รัฐธรรมนูญอ่านให้เข้าใจ • จำให้ใช้ได้

ศาลและศาลรัฐธรรมนูญ

ปี 2551 นายกรัฐมนตรีคนหนึ่งต้องพ้นตำแหน่งเพราะไปทำรายการสอนทำอาหารทางโทรทัศน์ ปีเดียวกัน อดีตนายกรัฐมนตรีอีกคนถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกสองปีเพราะภรรยาซื้อที่ดินจากกองทุนของรัฐ สองเรื่องนี้ขึ้นศาลคนละศาล ด้วยเหตุผลคนละแบบ บทนี้สอนให้รู้ว่าประเทศไทยมีศาลกี่ระบบ แต่ละศาลรับเรื่องอะไร และทำไมศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีตุลาการเพียงเก้าคน จึงกลายเป็นสถาบันที่ทรงอิทธิพลและถูกถกเถียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในการเมืองไทย

ในบทนี้
  1. ศาลคือผู้ตัดสินที่ต้องไม่ใช่ผู้เล่น
  2. ทำไมศาลต้องบริหารตัวเอง
  3. ศาลสี่ระบบ
  4. เรื่องนี้ขึ้นศาลไหน ถามสามคำถาม
  5. ตัวเลขในหมวดศาล
  6. ช่องทางพิเศษสำหรับนักการเมือง
  7. ที่ดินรัชดาฯ และโครงการรับจำนำข้าว
  8. ศาลทหาร: ศาลที่มีประโยคเปิดท้าย
  9. พลเรือนในศาลทหาร 2557–2562
  10. ข้อเสนอให้ปฏิรูปศาลทหาร
  11. จำศาลสี่ระบบด้วยคำถามเดียว: ใครเป็นคู่กรณี
  12. ศาลรัฐธรรมนูญมีไว้ทำอะไร
  13. ศาลรัฐธรรมนูญในตัวเลข
  14. “เสื้อครุยห้า คนนอกสี่” และ 9-7-7
  15. ใครเลือกตุลาการ และทำไมต้องผสมหลายมือ
  16. อำนาจที่กระจายอยู่ทั่วรัฐธรรมนูญ
  17. สามประตูเข้าศาลรัฐธรรมนูญ
  18. คดีสมรสเพศเดียวกัน: ประตูมาตรา 212
  19. คดีทำแท้ง: เมื่อศาลให้เวลารัฐสภาแก้กฎหมาย
  20. การยุบพรรค ก่อนรัฐธรรมนูญ 2560: ไทยรักไทยและพลังประชาชน
  21. การยุบพรรคภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560: ไทยรักษาชาติ อนาคตใหม่ ก้าวไกล
  22. นายกรัฐมนตรีห้าคนที่พ้นตำแหน่งเพราะคำวินิจฉัย
  23. รัฐสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ไหม: ต้องถามประชาชนก่อน
  24. “ตรวจสอบโดยไม่มีถ่วงดุล”
  25. กฎหมายในฐานะเครื่องมือรักษาอำนาจ
  26. ใครตรวจสอบศาลรัฐธรรมนูญ
  27. ยี่สิบฉบับ และศาลที่ถูกสร้างใหม่ทุกครั้ง
  28. ทดสอบตัวเอง

ศาลคือผู้ตัดสินที่ต้องไม่ใช่ผู้เล่น

นึกถึงฟุตบอลนัดหนึ่ง ถ้าทีมเจ้าบ้านเลือกกรรมการได้ตอนพักครึ่ง ผลการแข่งขันก็ไม่มีความหมาย หลักทั้งหมดในหมวดศาลมีไว้กันไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้น

มาตรา 188 การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเป็นอำนาจของศาล ซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไป ตามกฎหมาย และในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง วางหลักว่าการพิจารณาพิพากษาคดีเป็นอำนาจของศาล ทำในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ และผู้พิพากษามีอิสระในการพิจารณาพิพากษาตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ต้องรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติ

มาตรา 189 บรรดาศาลทั้งหลายจะตั้งขึ้นได้แต่โดยพระราชบัญญัติ การตั้งศาลขึ้นใหม่หรือกำหนดวิธีพิจารณาเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีใดคดีหนึ่งหรือที่มีข้อหา ฐานใดฐานหนึ่งโดยเฉพาะแทนศาลที่มีตามกฎหมายสำหรับพิจารณาพิพากษาคดีนั้น ๆ จะกระทำมิได้ คือกติกาที่ห้ามเลือกกรรมการตอนพักครึ่ง ศาลตั้งได้โดยพระราชบัญญัติเท่านั้น และห้ามตั้งศาลใหม่หรือวิธีพิจารณาพิเศษขึ้นมาเพื่อตัดสินคดีใดคดีหนึ่งหรือข้อหาใดข้อหาหนึ่งโดยเฉพาะแทนศาลที่มีอยู่ เหตุผลง่ายมาก ถ้ารัฐบาลตั้งศาลเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อพิจารณาคดีของศัตรูทางการเมืองได้ ผลคดีก็ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดศาล

มาตรา 190 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและให้ผู้พิพากษาและตุลาการพ้นจากตำแหน่ง แต่ในกรณีที่พ้นจากตำแหน่งเพราะความตาย เกษียณอายุ ตามวาระ หรือพ้นจากราชการเพราะถูกลงโทษ ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ ให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและให้ผู้พิพากษาพ้นจากตำแหน่ง ส่วนกรณีพ้นตำแหน่งเพราะตาย เกษียณ ครบวาระ หรือถูกลงโทษ ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ มาตรา 191 ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้พิพากษาและตุลาการต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้ “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดี ต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยปราศจากอคติทั้งปวง เพื่อ… กำหนดถ้อยคำถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ทั้งสองมาตรานี้ทำให้ตำแหน่งผู้พิพากษาไม่ขึ้นกับคำสั่งของรัฐมนตรีคนใด

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

ทำไมศาลต้องบริหารตัวเอง

ความเป็นอิสระบนกระดาษไม่มีความหมาย ถ้าคนที่ไม่ชอบคำพิพากษาของคุณเป็นคนตัดสินว่าปีหน้าคุณจะถูกย้ายไปอยู่จังหวัดไหน หรือศาลของคุณจะได้งบประมาณเท่าไร

ห่วงโซ่จึงเป็นแบบนี้ - ถ้ากระทรวงคุมการโยกย้ายผู้พิพากษา ผู้พิพากษาจะเกรงใจกระทรวง - ดังนั้นมาตรา 193 ให้แต่ละศาล ยกเว้นศาลทหาร มีหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการที่มีความเป็นอิสระ ในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น โดยให้มีหัวหน้าหน่วยงานคนหนึ่งเป็น ผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงต่อประธานของแต่ละศาล ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ให้ศาลยุติธรรมและศาลปกครองมีระบบเงินเดือนและค่า… ให้แต่ละศาล ยกเว้นศาลทหาร มีหน่วยธุรการของตัวเองที่เป็นอิสระด้านบุคคลและงบประมาณ ขึ้นตรงต่อประธานศาลนั้น และให้ศาลยุติธรรมกับศาลปกครองมีระบบเงินเดือนเฉพาะ - ดังนั้นมาตรา 196 การบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับผู้พิพากษาศาลยุติธรรมต้องมีความเป็นอิสระ และดำเนินการโดยคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธาน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาล และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็น ข้าราชการตุลาการ บรรดาที่ได้รั… ให้การบริหารงานบุคคลของผู้พิพากษาศาลยุติธรรมอยู่ในมือคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ซึ่งมีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน และมาตรา 198 การบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับตุลาการศาลปกครองต้องมีความเป็นอิสระ และดำเนินการโดยคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองซึ่งประกอบด้วยประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธาน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นตุลาการในศาลปกครอง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นตุลาการ ในศาลปกครองไม่เกินสองคน บรรดาที่ได้… ทำแบบเดียวกันกับศาลปกครอง (ก.ศป.) มีประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธาน - กรรมการทั้งสองชุดมาจากการเลือกของผู้พิพากษาเอง โดยมีคนนอกที่ไม่เคยเป็นผู้พิพากษาได้ไม่เกินสองคน

ราคาที่ต้องจ่าย คือศาลที่ปกครองตัวเองตรวจสอบจากภายนอกได้ยาก คนนอกสองคนในคณะกรรมการคือช่องลมเล็ก ๆ ที่รัฐธรรมนูญเปิดไว้ ส่วนศาลทหารถูกยกเว้นจากมาตรา 193 ให้แต่ละศาล ยกเว้นศาลทหาร มีหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการที่มีความเป็นอิสระ ในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น โดยให้มีหัวหน้าหน่วยงานคนหนึ่งเป็น ผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงต่อประธานของแต่ละศาล ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ให้ศาลยุติธรรมและศาลปกครองมีระบบเงินเดือนและค่า… จึงยังอยู่ในสายการบังคับบัญชาของฝ่ายทหาร ข้อนี้คือหนึ่งในต้นเหตุของคำวิจารณ์ที่จะเห็นในหัวข้อถัดไป

