลต้องสอดคล้อง → มีกลไกติดตามและเอาผิด → รัฐบาลที่ชนะเลือกตั้งในอนาคตจึงทำนโยบายได้เท่าที่อยู่ในกรอบ 20 ปีนี้

ข้อวิจารณ์

ข้อถกเถียงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ: ความต่อเนื่อง หรือการผูกมือรัฐบาลในอนาคต

ฝ่ายสนับสนุน ซึ่งรวมถึงรัฐบาลและผู้ร่างในช่วงปี 2560–2561 ให้เหตุผลจากประวัติศาสตร์การเมืองไทย รัฐบาลไทยหลายชุดอยู่ได้ไม่นาน นโยบายระยะยาวอย่างระบบราง การศึกษา หรือการรับมือสังคมสูงวัย ถูกรื้อทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาล เหมือนทีมฟุตบอลที่เปลี่ยนโค้ชทุกครึ่งฤดูกาลแล้วเปลี่ยนแผนการเล่นทุกครั้ง ไม่มีทางสร้างทีมได้ ยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ทุกรัฐบาลต้องยึดจะทำให้การลงทุนสาธารณะต่อเนื่อง และนักลงทุนวางแผนได้

ฝ่ายวิจารณ์ชี้ปัญหาที่ความชอบธรรมของที่มา อภิพล แซ่ตั้ง (Apipol Sae-Tung, 2025) วิเคราะห์ว่ายุทธศาสตร์ชาติมีรากมาจากแผนปฏิรูปของสภาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้ง และเป็นตัวอย่างของ “การทำให้การเมืองกลายเป็นเรื่องกฎหมาย” (juridification) ที่ระบอบซึ่งขาดความชอบธรรมจากการเลือกตั้งใช้กฎหมายเพื่อสืบทอดอิทธิพล เขายังชี้ว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติมีผู้แทนฝ่ายความมั่นคงในสัดส่วนสูง iLaw วิเคราะห์ในทำนองเดียวกันว่ากลไกเอาผิดในกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือควบคุมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และในช่วงห้าปีแรก ผู้ทำหน้าที่ติดตามคือวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง

มีคำถามที่สามที่ตัดได้ทั้งสองทาง ยุทธศาสตร์ชาติเขียนเป้าหมายกว้างมาก ถ้ากว้างพอ นโยบายแทบทุกอย่างก็ “สอดคล้อง” ได้ ซึ่งแปลว่าผูกมือได้น้อยกว่าที่กลัว แต่ก็แปลว่าใครจะเป็นคนชี้ว่าอะไรไม่สอดคล้อง และชี้ด้วยเกณฑ์อะไร อำนาจจึงไปอยู่ที่ผู้ตีความ ไม่ใช่ที่ตัวเอกสาร

สำหรับผู้อ่านที่ต้องการภาพใหญ่: ความตึงระหว่าง “ความมั่นคงของแผน” กับ “สิทธิของผู้เลือกตั้งที่จะเปลี่ยนทิศ” เป็นคำถามที่ประชาธิปไตยทุกแห่งต้องตอบ คำตอบที่ยั่งยืนมักมาจากการที่แผนได้รับการยอมรับจากหลายฝ่าย ไม่ใช่จากความยากในการแก้

— Apipol Sae-Tung, Juridification, Legitimacy, and Authoritarian Survival (Asian Review, 2025); iLaw; the government and drafters of 2017–18

มาตรา 77: กฎหมายเท่าที่จำเป็น

มาตรา 77 รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมาย ที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ โดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ได้โดยสะดวกและสามารถเข้าใจกฎ… เป็นมาตราที่คนทำงานราชการควรอ่านช้า ๆ เพราะเป็นคู่มือการออกกฎหมายที่ดีในย่อหน้าเดียว

  • มีกฎหมายเท่าที่จำเป็น ยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้า
  • ทำให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทได้สะดวกและเข้าใจได้ง่าย
  • ก่อนตรากฎหมายทุกฉบับ รับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบอย่างรอบด้าน และเปิดเผยผลให้ประชาชนทราบ
  • เมื่อกฎหมายใช้บังคับแล้ว ประเมินผลสัมฤทธิ์ทุกรอบระยะเวลาที่กำหนด
  • ใช้ระบบอนุญาตและระบบคณะกรรมการเฉพาะเมื่อจำเป็น กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจและระยะเวลาให้ชัด
  • กำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง

กฎหมายที่ออกมารองรับคือ พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562

ทำไมเรื่อง “ใบอนุญาต” กับ “โทษอาญา” อยู่ในมาตราเดียวกัน เพราะทั้งสองเป็นต้นทุนที่ซ่อนอยู่ ทุกใบอนุญาตคือคิวที่ประชาชนต้องรอและจุดที่อาจมีการเรียกรับเงิน ทุกโทษอาญาคือการเปลี่ยนคนธรรมดาที่ลืมยื่นเอกสารให้กลายเป็นผู้ต้องหา กฎหมายที่ดีจึงไม่ได้วัดที่จำนวน แต่วัดที่ภาระที่มันสร้างเทียบกับปัญหาที่มันแก้

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

ภาพรวมเป็นระบบเดียว: จากหน้าที่ของคนไปถึงงบประมาณ

ถ้าวาดสามหมวดนี้เป็นแผนผังเดียว จะเห็นโซ่ที่ต่อกันเป็นวง

  • ประชาชนมีหน้าที่ (หมวด 4) เช่น เสียภาษี ไปเลือกตั้ง ไม่ร่วมทุจริต
  • รัฐมีหน้าที่ที่ประชาชนทวงได้ (หมวด 5 และมาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้น เป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหล…) เช่น การศึกษา สาธารณสุข สาธารณูปโภค วินัยการคลัง
  • รัฐมีแนวทางที่ต้องใช้กำหนดนโยบาย (หมวด 6 และมาตรา 64 บทบัญญัติในหมวดนี้เป็นแนวทางให้รัฐดำเนินการตรากฎหมายและกำหนดนโยบาย ในการบริหารราชการแผ่นดิน) โดยมียุทธศาสตร์ชาติเป็นกรอบที่ผูกพัน (มาตรา 65 รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็น พลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว การจัดทำ การกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสต…)
  • คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายโดยต้องสอดคล้องกับทั้งสามอย่าง และชี้แจงแหล่งเงิน (มาตรา 162 คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มา ของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันเข้ารับหน้าที่ ก่อนแถ…)
  • งบประมาณต้องแสดงความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (มาตรา 142 ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ต้องแสดงแหล่งที่มาและประมาณการรายได้ ผลสัมฤทธิ์หรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจ่ายเงิน และความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาต่าง ๆ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ) และจ่ายได้เฉพาะตามกฎหมาย (มาตรา 140 การจ่ายเงินแผ่นดิน จะกระทำได้เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วย งบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง หรือกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วน จะจ่ายไปก่อนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณ…)
  • ภาษีของประชาชนกลับมาเป็นบริการตามหน้าที่ของรัฐ แล้ววงก็เริ่มใหม่

คำถามที่ใช้ตรวจความเข้าใจได้ทุกข้อในสามหมวดนี้มีสองข้อ: ข้อความนี้ “ต้อง” หรือ “พึง” และถ้ารัฐไม่ทำ ใครทวงได้ ทวงที่ไหน