ศาลสี่ระบบ

ประเทศไทยมีศาลสี่ระบบที่แยกจากกัน แต่ละระบบมีศาลสูงสุดของตัวเอง - ศาลยุติธรรม (มาตรา 194 ศาลยุติธรรมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง เว้นแต่คดีที่รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลอื่น การจัดตั้ง วิธีพิจารณาคดี และการดำเนินงานของศาลยุติธรรมให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น) ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา รับคดีแพ่งและคดีอาญาทั่วไป และเป็นศาลที่รับคดีทั้งปวงที่ไม่ได้ถูกกำหนดให้ไปศาลอื่น - ศาลปกครอง (มาตรา 197 ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครองอันเนื่องมาจากการใช้อำนาจ ทางปกครองตามกฎหมายหรือเนื่องมาจากการดำเนินกิจการทางปกครอง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ให้มีศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นต้น อำนาจศาลปกครองตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการวินิจฉัยชี้ขาดขององค์กรอิสระซึ่งเป็นการใช้อำนาจ โด…) มีศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุด รับคดีที่เกิดจากการใช้อำนาจทางปกครองหรือการดำเนินกิจการทางปกครอง - ศาลทหาร (มาตรา 199 ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่ผู้กระทำความผิดเป็นบุคคล ซึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหารและคดีอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การจัดตั้ง วิธีพิจารณาคดี และการดำเนินงานของศาลทหาร ตลอดจนการแต่งตั้งและการให้ตุลาการ ศาลทหารพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ) รับคดีอาญาที่ผู้กระทำผิดอยู่ในอำนาจศาลทหาร และคดีอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ - ศาลรัฐธรรมนูญ (หมวด 11 มาตรา 200 ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนเก้าคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้ว ไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนสามคน (๒) ตุลาการในศาลปกครอ… ถึง 214) วินิจฉัยว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และชี้ขาดข้อพิพาทเรื่องอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ

ศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญเป็นของใหม่ เกิดจากรัฐธรรมนูญปี 2540 ก่อนหน้านั้นศาลยุติธรรมเป็นศาลเดียวที่รับคดีทุกประเภท ส่วนข้อพิพาทเรื่องรัฐธรรมนูญอยู่กับคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่ศาลประจำ และข้อพิพาททางปกครองอยู่กับคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งอยู่ในฝ่ายบริหาร ศาลรัฐธรรมนูญเริ่มทำงานปี 2541 ส่วนศาลปกครองตั้งตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

เรื่องนี้ขึ้นศาลไหน ถามสามคำถาม

โจทย์อาจเล่าเรื่องมาหนึ่งย่อหน้าแล้วถามว่าศาลไหนมีอำนาจ ไม่ต้องท่องรายการคดี ให้ถามตามลำดับนี้

คำถามที่หนึ่ง ตัวกฎหมายระดับพระราชบัญญัติถูกกล่าวหาว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าใช่ ศาลที่ชี้ขาดได้มีศาลเดียวคือศาลรัฐธรรมนูญ แม้คดีจะเริ่มในศาลอื่น ศาลนั้นต้องส่งเรื่องไปตามมาตรา 212 ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเอง หรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยมาตรา ๕ และยังไม่มีคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็นเช่นว่านั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัย ในระหว่างนั้…

คำถามที่สอง รัฐกำลังใช้อำนาจรัฐกับเอกชนอยู่หรือไม่ เช่น คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต กฎกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น สัญญาทางปกครอง หน่วยงานละเลยหน้าที่ หรือเจ้าหน้าที่ทำละเมิดจากการใช้อำนาจทางปกครอง ถ้าใช่ ไปศาลปกครอง (มาตรา 197 ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครองอันเนื่องมาจากการใช้อำนาจ ทางปกครองตามกฎหมายหรือเนื่องมาจากการดำเนินกิจการทางปกครอง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ให้มีศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นต้น อำนาจศาลปกครองตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการวินิจฉัยชี้ขาดขององค์กรอิสระซึ่งเป็นการใช้อำนาจ โด…) เพราะศาลนี้ถูกออกแบบมาให้ถ่วงน้ำหนักระหว่างรัฐที่มีอำนาจมากกับประชาชนที่มีน้อย

คำถามที่สาม ผู้ถูกกล่าวหาเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร เช่น ทหารประจำการที่กระทำผิดอาญา ถ้าใช่ ไปศาลทหาร (มาตรา 199 ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่ผู้กระทำความผิดเป็นบุคคล ซึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหารและคดีอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การจัดตั้ง วิธีพิจารณาคดี และการดำเนินงานของศาลทหาร ตลอดจนการแต่งตั้งและการให้ตุลาการ ศาลทหารพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ)

ตอบไม่ใช่ทั้งสามข้อ ไปศาลยุติธรรม (มาตรา 194 ศาลยุติธรรมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง เว้นแต่คดีที่รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลอื่น การจัดตั้ง วิธีพิจารณาคดี และการดำเนินงานของศาลยุติธรรมให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น) ศาลยุติธรรมคือลิ้นชักที่รับทุกอย่างที่เหลือ ทั้งคดีแพ่ง อาญา แรงงาน ภาษี ครอบครัว ล้มละลาย

กับดักที่พบบ่อย - นักการเมืองทุจริต ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (มาตรา 195 ให้มีแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา โดยองค์คณะ ผู้พิพากษาประกอบด้วยผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษา อาวุโสซึ่งเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไ…) ซึ่งอยู่ในศาลยุติธรรม - เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเพราะทุจริตเลือกตั้ง เป็นอำนาจศาลฎีกา ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นศาลอุทธรณ์ (มาตรา 226 เมื่อมีการดำเนินการตามมาตรา ๒๒๕ หรือภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้ง หรือการเลือกแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกผู้ใดกระทำการทุจริต ในการเลือกตั้งหรือการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้อง ต่อศาลฎีกาเพื…) - คำวินิจฉัยขององค์กรอิสระที่ใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองไม่มีอำนาจ (มาตรา 197 ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครองอันเนื่องมาจากการใช้อำนาจ ทางปกครองตามกฎหมายหรือเนื่องมาจากการดำเนินกิจการทางปกครอง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ให้มีศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นต้น อำนาจศาลปกครองตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการวินิจฉัยชี้ขาดขององค์กรอิสระซึ่งเป็นการใช้อำนาจ โด… วรรคสาม) - ถ้าสองศาลเถียงกันว่าใครมีอำนาจ ให้คณะกรรมการตามมาตรา 192 ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจระหว่างศาลยุติธรรม ศาลปกครอง หรือศาลทหาร ให้พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดโดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ประธานศาลปกครองสูงสุด หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีกไม่เกินสี่คนตามที่กฎหมายบัญญัติ เป็นกรรมการ หลักเกณฑ์แล… ชี้ขาด

ตัวเลขที่ต้องรู้

ตัวเลขในหมวดศาล

คณะกรรมการชี้ขาดอำนาจระหว่างศาล มาตรา 192 ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจระหว่างศาลยุติธรรม ศาลปกครอง หรือศาลทหาร ให้พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดโดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ประธานศาลปกครองสูงสุด หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีกไม่เกินสี่คนตามที่กฎหมายบัญญัติ เป็นกรรมการ หลักเกณฑ์แล…ประธานศาลฎีกา + ประธานศาลปกครองสูงสุด + หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร + ผู้ทรงคุณวุฒิ ≤ 4 / 3 court heads + up to 4 experts
องค์คณะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตรา 195 ให้มีแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา โดยองค์คณะ ผู้พิพากษาประกอบด้วยผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษา อาวุโสซึ่งเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไ…5–9 คน เลือกเป็นรายคดี / 5–9 judges, chosen per case
อุทธรณ์คำพิพากษาแผนกนี้ มาตรา 195 ให้มีแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา โดยองค์คณะ ผู้พิพากษาประกอบด้วยผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษา อาวุโสซึ่งเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไ…ภายใน 30 วัน ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา / within 30 days, to the Supreme Court plenary
องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ มาตรา 195 ให้มีแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา โดยองค์คณะ ผู้พิพากษาประกอบด้วยผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษา อาวุโสซึ่งเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไ…9 คน ที่ไม่เคยนั่งพิจารณาคดีนั้น / 9 judges who never sat on the case
คนนอกใน ก.ต. และ ก.ศป. มาตรา 196 การบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับผู้พิพากษาศาลยุติธรรมต้องมีความเป็นอิสระ และดำเนินการโดยคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธาน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาล และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็น ข้าราชการตุลาการ บรรดาที่ได้รั… · มาตรา 198 การบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับตุลาการศาลปกครองต้องมีความเป็นอิสระ และดำเนินการโดยคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองซึ่งประกอบด้วยประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธาน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นตุลาการในศาลปกครอง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นตุลาการ ในศาลปกครองไม่เกินสองคน บรรดาที่ได้…ไม่เกิน 2 คน / no more than 2
เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเพราะทุจริตเลือกตั้ง (ศาลฎีกา) มาตรา 226 เมื่อมีการดำเนินการตามมาตรา ๒๒๕ หรือภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้ง หรือการเลือกแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกผู้ใดกระทำการทุจริต ในการเลือกตั้งหรือการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้อง ต่อศาลฎีกาเพื…10 ปี / 10 years

ช่องทางพิเศษสำหรับนักการเมือง

ทำไมต้องมีแผนกพิเศษในศาลฎีกาสำหรับคดีอาญาของนักการเมือง คำตอบคือเวลา คดีอาญาปกติเดินสามชั้นศาล อาจกินเวลาเกินสิบปี ระหว่างนั้นจำเลยอาจยังนั่งอยู่ในตำแหน่งที่ใช้อำนาจกับพยานได้

มาตรา 195 ให้มีแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา โดยองค์คณะ ผู้พิพากษาประกอบด้วยผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษา อาวุโสซึ่งเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไ… จึงตั้งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง - องค์คณะ 5 ถึง 9 คน คัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นรายคดี จากผู้พิพากษาระดับศาลฎีกาขึ้นไป - อุทธรณ์ได้ภายใน 30 วันต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งวินิจฉัยโดยองค์คณะ 9 คนที่ไม่เคยพิจารณาคดีนั้น - ถ้าคำพิพากษามีผลให้ผู้ใดพ้นตำแหน่ง ให้พ้นตั้งแต่วันที่แผนกนี้พิพากษา ไม่ว่าจะอุทธรณ์หรือไม่

คดีส่วนใหญ่มาถึงแผนกนี้ผ่าน ป.ป.ช. ซึ่งไต่สวนแล้วส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดฟ้อง (มาตรา 235 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๓๖ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือมีการกล่าวหาว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเฉพาะที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ใดมีพฤติการณ์ตามมา…) และศาลใช้สำนวนของ ป.ป.ช. เป็นหลักในการพิจารณา โดยไต่สวนเพิ่มเติมได้ นี่คือระบบไต่สวน ศาลค้นหาความจริงเองได้ ไม่ใช่แค่นั่งฟังสองฝ่ายโต้กัน

คดีและเหตุการณ์จริง · 2008

ที่ดินรัชดาฯ และโครงการรับจำนำข้าว

21 ตุลาคม 2551 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกทักษิณ ชินวัตร สองปี กรณีภรรยาซึ่งเป็นคู่สมรสของนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษกจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ศาลเห็นว่าเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับหน้าที่ตามกฎหมาย ป.ป.ช. ขณะนั้นเขาอยู่ต่างประเทศ

27 กันยายน 2560 แผนกเดียวกันพิพากษาจำคุกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ห้าปี ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการระงับความเสียหายจากการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐในโครงการรับจำนำข้าว เธอเดินทางออกนอกประเทศก่อนวันพิพากษา

ทั้งสองคดีแสดงหลักเดียวกัน แผนกนี้ไม่ได้ตัดสินว่านโยบายดีหรือไม่ดี แต่ตัดสินว่าผู้มีอำนาจทำผิดกฎหมายอาญาหรือไม่ ผู้สนับสนุนมองว่านี่คือหลักฐานว่านักการเมืองระดับสูงสุดก็หนีกฎหมายไม่ได้ ฝ่ายวิจารณ์ตั้งคำถามว่าการเอาผิดทางอาญากับการตัดสินใจเชิงนโยบาย เช่น โครงการรับจำนำข้าว ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความรับผิดทางการเมืองกับความผิดทางอาญาเลือนลงหรือไม่

ศาลทหาร: ศาลที่มีประโยคเปิดท้าย

มาตรา 199 ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่ผู้กระทำความผิดเป็นบุคคล ซึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหารและคดีอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การจัดตั้ง วิธีพิจารณาคดี และการดำเนินงานของศาลทหาร ตลอดจนการแต่งตั้งและการให้ตุลาการ ศาลทหารพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ สั้นมาก ศาลทหารพิจารณาคดีอาญาที่ผู้กระทำผิดอยู่ในอำนาจศาลทหาร และคดีอื่น ตามที่กฎหมายบัญญัติ ส่วนการจัดตั้ง วิธีพิจารณา และการแต่งตั้งถอดถอนตุลาการศาลทหาร ให้เป็นไปตามกฎหมาย

สังเกตสองจุด - คำว่า “และคดีอื่น ตามที่กฎหมายบัญญัติ” เปิดให้กฎหมายระดับต่ำกว่ารัฐธรรมนูญขยายอำนาจศาลทหารได้ - ศาลทหารไม่ได้รับหน่วยธุรการอิสระตามมาตรา 193 ให้แต่ละศาล ยกเว้นศาลทหาร มีหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการที่มีความเป็นอิสระ ในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น โดยให้มีหัวหน้าหน่วยงานคนหนึ่งเป็น ผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงต่อประธานของแต่ละศาล ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ให้ศาลยุติธรรมและศาลปกครองมีระบบเงินเดือนและค่า… และการแต่งตั้งตุลาการศาลทหารไม่ต้องผ่านกลไกแบบ ก.ต. แต่ไปตามกฎหมายเฉพาะ

เหตุผลที่มีศาลทหารแยก คือวินัยทหารและความผิดในหน้าที่ทหารต้องการผู้พิพากษาที่เข้าใจระบบนั้น และต้องพิจารณาได้รวดเร็วแม้ในยามสงคราม คำถามที่ตามมาคือ เมื่อพลเรือนถูกส่งไปศาลนี้ จะเกิดอะไรขึ้น

คดีและเหตุการณ์จริง · 2014

พลเรือนในศาลทหาร 2557–2562

หลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศ คสช. ฉบับที่ 37/2557, 38/2557 และ 50/2557 ให้คดีที่พลเรือนเป็นจำเลยบางประเภทขึ้นศาลทหาร ได้แก่ ความผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ความผิดต่อความมั่นคง การฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. และความผิดเกี่ยวกับอาวุธสงคราม เรื่องนี้เกิดก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับ

ข้อมูลจากกรมพระธรรมนูญที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเผยแพร่ ระบุว่าระหว่าง 22 พฤษภาคม 2557 ถึง 31 พฤษภาคม 2559 มีพลเรือนอย่างน้อย 1,811 คนถูกพิจารณาคดีในศาลทหาร คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 55/2559 ลงวันที่ 12 กันยายน 2559 ยุติการส่งคดีใหม่ของพลเรือนไปศาลทหาร แต่ไม่ครอบคลุมคดีที่ค้างอยู่ จนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 9/2562 ยกเลิกประกาศเหล่านั้นและโอนคดีที่ค้างไปศาลยุติธรรม

ผู้สนับสนุนมาตรการขณะนั้นให้เหตุผลเรื่องความสงบเรียบร้อยในภาวะวิกฤต ฝ่ายวิจารณ์ เช่น International Commission of Jurists ชี้ว่าพลเรือนควรขึ้นศาลพลเรือน บทเรียนเชิงระบบอยู่ที่ประโยค “และคดีอื่น ตามที่กฎหมายบัญญัติ” ในมาตรา 199 ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่ผู้กระทำความผิดเป็นบุคคล ซึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหารและคดีอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การจัดตั้ง วิธีพิจารณาคดี และการดำเนินงานของศาลทหาร ตลอดจนการแต่งตั้งและการให้ตุลาการ ศาลทหารพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งยังอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

ข้อวิจารณ์

ข้อเสนอให้ปฏิรูปศาลทหาร

Siwach Sripokangkul และ Paul Chambers มองว่ากองทัพคืออุปสรรคหลักของประชาธิปไตยไทย และเสนอว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งควรปฏิรูปกองทัพเป็นเรื่องแรก หนึ่งในข้อเสนอคือยกเลิกหรือทบทวนกฎหมายและกลไกที่ใช้หลังรัฐประหาร 2557 รวมถึงศาลทหาร ซึ่งทั้งสองเขียนว่าเป็นศาลชั้นเดียวในบางสถานการณ์และถูกมองว่าให้ความชอบธรรมแก่การปราบปรามหลังรัฐประหาร ทั้งสองยังชี้ว่าทหารที่กระทำผิดมักขึ้นศาลทหาร และจะขึ้นศาลพลเรือนก็ต่อเมื่อกองทัพยินยอม

ฝ่ายที่เห็นต่างให้เหตุผลว่าศาลทหารจำเป็นต่อวินัยกองทัพ และรัฐธรรมนูญเองก็ยอมรับศาลนี้ไว้ในมาตรา 199 ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่ผู้กระทำความผิดเป็นบุคคล ซึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหารและคดีอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การจัดตั้ง วิธีพิจารณาคดี และการดำเนินงานของศาลทหาร ตลอดจนการแต่งตั้งและการให้ตุลาการ ศาลทหารพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ประเด็นที่ควรคิดไม่ใช่ว่าควรมีศาลทหารหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเขตอำนาจของศาลนี้ควรกว้างแค่ไหน และใครเป็นคนขีดเส้น

— Siwach Sripokangkul & Paul Chambers (2017)

ทางลัดช่วยจำ

จำศาลสี่ระบบด้วยคำถามเดียว: ใครเป็นคู่กรณี

  • กฎหมายปะทะรัฐธรรมนูญ → ศาลรัฐธรรมนูญ (“กฎหมายแม่ตรวจกฎหมายลูก”)
  • รัฐปะทะประชาชน → ศาลปกครอง (“รัฐใช้อำนาจ ประชาชนร้อง”)
  • ทหารทำผิดอาญา → ศาลทหาร
  • ที่เหลือทั้งหมด → ศาลยุติธรรม (“ลิ้นชักกลาง”)