ตัวเลขที่ต้องรู้

ตัวเลขที่ต้องจำในหมวด 4–6

หน้าที่ของปวงชนชาวไทย มาตรา 50 บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๒) ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (๓) ป…10 ข้อ ในมาตราเดียว / 10 in one section
จำนวนมาตราในหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ มาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้น เป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหล… · มาตรา 63 รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจาก การทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน และจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบดังกล่าวอย่างเข้มงวด รวมทั้งกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่ว…13 (มาตรา 51–63)
จำนวนมาตราในหมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 64 บทบัญญัติในหมวดนี้เป็นแนวทางให้รัฐดำเนินการตรากฎหมายและกำหนดนโยบาย ในการบริหารราชการแผ่นดิน · มาตรา 78 รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ด้านต่าง ๆ การจัดทำบริการสาธารณะทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิช…15 (มาตรา 64–78)
การศึกษาโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ก่อนวัยเรียนถึงจบภาคบังคับ มาตรา 54 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โ…12 ปี / 12 years
สัดส่วนขั้นต่ำที่รัฐต้องถือในโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค มาตรา 56 รัฐต้องจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ของประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงสร้างหรือโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐอันจำเป็นต่อ การดำรงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อความมั่นคงของรัฐ รัฐจะกระทำด้วยประการใดให้…51%
กำหนดออกกฎหมายยุทธศาสตร์ชาตินับแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 275 ให้คณะรัฐมนตรีจัดให้มีกฎหมายตามมาตรา ๖๕ วรรคสอง ให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎหมายดังกล่าวใช้บังคับ120 วัน / 120 days
กำหนดจัดทำยุทธศาสตร์ชาตินับแต่กฎหมายใช้บังคับ มาตรา 275 ให้คณะรัฐมนตรีจัดให้มีกฎหมายตามมาตรา ๖๕ วรรคสอง ให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎหมายดังกล่าวใช้บังคับ1 ปี / 1 year
ระยะเวลาของยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก มาตรา 65 รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็น พลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว การจัดทำ การกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสต…20 ปี (2561–2580) / 20 years (2018–2037)
คณะรัฐมนตรีแจ้งความคืบหน้าการปฏิรูปต่อรัฐสภา มาตรา 270 นอกจากจะมีหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ให้วุฒิสภา ตามมาตรา ๒๖๙ มีหน้าที่และอำนาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรี แจ้งความคืบหน้าในการดำเนิน…ทุก 3 เดือน (บทเฉพาะกาล) / every 3 months (transitory provision)
แถลงนโยบายภายใน นับแต่วันเข้ารับหน้าที่ มาตรา 162 คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มา ของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันเข้ารับหน้าที่ ก่อนแถ…15 วัน / 15 days
ทดสอบตัวเอง

ทดสอบตัวเอง

หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย มีกี่มาตรา และกี่หน้าที่

มาตราเดียว คือมาตรา 50 บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๒) ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (๓) ป… มีหน้าที่ 10 ข้อ

มาตรา 50 บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๒) ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (๓) ป…
คำใดแยกหมวด 5 ออกจากหมวด 6 และมาตราใดบอกสถานะของหมวด 6

หมวด 5 ใช้ “ต้อง” หมวด 6 ใช้ “พึง” มาตรา 64 บทบัญญัติในหมวดนี้เป็นแนวทางให้รัฐดำเนินการตรากฎหมายและกำหนดนโยบาย ในการบริหารราชการแผ่นดิน บอกว่าหมวด 6 เป็นแนวทางให้รัฐตรากฎหมายและกำหนดนโยบาย

มาตรา 64 บทบัญญัติในหมวดนี้เป็นแนวทางให้รัฐดำเนินการตรากฎหมายและกำหนดนโยบาย ในการบริหารราชการแผ่นดิน
หน้าที่ของรัฐแบบใดที่ประชาชนติดตาม เร่งรัด และฟ้องได้ตามมาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้น เป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหล…

หน้าที่ในหมวด 5 ที่ทำเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้น เป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหล…
การศึกษา 12 ปีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายตามมาตรา 54 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โ… นับจากไหนถึงไหน

ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ

มาตรา 54 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โ…
รัฐขายหุ้นโครงสร้างพื้นฐานการประปาที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตจนเหลือร้อยละ 40 ได้หรือไม่