และมาตรา 189 บรรดาศาลทั้งหลายจะตั้งขึ้นได้แต่โดยพระราชบัญญัติ การตั้งศาลขึ้นใหม่หรือกำหนดวิธีพิจารณาเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีใดคดีหนึ่งหรือที่มีข้อหา ฐานใดฐานหนึ่งโดยเฉพาะแทนศาลที่มีตามกฎหมายสำหรับพิจารณาพิพากษาคดีนั้น ๆ จะกระทำมิได้ จำว่า “ไม่มีศาลตัดเสื้อ” ห้ามตัดศาลให้พอดีกับคดีเดียว

ศาลรัฐธรรมนูญมีไว้ทำอะไร

มาตรา 5 รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้น ไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยใ… ประกาศว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด กฎหมายหรือการกระทำใดที่ขัดรัฐธรรมนูญย่อมใช้บังคับไม่ได้ ประโยคนี้สวยงาม แต่ทิ้งคำถามไว้หนึ่งข้อ ใครเป็นคนบอกว่าขัด

ถ้าให้รัฐสภาตัดสินเอง เสียงข้างมากที่ออกกฎหมายก็จะบอกว่ากฎหมายของตัวเองไม่ขัด ถ้าให้รัฐบาลตัดสิน ก็เหมือนให้จำเลยเป็นผู้พิพากษา รัฐธรรมนูญไทยจึงตั้งศาลเฉพาะขึ้นมาเป็นผู้มีคำตอบสุดท้าย

มาตรา 210 ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมาย (๒) พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ (๓) หน้าที่และอำนาจอื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ การยื่นคำร้อ… เขียนอำนาจไว้สั้น ๆ สามข้อ - วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมาย - วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ - หน้าที่และอำนาจอื่นตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ

ข้อสามคือประตูบานใหญ่ที่สุด อำนาจจริงของศาลกระจายอยู่ในหลายมาตรา ซึ่งจะเห็นในหัวข้อถัดไป และมาตรา 211 องค์คณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการนั่งพิจารณาและในการทำคำวินิจฉัย ต้องประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่าเจ็ดคน คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่รัฐธรรมนูญจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องใดไว้พิจารณาแล้ว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดจะปฏ… วรรคสี่ ทำให้ทุกคำวินิจฉัยเด็ดขาด ผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ไม่มีศาลใดอุทธรณ์ต่อได้

ตัวเลขที่ต้องรู้

ศาลรัฐธรรมนูญในตัวเลข

จำนวนตุลาการ มาตรา 200 ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนเก้าคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้ว ไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนสามคน (๒) ตุลาการในศาลปกครอ…9
ที่มา: ผู้พิพากษาศาลฎีกา มาตรา 200 ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนเก้าคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้ว ไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนสามคน (๒) ตุลาการในศาลปกครอ…3 (ระดับหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้ว ≥ 3 ปี / presiding-judge rank ≥ 3 years)
ที่มา: ตุลาการศาลปกครองสูงสุด มาตรา 200 ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนเก้าคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้ว ไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนสามคน (๒) ตุลาการในศาลปกครอ…2 (≥ 5 ปี / ≥ 5 years)
ที่มา: ศาสตราจารย์นิติศาสตร์ มาตรา 200 ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนเก้าคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้ว ไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนสามคน (๒) ตุลาการในศาลปกครอ…1 (≥ 5 ปี / ≥ 5 years)
ที่มา: ศาสตราจารย์รัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาตรา 200 ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนเก้าคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้ว ไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนสามคน (๒) ตุลาการในศาลปกครอ…1 (≥ 5 ปี / ≥ 5 years)
ที่มา: ข้าราชการระดับอธิบดีหรือรองอัยการสูงสุดขึ้นไป มาตรา 200 ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนเก้าคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้ว ไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนสามคน (๒) ตุลาการในศาลปกครอ…2 (≥ 5 ปี / ≥ 5 years)
อายุวันสมัครหรือวันคัดเลือก มาตรา 201 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ด้วย (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้าปี แต่ไม่ถึงหกสิบแปดปีในวันที่ได้รับการคัดเลือกหรือวันสมัครเข้ารับ การสรรหา (๓) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (๔) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (๕) ม…45 ถึงไม่ถึง 68 ปี / 45 to under 68
ปลอดการเมือง (ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมือง ท้องถิ่น สมาชิกพรรค) มาตรา 202 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นหรือเคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระใด (๒) ลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๗) หรือ (๑๘) (๓) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ใน…10 ปี / 10 years
วาระ มาตรา 207 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว7 ปี วาระเดียว / 7 years, one term
พ้นตำแหน่งเมื่ออายุ มาตรา 208 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๐๑ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๐๒ (๒) ตาย (๓) ลาออก (๔) มีอายุครบเจ็ดสิบห้าปี (๕) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเท่…75
วุฒิสภาเห็นชอบ มาตรา 204 ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของวุฒิสภา ในกรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกรายใด ให้ดำเนินการสรรหา หรือคั…≥ กึ่งหนึ่งของ ส.ว. ที่มีอยู่ / at least half of sitting senators
องค์คณะขั้นต่ำ มาตรา 209 ในระหว่างที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและยังไม่มี การแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ ต่อไปได้ บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกรณีมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเหลืออยู่ไม่ถึงเจ็ดคน · มาตรา 211 องค์คณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการนั่งพิจารณาและในการทำคำวินิจฉัย ต้องประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่าเจ็ดคน คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่รัฐธรรมนูญจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องใดไว้พิจารณาแล้ว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดจะปฏ…7
ให้ตุลาการพ้นตำแหน่งเพราะผิดจริยธรรม มาตรา 208 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๐๑ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๐๒ (๒) ตาย (๓) ลาออก (๔) มีอายุครบเจ็ดสิบห้าปี (๕) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเท่…≥ 3/4 ของตุลาการที่มีอยู่ / at least three-quarters of sitting judges
วินิจฉัยว่าพระราชกำหนดไม่เข้าเงื่อนไข มาตรา 173 ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาจะได้อนุมัติพระราชกำหนดใด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกว่าพระราชกำหนดนั้น ไม่เป็นไปตามมาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง และ…≥ 2/3 ของตุลาการที่มีอยู่ / at least two-thirds
ทางลัดช่วยจำ

“เสื้อครุยห้า คนนอกสี่” และ 9-7-7

แยกเก้าคนเป็น 3-2-1-1-2 แล้วรวบเป็นสองกลุ่ม - เสื้อครุยห้า คือผู้พิพากษาอาชีพ ศาลฎีกา 3 กับศาลปกครองสูงสุด 2 ห้าคนนี้เป็นเสียงข้างมากพอดี เพราะงานหลักคือการตีความกฎหมาย - คนนอกสี่ คือนิติศาสตร์ 1 รัฐศาสตร์ 1 ข้าราชการระดับสูง 2 เพราะคดีรัฐธรรมนูญคือคดีการเมืองด้วย ต้องมีคนที่เข้าใจรัฐและการบริหาร

แล้วจำ 9-7-7 คือ ตุลาการ 9 คน นั่งพิจารณาได้ต้องมีอย่างน้อย 7 คน อยู่ในตำแหน่ง 7 ปีวาระเดียว ตรรกะของเลข 7 คือยาวกว่าอายุสภา 4 ปี รัฐบาลชุดเดียวจึงไม่ได้เลือกตุลาการครบทั้งคณะ และวาระเดียวทำให้ไม่มีใครต้องตัดสินคดีเพื่อเอาใจคนที่จะต่อวาระให้

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

ใครเลือกตุลาการ และทำไมต้องผสมหลายมือ

ถ้าฝ่ายเดียวเลือกตุลาการได้ทั้งหมด ศาลก็จะเป็นของฝ่ายนั้น รัฐธรรมนูญจึงกระจายการเลือกเป็นสามจังหวะ

จังหวะที่หนึ่ง ต้นทาง ผู้พิพากษาศาลฎีกา 3 คนคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ตุลาการศาลปกครองสูงสุด 2 คนคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ส่วนอีก 4 คนผ่านการสรรหา (มาตรา 200 ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนเก้าคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้ว ไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนสามคน (๒) ตุลาการในศาลปกครอ…)

จังหวะที่สอง คณะกรรมการสรรหาตามมาตรา 203 เมื่อมีกรณีที่จะต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งประกอบด้วย (๑) ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการ (๒) ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการ (๓) ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ (๔) บ… มีเก้าคน ได้แก่ ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลปกครองสูงสุด และบุคคลที่องค์กรอิสระแต่งตั้งองค์กรละหนึ่งคน (องค์กรอิสระมีห้าองค์กร จึงได้ห้าคน) ศาล รัฐบาลผ่านประธานสภา ฝ่ายค้าน และองค์กรอิสระ ได้นั่งโต๊ะเดียวกัน คณะกรรมการเสาะหาคนที่เหมาะสมเองได้ด้วย ไม่ต้องรอแค่ผู้สมัคร แต่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้นั้น

จังหวะที่สาม วุฒิสภาต้องเห็นชอบด้วยคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ ถ้าไม่เห็นชอบรายใด ต้องสรรหาใหม่ จากนั้นตุลาการเลือกกันเองเป็นประธานศาล และประธานวุฒิสภานำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้ง โดยเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ (มาตรา 204 ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของวุฒิสภา ในกรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกรายใด ให้ดำเนินการสรรหา หรือคั…)

จุดอ่อนของห่วงโซ่นี้อยู่ที่จังหวะที่สาม วุฒิสภาถือกุญแจดอกสุดท้าย ถ้าวุฒิสภามาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งห่วงโซ่ก็เอียงตาม ประเด็นนี้กลับมาอีกครั้งในบทองค์กรอิสระ

อำนาจที่กระจายอยู่ทั่วรัฐธรรมนูญ

มาตรา 210 ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมาย (๒) พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ (๓) หน้าที่และอำนาจอื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ การยื่นคำร้อ… (3) บอกว่าศาลมีอำนาจอื่นตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ นี่คือแผนที่ของอำนาจเหล่านั้น - มาตรา 49 บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ ผู้ใดทราบว่ามีการกระทำตามวรรคหนึ่ง ย่อมมีสิทธิร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าวได้ ในกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่รับดำเนินการ… วินิจฉัยสั่งให้เลิกการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข - มาตรา 82 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๒) หรือมาตรา ๑๑๑ … สมาชิกภาพของ ส.ส. หรือ ส.ว. สิ้นสุดลงหรือไม่ และมาตรา 170 ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ไว้วางใจ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ (๕) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๘๖ หรือมาตรา ๑๘๗ (๖) มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๗๑ นอกจากเหตุที่ทำให้ความ… ความเป็นรัฐมนตรีรวมถึงนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่ - มาตรา 132 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นอกจากที่บัญญัติไว้ดังต่อไปนี้ ให้กระทำเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติ (๑) การเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้เสนอต่อรัฐสภา และให้รัฐสภา ประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวัน โดยการออก… ให้ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับศาล - มาตรา 139 ในระหว่างที่มีการยับยั้งร่างพระราชบัญญัติใดตามมาตรา ๑๓๗ คณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการอย่างเดียวกันหรือคล้ายกันกับหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้มิได้ ในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่เสนอหรือส่งให… ร่างกฎหมายที่เสนอใหม่มีหลักการเดียวกับร่างที่ถูกยับยั้งไว้หรือไม่ - มาตรา 144 ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะแปรญัตติเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือจำนวนในรายการมิได้ แต่อาจแปรญัตติในทางลดหรือตัดทอนรายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ… สมาชิกรัฐสภาเข้าไปมีส่วนใช้งบประมาณหรือไม่ ต้องวินิจฉัยภายใน 15 วัน - มาตรา 148 ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำร่างพระราชบัญญัติใดขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยตามมาตรา ๘๑ (๑) หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันมีจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เห็นว่าร่างพระ… ร่างพระราชบัญญัติขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย - มาตรา 173 ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาจะได้อนุมัติพระราชกำหนดใด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกว่าพระราชกำหนดนั้น ไม่เป็นไปตามมาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง และ… พระราชกำหนดเข้าเงื่อนไขมาตรา 172 ในกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัย สาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ พระมหากษัตริย์ จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ การตราพระราชกำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็… หรือไม่ ต้องวินิจฉัยภายใน 60 วัน และต้องใช้เสียงสองในสาม - มาตรา 178 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่นกับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศ หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทย มีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศหรือจ… หนังสือสัญญาใดต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาหรือไม่ ภายใน 30 วัน - มาตรา 212 ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเอง หรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยมาตรา ๕ และยังไม่มีคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็นเช่นว่านั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัย ในระหว่างนั้… และ 213 คดีที่ศาลอื่นส่งมา และคำร้องของบุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิ - มาตรา 231 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๓๐ ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้เมื่อเห็นว่ามีกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ให้เสนอเรื่อง พร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชัก… เรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอ - มาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดมาตรา 255 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได้ หรือต้องทำประชามติหรือไม่ ภายใน 30 วัน

ส่วนการยุบพรรคการเมือง ไม่ได้อยู่ในตัวรัฐธรรมนูญ แต่อยู่ใน พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่ง กกต. เป็นผู้ยื่นคำร้อง

สังเกตรูปแบบ เกือบทุกช่องทางมีผู้มีสิทธิยื่นที่ถูกกำหนดไว้ และหลายช่องทางมีกำหนดเวลา เพราะเรื่องเหล่านี้หยุดการทำงานของรัฐไว้ระหว่างรอ

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

สามประตูเข้าศาลรัฐธรรมนูญ

ประตูที่หนึ่ง ศาลอื่นส่งมา (มาตรา 212 ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเอง หรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยมาตรา ๕ และยังไม่มีคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็นเช่นว่านั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัย ในระหว่างนั้…) ระหว่างพิจารณาคดี ถ้าศาลเห็นเอง หรือคู่ความโต้แย้งพร้อมเหตุผลว่ากฎหมายที่จะใช้ขัดรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เคยวินิจฉัยบทบัญญัตินั้น ศาลต้องส่งเรื่องไป ระหว่างนั้นพิจารณาต่อได้ แต่ต้องรอพิพากษา ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับก็ได้ถ้าเห็นว่าข้อโต้แย้งไม่เป็นสาระ ถ้าวินิจฉัยว่ากฎหมายขัด คำวินิจฉัยใช้ได้ในคดีทั้งปวง แต่ไม่กระทบคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้ว ยกเว้นคดีอาญา ผู้ถูกพิพากษาตามกฎหมายนั้นให้ถือว่าไม่เคยกระทำผิด ถ้ายังรับโทษอยู่ให้ปล่อยตัว แต่เรียกค่าชดเชยไม่ได้

ประตูที่สอง ผู้มีตำแหน่งยื่น เช่น ส.ส. หรือ ส.ว. หนึ่งในสิบยื่นเรื่องสมาชิกภาพ (มาตรา 82 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๒) หรือมาตรา ๑๑๑ …) หรือร่างกฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ (มาตรา 148 ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำร่างพระราชบัญญัติใดขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยตามมาตรา ๘๑ (๑) หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันมีจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เห็นว่าร่างพระ…) กกต. ยื่นเรื่องความเป็นรัฐมนตรี (มาตรา 170 ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ไว้วางใจ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ (๕) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๘๖ หรือมาตรา ๑๘๗ (๖) มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๗๑ นอกจากเหตุที่ทำให้ความ…) ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องกฎหมายมีปัญหา (มาตรา 231 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๓๐ ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้เมื่อเห็นว่ามีกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ให้เสนอเรื่อง พร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชัก…)

ประตูที่สาม ประชาชน มีสองบาน - มาตรา 213 บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นคำร้อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพยื่นคำร้องได้ ตามเงื่อนไขของ พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 ซึ่งให้ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินก่อนภายใน 90 วันนับแต่รู้หรือควรรู้ถึงการละเมิด ผู้ตรวจการแผ่นดินมีเวลาพิจารณา 60 วัน แล้วจึงมีสิทธิยื่นต่อศาลโดยตรง (รายละเอียดอยู่ในบทองค์กรอิสระ) - มาตรา 49 บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ ผู้ใดทราบว่ามีการกระทำตามวรรคหนึ่ง ย่อมมีสิทธิร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าวได้ ในกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่รับดำเนินการ… ผู้ทราบว่ามีการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครอง ร้องต่ออัยการสูงสุดก่อน ถ้าอัยการสูงสุดไม่รับหรือไม่ดำเนินการภายใน 15 วัน ยื่นต่อศาลโดยตรงได้

ทำไมต้องมีด่านกรอง เพราะศาลมีตุลาการเก้าคน ถ้าใครก็ยื่นได้ทุกเรื่อง ศาลจะจมอยู่กับคำร้อง ด่านกรองคือการแลกระหว่างการเข้าถึงกับความสามารถในการทำงาน

คดีและเหตุการณ์จริง · 2021

คดีสมรสเพศเดียวกัน: ประตูมาตรา 212

คู่รักเพศเดียวกันคู่หนึ่งไปจดทะเบียนสมรสที่เขตบางกอกใหญ่ นายทะเบียนปฏิเสธ เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดว่าการสมรสทำได้เฉพาะชายกับหญิง ทั้งคู่ฟ้องคดี และศาลเยาวชนและครอบครัวกลางส่งคำถามไปศาลรัฐธรรมนูญว่าบทบัญญัตินั้นขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ นี่คือเส้นทางตามมาตรา 212 ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเอง หรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยมาตรา ๕ และยังไม่มีคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็นเช่นว่านั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัย ในระหว่างนั้… พอดี

17 พฤศจิกายน 2564 ศาลวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ว่าไม่ขัด โดยให้เหตุผลว่าการสมรสระหว่างชายกับหญิงตั้งอยู่บนธรรมชาติและประเพณี และไม่ใช่การเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม แต่ศาลก็เสนอแนะให้รัฐสภาและคณะรัฐมนตรีพิจารณาออกกฎหมายรับรองสิทธิของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ

บทเรียนเชิงระบบ คำวินิจฉัยว่า “ไม่ขัด” ไม่ได้ปิดประเด็นนโยบาย มันส่งลูกกลับไปให้รัฐสภา ต่อมารัฐสภาแก้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพื่อรับรองการสมรสเท่าเทียม ซึ่งมีผลใช้บังคับต้นปี 2568 นักวิชาการบางส่วนวิจารณ์ว่าเหตุผลเรื่อง “ธรรมชาติ” ในคำวินิจฉัยอิงกฎหมายธรรมชาติมากกว่าหลักความเสมอภาคในมาตรา 27 บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐก…