ไม่ได้ รัฐต้องถือไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ตามมาตรา 56 รัฐต้องจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ของประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงสร้างหรือโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐอันจำเป็นต่อ การดำรงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อความมั่นคงของรัฐ รัฐจะกระทำด้วยประการใดให้…

มาตรา 56 รัฐต้องจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ของประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงสร้างหรือโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐอันจำเป็นต่อ การดำรงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อความมั่นคงของรัฐ รัฐจะกระทำด้วยประการใดให้…
ยุทธศาสตร์ชาติอยู่ในหมวดแนวนโยบาย แต่ผูกพันได้อย่างไร

มาตรา 65 รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็น พลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว การจัดทำ การกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสต… วรรคท้ายบอกว่าเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ และยังผูกกับงบประมาณ (มาตรา 142 ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ต้องแสดงแหล่งที่มาและประมาณการรายได้ ผลสัมฤทธิ์หรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจ่ายเงิน และความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาต่าง ๆ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ) และนโยบายคณะรัฐมนตรี (มาตรา 162 คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มา ของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันเข้ารับหน้าที่ ก่อนแถ…)

มาตรา 65 รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็น พลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว การจัดทำ การกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสต… · มาตรา 142 ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ต้องแสดงแหล่งที่มาและประมาณการรายได้ ผลสัมฤทธิ์หรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจ่ายเงิน และความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาต่าง ๆ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ · มาตรา 162 คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มา ของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันเข้ารับหน้าที่ ก่อนแถ…
ข้อความ “ทุกมาตราในหมวด 6 ใช้คำว่าพึงเท่านั้น” ถูกหรือผิด

ผิด เช่น มาตรา 75 รัฐพึงจัดระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจไปพร้อมกันอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ขจัดการผูกขาดทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม และพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน ทางเศรษฐกิจของประชาชนและประเทศ ร… วรรคสอง รัฐต้องไม่ประกอบกิจการแข่งขันกับเอกชนเว้นแต่จำเป็น และมาตรา 67 รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือ มาช้านาน รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาท เพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องก… ต้องมีมาตรการป้องกันการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา

มาตรา 67 รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือ มาช้านาน รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาท เพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องก… · มาตรา 75 รัฐพึงจัดระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจไปพร้อมกันอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ขจัดการผูกขาดทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม และพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน ทางเศรษฐกิจของประชาชนและประเทศ ร…
มาตราใดในหมวด 6 สั่งให้กำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง

มาตรา 77 รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมาย ที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ โดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ได้โดยสะดวกและสามารถเข้าใจกฎ…

มาตรา 77 รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมาย ที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ โดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ได้โดยสะดวกและสามารถเข้าใจกฎ…
แหล่งอ้างอิง
  • Constitution of the Kingdom of Thailand B.E. 2560 (2017), consolidated through the 2021 amendment, Thai text
  • Apipol Sae-Tung, Juridification, Legitimacy, and Authoritarian Survival in Thai Politics from the 2014 Military Coup, Asian Review 38(1) (2025)
  • iLaw, analysis of the National Strategy Preparation Act B.E. 2560 and its sanction mechanisms (ilaw.or.th, 2018)
  • iLaw and Thai PBS reporting on section 54 and the 15-year free education policy (2016 referendum period)
  • National Strategy (B.E. 2561–2580), Royal Gazette, 13 October 2018
  • State Fiscal and Financial Disciplines Act B.E. 2561 (2018)
  • Thai PBS World and Bangkok Post reporting on the digital wallet funding debate (2023–2024)
  • Constitutional Court of Thailand, 2014 ruling on the 2-trillion-baht infrastructure borrowing bill

คู่มือนี้เป็นสื่อการเรียน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก ข้อวิจารณ์เป็นความเห็นของผู้ที่ระบุชื่อ ไม่ใช่ข้อสรุปของแอป