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 20/2564

คดีและเหตุการณ์จริง · 2020

คดีทำแท้ง: เมื่อศาลให้เวลารัฐสภาแก้กฎหมาย

19 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญาที่ลงโทษหญิงซึ่งทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้แท้ง ขัดต่อมาตรา 27 บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐก… และมาตรา 28 บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การจับและการคุมขังบุคคลจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่น ตามที่กฎหมายบัญญัติ การค้นตัวบุคคลหรือการกระทำใดอันกระทบกระเทือนต่อสิทธิหรือเสรีภาพในชีวิตหรือร่างกาย จะกระทำมิได้ เว้นแต่มีเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติ การ… ของรัฐธรรมนูญ คำร้องมาจากแพทย์ผู้หนึ่งที่ถูกดำเนินคดีจากการทำแท้งในคลินิก ศาลเห็นว่าการลงโทษหญิงทุกกรณีโดยไม่คำนึงถึงอายุครรภ์ จำกัดสิทธิในชีวิตและร่างกายของหญิงเกินสมควร ส่วนบทบัญญัติที่ยกเว้นความผิดให้แพทย์ในบางกรณี ศาลเห็นว่าไม่ขัด

สิ่งที่น่าสนใจคือศาลไม่ได้ทำให้บทบัญญัติสิ้นผลทันที แต่กำหนดให้คำวินิจฉัยมีผลเมื่อพ้น 360 วัน เพื่อให้รัฐสภามีเวลาแก้กฎหมาย รัฐสภาแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาก่อนครบกำหนด เปิดให้ยุติการตั้งครรภ์ได้ภายในอายุครรภ์ที่กฎหมายกำหนด

คดีนี้แสดงอีกด้านของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลไม่ได้เป็นเพียงผู้ตัดสินข้อพิพาททางการเมือง แต่ยังเป็นช่องทางให้สิทธิของคนธรรมดาไปถึงสภา

คดีและเหตุการณ์จริง · 2007

การยุบพรรค ก่อนรัฐธรรมนูญ 2560: ไทยรักไทยและพลังประชาชน

30 พฤษภาคม 2550 คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2549 หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ 2560) วินิจฉัยยุบพรรคไทยรักไทย ด้วยเหตุเกี่ยวกับการจ้างพรรคเล็กลงสมัครในการเลือกตั้งเดือนเมษายน 2549 และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค 111 คน เป็นเวลา 5 ปี คำวินิจฉัยเรื่องเพิกถอนสิทธิมีเสียงแตก ข้อวิจารณ์สำคัญคือ การเพิกถอนสิทธิอาศัยประกาศของคณะรัฐประหารที่ออกหลังการกระทำ จึงเป็นการใช้โทษย้อนหลัง

2 ธันวาคม 2551 ศาลรัฐธรรมนูญ (ตามรัฐธรรมนูญ 2550) ยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย เพราะกรรมการบริหารพรรคกระทำการทุจริตเลือกตั้ง กรณีพรรคพลังประชาชนคือนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรค ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่าซื้อเสียง ภายใต้หลัก “ความรับผิดร่วม” กรรมการบริหารทั้งพรรคถูกเพิกถอนสิทธิ 5 ปี รวมถึงนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น รัฐบาลจึงสิ้นสุดลง ขณะที่ผู้ชุมนุมยังปิดสนามบินอยู่

เหตุผลฝ่ายศาล พรรคต้องรับผิดชอบการกระทำของผู้บริหาร มิฉะนั้นพรรคใหญ่จะปล่อยให้คนหนึ่งคนซื้อเสียงแล้วรับประโยชน์ร่วมกันโดยไม่มีต้นทุน ข้อวิจารณ์ การลงโทษคนทั้งพรรคและผู้เลือกตั้งหลายล้านคนจากความผิดของคนคนเดียวไม่ได้สัดส่วน (Khemthong Tonsakulrungruang อ้างคำวินิจฉัยชุดนี้เป็นตัวอย่างว่าฝ่ายต่อต้านทักษิณเห็นว่าศาลเป็น “เครื่องมือที่ได้ผล” ในการตอบโต้ความนิยมของนักการเมือง)

คำวินิจฉัยคณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่ 3-5/2550

คดีและเหตุการณ์จริง · 2024

การยุบพรรคภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560: ไทยรักษาชาติ อนาคตใหม่ ก้าวไกล

ไทยรักษาชาติ (7 มีนาคม 2562) พรรคเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ เป็นผู้ที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี กกต. ยื่นคำร้อง ศาลมีมติเอกฉันท์ยุบพรรค โดยเห็นว่าพระบรมวงศานุวงศ์ต้องอยู่เหนือการเมือง การดึงเข้ามาในการแข่งขันทางการเมืองจึงเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีมติ 6 ต่อ 3 เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค 10 ปี ข้อวิจารณ์ที่ Bangkok Post รายงาน คือศาลไม่ได้เปิดให้พรรคนำพยานเข้าสืบ

อนาคตใหม่ (21 กุมภาพันธ์ 2563) หัวหน้าพรรคให้พรรคกู้เงินราว 191 ล้านบาท ศาลมีมติ 7 ต่อ 2 ว่าเงินกู้นี้เป็นประโยชน์อื่นใดที่เทียบได้กับการบริจาค ซึ่งกฎหมายพรรคการเมืองจำกัดไว้ปีละไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อผู้บริจาคหนึ่งราย เหตุผลคือเจ้าหนี้รายใหญ่ย่อมครอบงำพรรคได้ ยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหาร 16 คนเป็นเวลา 10 ปี รวมถึงห้ามตั้งพรรคใหม่หรือเป็นกรรมการบริหารพรรค ฝ่ายพรรคแย้งว่ากฎหมายไม่ได้ห้ามการกู้ยืม

ก้าวไกล (7 สิงหาคม 2567) ก่อนหน้านั้น 31 มกราคม 2567 ศาลวินิจฉัยในคดีตามมาตรา 49 บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ ผู้ใดทราบว่ามีการกระทำตามวรรคหนึ่ง ย่อมมีสิทธิร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าวได้ ในกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่รับดำเนินการ… ว่าการรณรงค์แก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองฯ และสั่งให้เลิกการกระทำ กกต. จึงยื่นยุบพรรคตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง ศาลมีมติเอกฉันท์ยุบพรรค และห้ามกรรมการบริหาร 11 คนลงสมัคร 10 ปี ทั้งที่พรรคได้ที่นั่งมากที่สุดในการเลือกตั้งปี 2566

ฝ่ายศาลให้เหตุผลว่ารัฐธรรมนูญกำหนดหน้าที่ปกป้องระบอบการปกครองไว้ และศาลผูกพันต้องวินิจฉัยตามตัวบท ฝ่ายวิจารณ์ เช่น International IDEA และ Human Rights Watch เห็นว่าการยุบพรรคเป็นโทษที่ไม่ได้สัดส่วน

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 (คดีตามมาตรา 49 ที่เป็นฐานของการยุบพรรคก้าวไกล)

คดีและเหตุการณ์จริง · 2025

นายกรัฐมนตรีห้าคนที่พ้นตำแหน่งเพราะคำวินิจฉัย

ตั้งแต่ปี 2551 มีนายกรัฐมนตรีห้าคนต้องพ้นตำแหน่งด้วยผลของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ - สมัคร สุนทรเวช (9 กันยายน 2551) ไปเป็นพิธีกรรายการสอนทำอาหารและรับค่าตอบแทน ศาลตีความคำว่า “ลูกจ้าง” ตามความหมายทั่วไป ไม่ใช่ความหมายแคบตามกฎหมายแรงงาน จึงเป็นการต้องห้ามสำหรับรัฐมนตรี - สมชาย วงศ์สวัสดิ์ (2 ธันวาคม 2551) ถูกเพิกถอนสิทธิจากการยุบพรรคพลังประชาชน - ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (7 พฤษภาคม 2557) กรณีโยกย้ายเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ศาลเห็นว่าใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ทางการเมือง สองสัปดาห์ต่อมาเกิดรัฐประหาร - เศรษฐา ทวีสิน (14 สิงหาคม 2567) ส.ว. 40 คนยื่นเรื่องผ่านมาตรา 82 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๒) หรือมาตรา ๑๑๑ … ประกอบมาตรา 170 ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ไว้วางใจ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ (๕) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๘๖ หรือมาตรา ๑๘๗ (๖) มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๗๑ นอกจากเหตุที่ทำให้ความ… กรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน ซึ่งเคยถูกลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาล ศาลมีมติ 5 ต่อ 4 ว่าขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ตามมาตรา 160 รัฐมนตรีต้อง (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี (๓) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (๔) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (๕) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง (๖) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙๘ … (4) (5) - แพทองธาร ชินวัตร (29 สิงหาคม 2568) จากคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ที่ถูกเผยแพร่ ศาลมีมติ 6 ต่อ 3 ว่าฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง

ส่วนอีกคดีที่ผลออกมาตรงข้าม 30 กันยายน 2565 ศาลมีมติ 6 ต่อ 3 ว่าการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามมาตรา 158 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราช… นับจากปี 2560 ที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ไม่นับช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรีหลังรัฐประหาร 2557 เขาจึงอยู่ต่อได้

รูปแบบที่ควรสังเกต สองคดีหลังสุด (นายเศรษฐาและนางสาวแพทองธาร) ผ่านถ้อยคำกว้าง ๆ อย่าง “ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” และ “มาตรฐานจริยธรรม” ผู้สนับสนุนมองว่านี่ทำให้ผู้นำต้องรักษามาตรฐานสูง ผู้วิจารณ์มองว่าถ้อยคำที่กว้างขนาดนี้ทำให้ศาลมีดุลพินิจมากจนผลคดีคาดเดาไม่ได้

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 12-13/2551 (คดีนายสมัคร)

คดีและเหตุการณ์จริง · 2021

รัฐสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ไหม: ต้องถามประชาชนก่อน

ปี 2563 รัฐสภาเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มหมวดใหม่ ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นร่างฉบับใหม่ทั้งฉบับ ประธานรัฐสภาส่งคำถามไปศาลตามมาตรา 210 ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมาย (๒) พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ (๓) หน้าที่และอำนาจอื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ การยื่นคำร้อ… (2) ว่ารัฐสภามีอำนาจทำเช่นนั้นหรือไม่

11 มีนาคม 2564 ศาลวินิจฉัยว่ารัฐสภามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนลงประชามติก่อนว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อร่างเสร็จต้องลงประชามติอีกครั้ง เหตุผลคือรัฐธรรมนูญ 2560 ผ่านการออกเสียงประชามติปี 2559 อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญจึงเป็นของประชาชน 17 มีนาคม 2564 ร่างแก้ไขดังกล่าวตกไปในวาระที่สาม

ข้อถกเถียง มาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… เขียนขั้นตอนการแก้ไขไว้ละเอียด และกำหนดให้ทำประชามติเฉพาะบางเรื่องตามมาตรา 256 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ… (8) ไม่ได้พูดถึงประชามติก่อนเริ่มร่าง ข้อกำหนดเรื่องประชามติก่อนจึงมาจากการให้เหตุผลของศาล ไม่ได้มาจากตัวอักษร ทำนองเดียวกับคำวินิจฉัยปี 2555 ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 ที่ Khemthong Tonsakulrungruang ชี้ว่าถูกวิจารณ์ว่าขาดฐานตัวบท ฝ่ายที่เห็นด้วยกับศาลแย้งว่าการเปลี่ยนทั้งฉบับต่างจากการแก้ไขรายมาตรา และควรกลับไปหาเจ้าของอำนาจ

เรื่องยังไม่จบ ปี 2568 ศาลมีคำวินิจฉัยตามมาอีกฉบับเรื่องลำดับของประชามติ และวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การออกเสียงประชามติว่าควรจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ได้เสียงเห็นชอบเป็นเสียงข้างมาก ขั้นตอนถัดไปยังต้องผ่านรัฐสภาและประชามติอีก

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564

ข้อวิจารณ์

“ตรวจสอบโดยไม่มีถ่วงดุล”

Khemthong Tonsakulrungruang วิเคราะห์คดีสำคัญช่วงปี 2551 ถึง 2557 และเสนอว่าศาลรัฐธรรมนูญเน้น “หลักนิติธรรม” จนมองข้ามเสียงของผู้เลือกตั้ง ศาลอธิบายว่าประชาธิปไตยไม่ได้หมายถึงเสียงข้างมากเสมอไป เพราะเสียงข้างมากอาจกลายเป็นทรราช แต่เมื่อหลักนิติธรรมเป็นคำกว้างที่ศาลตีความได้เองโดยแทบไม่มีกลไกตรวจสอบ คำนี้ก็กลายเป็นเครื่องมือขวางเสียงข้างมาก เขาสรุปว่าศาล “emphasized checks without balances” และกลายเป็นสถาบันที่ต่อต้านเสียงข้างมาก

ความน่าสนใจของงานชิ้นนี้คือไม่ได้โทษศาลฝ่ายเดียว เขายอมรับว่ารัฐบาลที่ถูกวินิจฉัยบางครั้งก็เร่งรัดกระบวนการและข้ามขั้นตอน และศาลพูดถูกที่ว่าประชาธิปไตยที่ไม่มีหลักนิติธรรมอาจไถลไปเป็นอำนาจนิยมที่อาศัยความนิยม ปัญหาอยู่ที่ระดับการแทรกแซงและการไม่มีใครตรวจสอบศาล

ฝั่งตรงข้ามของข้อวิจารณ์ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ตั้งใจให้ศาลเป็นผู้คุมนักการเมืองที่พวกเขาไม่ไว้ใจ ถ้ามองจากเจตนานั้น ศาลกำลังทำงานตามที่ถูกออกแบบมา คำถามที่เปิดอยู่คือการออกแบบนั้นถูกต้องหรือไม่

— Khemthong Tonsakulrungruang, Entrenching the Minority (2017)

ข้อวิจารณ์

กฎหมายในฐานะเครื่องมือรักษาอำนาจ

Apipol Sae-Tung ตั้งคำถามว่าทำไมระบอบที่มีกำลังบังคับอยู่ในมือจึงยังต้องพึ่งกฎหมาย คำตอบของเขาคือ “juridification” หรือการขยายกฎหมายเข้าไปควบคุมพื้นที่การเมือง เกิดขึ้นเมื่อระบอบขาดความชอบธรรมทางการเมือง กฎหมายจึงถูกใช้เป็นสะพานข้ามช่องว่างนั้น เขาเสนอว่ารัฐธรรมนูญ 2560 และยุทธศาสตร์ชาติถูกออกแบบเพื่อรักษาสถานะเดิมของระบอบหลังรัฐประหาร 2557 ภายใต้กรอบกฎหมาย

เขาวางศาลรัฐธรรมนูญไว้กลางกลไกนี้ และยกคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ (2562) อนาคตใหม่ (2563) และก้าวไกล (2567) เป็นตัวอย่าง โดยอ้างแนวคิด “abusive judicial review” ของ Landau และ Dixon ที่อธิบายว่าศาลในบางประเทศถูกใช้กัดกร่อนแกนขั้นต่ำของประชาธิปไตย

นี่คือข้อโต้แย้งเชิงวิชาการ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ทุกฝ่ายยอมรับ ฝ่ายที่เห็นต่างจะชี้ว่าแต่ละคดีมีฐานกฎหมายเฉพาะ เช่น เพดานเงินบริจาค หรือหน้าที่ปกป้องระบอบตามมาตรา 49 บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ ผู้ใดทราบว่ามีการกระทำตามวรรคหนึ่ง ย่อมมีสิทธิร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าวได้ ในกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่รับดำเนินการ… และศาลไม่ได้เลือกคดีเอง เพราะต้องมีผู้ยื่นคำร้องมาก่อน ผู้อ่านควรถือทั้งสองมุมไว้แล้วตัดสินจากคำวินิจฉัยจริง

— Apipol Sae-Tung, Juridification, Legitimacy, and Authoritarian Survival (2025)

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

ใครตรวจสอบศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลที่คำวินิจฉัยเด็ดขาดและไม่มีใครอุทธรณ์ได้ (มาตรา 211 องค์คณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการนั่งพิจารณาและในการทำคำวินิจฉัย ต้องประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่าเจ็ดคน คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่รัฐธรรมนูญจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องใดไว้พิจารณาแล้ว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดจะปฏ…) ต้องมีกลไกรับผิดชอบบางอย่าง รัฐธรรมนูญวางไว้ห้าชั้น - ระหว่างทาง ตุลาการจะปฏิเสธไม่วินิจฉัยโดยอ้างว่าไม่อยู่ในอำนาจไม่ได้ เมื่อรับเรื่องไว้แล้ว (มาตรา 211 องค์คณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการนั่งพิจารณาและในการทำคำวินิจฉัย ต้องประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่าเจ็ดคน คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่รัฐธรรมนูญจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องใดไว้พิจารณาแล้ว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดจะปฏ… วรรคสาม) กันไม่ให้ศาลเลือกหลบคดียาก - จริยธรรม ศาลรัฐธรรมนูญกับองค์กรอิสระร่วมกันกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรม (มาตรา 219 ให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรม ขึ้นใช้บังคับแก่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้วให้ใช้บังคับได้ ทั้งนี้ มาตรฐ…) ถ้าตุลาการฝ่าฝืน ศาลลงมติให้พ้นตำแหน่งได้ด้วยเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ (มาตรา 208 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๐๑ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๐๒ (๒) ตาย (๓) ลาออก (๔) มีอายุครบเจ็ดสิบห้าปี (๕) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเท่… (5)) - ทุจริต ป.ป.ช. ไต่สวนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ (มาตรา 234 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ไต่สวนและมีความเห็นกรณีมีการกล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ำรวย ผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏ… (1) และ 235) และเมื่อศาลฎีการับฟ้อง ตุลาการต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ถ้าเหลือไม่ถึง 7 คน ประธานศาลฎีกากับประธานศาลปกครองสูงสุดร่วมกันแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่ชั่วคราว (มาตรา 214 ในกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๓๕ วรรคสาม และมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเหลืออยู่ไม่ถึงเจ็ดคน ให้ประธานศาลฎีกาและประธาน ศาลปกครองสูงสุดร่วมกันแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรม…) - คุณสมบัติ ถ้ามีปัญหาว่าตุลาการคนใดขาดคุณสมบัติหรือลาออกหรือไม่ คณะกรรมการสรรหาตามมาตรา 203 เมื่อมีกรณีที่จะต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งประกอบด้วย (๑) ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการ (๒) ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการ (๓) ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ (๔) บ… เป็นผู้ชี้ขาด (มาตรา 208 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๐๑ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๐๒ (๒) ตาย (๓) ลาออก (๔) มีอายุครบเจ็ดสิบห้าปี (๕) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเท่…) - เวลา วาระเดียว 7 ปี (มาตรา 207 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว) ทุกคนต้องออกในที่สุด

สังเกตว่าทุกชั้นเป็นการตรวจสอบโดยองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่มีชั้นไหนที่ประชาชนหรือรัฐสภาถอดถอนตุลาการได้โดยตรง นี่คือที่มาของคำถามในข้อวิจารณ์ข้างต้น

ยี่สิบฉบับ และศาลที่ถูกสร้างใหม่ทุกครั้ง

ตั้งแต่ปี 2475 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้ว 20 ฉบับ ศาลรัฐธรรมนูญเองก็ไม่รอดจากวงจรนี้ เกิดปี 2540 ถูกยุบหลังรัฐประหาร 2549 แทนที่ด้วยคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ กลับมาในรัฐธรรมนูญ 2550 และถูกออกแบบใหม่ในรัฐธรรมนูญ 2560 ส่วนบทเฉพาะกาลมาตรา 273 ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และผู้ว่าการ ตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ยังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติ หน้าที่ต่อไป และเมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องที่จัดทำขึ้นตามมาตรา ๒๖๗ ใช้บังคับแล้ว การดำรงตำแหน่… ให้ตุลาการที่อยู่ในตำแหน่งก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้ อยู่ต่อจนกว่า พ.ร.ป. ที่เกี่ยวข้องจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

บทเรียนเชิงระบบ ศาลที่มีอำนาจสูงสุดจะมั่นคงได้ก็ต่อเมื่อคนส่วนใหญ่ยอมรับว่าศาลเป็นกลาง อำนาจทางกฎหมาย (คำวินิจฉัยผูกพันทุกองค์กร) กับความชอบธรรม (คนยอมรับคำวินิจฉัย) เป็นคนละเรื่องกัน กฎหมายสร้างข้อแรกได้ด้วยตัวอักษร แต่ข้อหลังต้องสะสมจากคำวินิจฉัยทีละคดี ทุกครั้งที่ศาลตัดสินเรื่องที่สังคมแตกเป็นสองฝ่าย ศาลใช้ทุนก้อนนี้ไปส่วนหนึ่ง

นี่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของไทย ศาลสูงสุดในหลายประเทศเผชิญคำถามเดียวกัน ความต่างอยู่ที่ประเทศไทยเปลี่ยนรัฐธรรมนูญบ่อย กติกาจึงไม่มีเวลาสะสมความเชื่อถือ

ทดสอบตัวเอง

ทดสอบตัวเอง

เทศบาลออกคำสั่งรื้อถอนอาคารของนาย ก. โดยอ้างข้อบัญญัติท้องถิ่น นาย ก. เห็นว่าคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องฟ้องศาลใด

ศาลปกครอง เพราะเป็นคำสั่งที่รัฐใช้อำนาจทางปกครองต่อเอกชน

มาตรา 197 ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครองอันเนื่องมาจากการใช้อำนาจ ทางปกครองตามกฎหมายหรือเนื่องมาจากการดำเนินกิจการทางปกครอง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ให้มีศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นต้น อำนาจศาลปกครองตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการวินิจฉัยชี้ขาดขององค์กรอิสระซึ่งเป็นการใช้อำนาจ โด…
รัฐบาลจะตั้งศาลพิเศษขึ้นมาพิจารณาคดีของผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ ได้หรือไม่

ไม่ได้ ศาลตั้งได้โดยพระราชบัญญัติ และห้ามตั้งศาลหรือวิธีพิจารณาเฉพาะคดีใดคดีหนึ่งแทนศาลที่มีอยู่

มาตรา 189 บรรดาศาลทั้งหลายจะตั้งขึ้นได้แต่โดยพระราชบัญญัติ การตั้งศาลขึ้นใหม่หรือกำหนดวิธีพิจารณาเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีใดคดีหนึ่งหรือที่มีข้อหา ฐานใดฐานหนึ่งโดยเฉพาะแทนศาลที่มีตามกฎหมายสำหรับพิจารณาพิพากษาคดีนั้น ๆ จะกระทำมิได้
ศาลรัฐธรรมนูญมีตุลาการกี่คน มาจากไหนบ้าง และอยู่ในตำแหน่งนานเท่าใด

9 คน ศาลฎีกา 3 ศาลปกครองสูงสุด 2 นิติศาสตร์ 1 รัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ 1 ข้าราชการระดับสูง 2 วาระ 7 ปี วาระเดียว

มาตรา 200 ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนเก้าคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้ว ไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนสามคน (๒) ตุลาการในศาลปกครอ… · มาตรา 207 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว
ระหว่างพิจารณาคดีอาญา จำเลยโต้แย้งพร้อมเหตุผลว่ากฎหมายที่ใช้ฟ้องขัดรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรมต้องทำอย่างไร

ส่งความเห็นไปศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ายังไม่เคยมีคำวินิจฉัยเรื่องนั้น พิจารณาต่อได้แต่ต้องรอพิพากษา

มาตรา 212 ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเอง หรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยมาตรา ๕ และยังไม่มีคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็นเช่นว่านั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัย ในระหว่างนั้…
ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายอาญาข้อหนึ่งขัดรัฐธรรมนูญ ผู้ที่เคยถูกพิพากษาตามกฎหมายนั้นจะเป็นอย่างไร

ถือว่าไม่เคยกระทำความผิด ถ้ายังรับโทษอยู่ให้ปล่อยตัว แต่เรียกค่าชดเชยไม่ได้

มาตรา 212 ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเอง หรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยมาตรา ๕ และยังไม่มีคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็นเช่นว่านั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัย ในระหว่างนั้…
ศาลรัฐธรรมนูญต้องมีตุลาการอย่างน้อยกี่คนจึงนั่งพิจารณาได้ และคำวินิจฉัยผูกพันใคร

อย่างน้อย 7 คน คำวินิจฉัยเด็ดขาด ผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ

มาตรา 211 องค์คณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการนั่งพิจารณาและในการทำคำวินิจฉัย ต้องประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่าเจ็ดคน คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่รัฐธรรมนูญจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องใดไว้พิจารณาแล้ว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดจะปฏ…
รัฐมนตรีถูกกล่าวหาว่ารับสินบน คดีอาญาจะไปจบที่ศาลใด

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดย ป.ป.ช. ไต่สวนแล้วส่งอัยการสูงสุดฟ้อง ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ

มาตรา 195 ให้มีแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา โดยองค์คณะ ผู้พิพากษาประกอบด้วยผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษา อาวุโสซึ่งเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไ… · มาตรา 235 ภายใต้บังคับมาตรา ๒๓๖ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือมีการกล่าวหาว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเฉพาะที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ใดมีพฤติการณ์ตามมา…
ประชาชนที่เห็นว่ามีการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองฯ ต้องยื่นเรื่องที่ใดก่อน

อัยการสูงสุด ถ้าไม่รับหรือไม่ดำเนินการภายใน 15 วัน ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงได้

มาตรา 49 บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ ผู้ใดทราบว่ามีการกระทำตามวรรคหนึ่ง ย่อมมีสิทธิร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าวได้ ในกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่รับดำเนินการ…
แหล่งอ้างอิง
  • Constitution of the Kingdom of Thailand B.E. 2560 (2017), Thai text consolidated through the 2021 amendment
  • Khemthong Tonsakulrungruang, Entrenching the Minority: The Constitutional Court in Thailand's Political Conflict, 26 Washington International Law Journal 247 (2017)
  • Apipol Sae-Tung, Juridification, Legitimacy, and Authoritarian Survival in Thai Politics from the 2014 Military Coup, Asian Review 38(1) (2025)
  • Siwach Sripokangkul & Paul Chambers, Returning Soldiers to the Barracks: Military Reform as the Crucial First Step in Democratising Thailand, Pertanika J. Soc. Sci. & Hum. 25(1) (2017)
  • สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, คำอธิบายสาระสำคัญ พ.ร.ป. ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 (2563) — on the section 213 filter
  • Constitutional Court of Thailand, Ruling No. 4/2564 (2021) summary, constitutionalcourt.or.th
  • Thai Lawyers for Human Rights, statistics on civilians tried in military courts (2016); International Commission of Jurists on NCPO Order 55/2016
  • News of record: Bangkok Post, Khaosod English, Thai PBS World, BenarNews, AP, Reuters (2008–2026) for dates and votes
  • iLaw, Thai PBS on the 2007 Thai Rak Thai dissolution (ruling 3-5/2550)

คู่มือนี้เป็นสื่อการเรียน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก ข้อวิจารณ์เป็นความเห็นของผู้ที่ระบุชื่อ ไม่ใช่ข้อสรุปของแอป